⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3239/2525

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3239/2525

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. การที่พยานปากหนึ่งเบิกความแตกต่างจากพยานปากอื่น แต่ศาลวินิจฉัยข้อเท็จจริงตามพยานหลักฐานอื่นที่สอดคล้องกับฟ้อง ถือว่าข้อเท็จจริงไม่แตกต่างจากที่กล่าวในฟ้อง 2. การขัดขวางเจ้าพนักงานในการจับกุมผู้กระทำความผิดตามหน้าที่โดยชอบด้วยกฎหมาย เป็นความผิดสำเร็จ แม้ต่อมาผู้ถูกจับกุมจะได้รับการกันไว้เป็นพยานหรือไม่มีการฟ้องร้องก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

พยานโจทก์ปากหนึ่งเบิกความถึงวันเกิดเหตุแตกต่างไปจากคำเบิกความของพยานโจทก์อีกสองปากที่เบิกความถึงวันเกิดเหตุตรงตามฟ้อง ซึ่งน่าเชื่อว่าเป็นกรณีที่พยานโจทก์ปากนั้นจำวันเกิดเหตุคลาดเคลื่อนไป เมื่อศาลใช้ดุลพินิจวินิจฉัยคำพยานดังกล่าวประกอบพยานหลักฐานอื่นฟังข้อเท็จจริงว่าวันเวลาเกิดเหตุตรงตามที่โจทก์บรรยายในคำฟ้องจึงถือไม่ได้ว่าข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในการพิจารณาแตกต่างกับข้อเท็จจริงดังที่กล่าวในฟ้อง การที่จำเลยขัดขวางเจ้าพนักงานตำรวจในการเข้าจับกุม ก. ในข้อหาเล่นการพนัน ซึ่งเป็นการปฏิบัติการตามหน้าที่ โดยไม่ปรากฏว่าการเข้าจับกุมดังกล่าวฝ่าฝืนหรือไม่ชอบด้วยกฎหมาย ย่อมเป็นความผิดสำเร็จตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 138 แล้ว แม้ต่อมาพนักงานอัยการจะมีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้อง ก. ก็จะถือว่าไม่มีการเล่นการพนัน หรือการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานตำรวจฝ่าฝืนหรือไม่ชอบด้วยกฎหมายหาได้ไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.143 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 ประมวลกฎหมายอาญา ม.138

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จ่าสิบตำรวจเปรื่องได้จับกุมนาง ก. ในข้อหาเล่นการพนันโดยมิได้รับอนุญาต จ่าสิบตำรวจสมคิดผู้เสียหายเดินเข้าไปเพื่อจะช่วยจับกุมนาง ก. อันเป็นการปฏิบัติการตามหน้าที่ จำเลยได้ขัดขวางจ่าสิบตำรวจสมคิดมิให้เข้าร่วมจับกุมดังกล่าว ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๓๘ วรรค ๒ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๓๘ ลงโทษปรับ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อกฎหมายข้อแรกที่จำเลยฎีกาก็คือ ร้อยตำรวจโทสุทัศน์ สอนสะอาด เบิกความฟังได้ว่าเหตุเกิดเมื่อวันที่ ๑ เมษายน ๒๕๒๔ ซึ่งแตกต่างกับคำเบิกความของจ่าสิบตำรวจเปรื่องและจ่าสิบตำรวจสมคิดซึ่งเบิกความว่า เหตุเกิดวันที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๒๓ จึงถือได้ว่าข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในการพิจารณาแตกต่างกับข้อเท็จจริงดังที่กล่าวในฟ้อง ซึ่งเป็นข้อสาระสำคัญแห่งคดีและทำให้จำเลยหลงต่อสู้ จะต้องยกฟ้องโจทก์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๙๒ นั้น ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้วเห็นว่าแม้ร้อยตำรวจโทสุทัศน์จะเบิกความแตกต่างไปจากจ่าสิบตำรวจเปรื่อง และจ่าสิบตำรวจสมคิดในเรื่องวันเกิดเหตุก็ตาม แต่จ่าสิบตำรวจเปรื่องและจ่าสิบตำรวจสมคิดก็ยังเบิกความถึงวันเกิดเหตุตรงตามฟ้อง จึงน่าเชื่อว่าเป็นกรณีที่ร้อยตำรวจโทสุทัศน์จำวันเกิดเหตุคลาดเคลื่อนไป เมื่อศาลชั้นต้นใช้ดุลพินิจวินิจฉัยคำพยานดังกล่าวประกอบพยานหลักฐานอื่นฟังข้อเท็จจริงว่าเหตุเกิดเมื่อวันที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๒๓ เวลาประมาณ ๑๑ นาฬิกา ซึ่งตรงกับวันเวลาเกิดเหตุที่โจทก์บรรยายไว้ในคำฟ้อง จึงถือไม่ได้ว่าข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในการพิจารณาแตกต่างกับข้อเท็จจริงดังที่กล่าวในฟ้องดังที่จำเลยฎีกาฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น ข้อกฎหมายอีกข้อหนึ่งที่จำเลยฎีกาว่า พนักงานอัยการ กรมอัยการมีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องนางเกศราในข้อหาเล่นการพนันสลากกินรวบพนันเอาทรัพย์สินกันโดยไม่ได้รับอนุญาตแล้ว การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดนั้น ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๓๘ ได้บัญญัติไว้ว่า ผู้ใดต่อสู้ หรือขัดขวางเจ้าพนักงานหรือผู้ซึ่งต้องช่วยเจ้าพนักงานตามกฎหมายในการปฏิบัติการตามหน้าที่ต้องระวางโทษ ซึ่งหมายความว่า ถ้าเป็นการต่อสู้หรือขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติการตามหน้าที่โดยชอบด้วยกฎหมายแล้วย่อมเป็นความผิดทั้งสิ้นสำหรับกรณีของจำเลยข้อเท็จจริงไม่ ปรากฏว่าจ่าสิบตำรวจสมคิดได้เข้าช่วยจับกุมนางเกศราโดยฝ่าฝืนหรือไม่ชอบด้วยกฎหมายอย่างใดการกระทำของจำเลยที่เข้าขัดขวางมิให้จ่าสิบตำรวจสมคิดเข้าช่วยจับกุมนางเกศรา ย่อมเป็นความผิดสำเร็จตามมาตรา ๑๓๘ แล้ว แม้ต่อมาพนักงานอัยการจะมีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องนางเกศราก็จะถือว่าไม่มีการเล่นการพนันสลากกินรวบ และการที่จ่าสิบตำรวจสมคิดเข้าช่วยจับกุมนางเกศราเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ชอบด้วยกฎหมายดังจำเลยฎีกาหาได้ไม่ฎีกาข้อนี้ของจำเลยฟังไม่ขึ้นอีกเช่นกัน พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3239/2525 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ นายโสภณ วรรณโก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · จำเลย - นายโสภณ วรรณโก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุชาติ จิวะชาติ · ไพบูลย์ ไวกาสี · วีระ ทรัพยไพศาล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแขวงพระนครเหนือ - นายศิริชัย สวัสดิ์มงคล · ศาลอุทธรณ์ - นายนิเวศน์ คำผอง
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7083/2538ฎีกา 9114/2552ฎีกา 681/2491ฎีกา 892/2497ฎีกา 712/2559ฎีกา 599/2532ฎีกา 6293/2541ฎีกา 1992/2530ฎีกา 20/2491ฎีกา 1795/2493ฎีกา 1411/2499ฎีกา 4225/2559ฎีกา 620/2490ฎีกา 119/2517ฎีกา 1368/2509ฎีกา 3814/2549ฎีกา 901/2480ฎีกา 4519/2544ฎีกา 2292/2540ฎีกา 967/2501ฎีกา 2108/2536ฎีกา 5723-5724/2531ฎีกา 831/2532ฎีกา 6505/2555
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา