⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3637/2525

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3637/2525

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ผู้รับให้ไม่ยอมแบ่งทรัพย์สินที่ให้แก่ผู้ให้ ไม่ถือเป็นการบอกปัดไม่ยอมให้สิ่งของจำเป็นแก่ผู้ให้ หากผู้ให้สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้โดยไม่ต้องพึ่งพาสิ่งนั้น

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ยกที่ดิน 30 ไร่ให้แก่จำเลยทั้งสอง และจำเลยทั้งสองได้อุปการะเลี้ยงดูโจทก์มาประมาณ 20 ปี โจทก์ออกจากบ้านจำเลยทั้งสองไปโดยมิใช่ความผิดของจำเลยทั้งสองและขอแบ่งที่ดิน 6 ไร่ เช่นนี้ การที่จำเลยทั้งสองไม่ยอมแบ่งที่ดินดังกล่าวให้โจทก์จึงมิใช่กรณีที่จำเลยทั้งสองบอกปัดไม่ยอมให้สิ่งของจำเป็นเลี้ยงชีวิตแก่โจทก์ในเวลาที่โจทก์ยากไร้ ข้อฎีกาของโจทก์ที่ว่า จำเลยทั้งสองแจ้งผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านให้จับโจทก์โดยกล่าวหาว่าโจทก์ลักผ้าซิ่นไหม ซึ่งตามประเพณีอีสานถือว่าหมิ่นประมาทโจทก์นั้น ฟ้องของโจทก์มิได้กล่าวถึงความข้อนี้ จึงเป็นข้อเท็จจริงที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้น แม้ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยให้ก็เป็นการวินิจฉัยนอกประเด็น ฎีกาข้อนี้จึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.531

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ยกวัว ๓ ตัว ที่ดิน ๓ แปลง ให้แก่จำเลยทั้งสองซึ่งเป็นบุตรเขยและบุตรของโจทก์ ต่อมาจำเลยขับไล่โจทก์มิให้อาศัยอยู่ด้วย และด่าทอหมิ่นประมาทโจทก์ กับยังบอกปัดไม่ยอมให้สิ่งของจำเป็นเลี้ยงชีวิตแก่โจทก์ทั้ง ๆ ที่จำเลยสามารถจะให้ได้ การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นการเนรคุณโจทก์ โจทก์ขอทรัพย์ที่ยกให้คืน แต่จำเลยทั้งสองไม่ยอมคืนให้ ขอให้พิพากษาให้จำเลยทั้งสองคืนวัวและที่ดินแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองให้การว่า จำเลยทั้งสองอุปการะเลี้ยงดูโจทก์ ไม่เคยขับไล่หรือหมิ่นประมาทโจทก์ โจทก์ไปอยู่ที่อื่นโดยความสมัครใจเอง วัวและที่ดินดังกล่าวเป็นทรัพย์ที่จำเลยทั้งสองทำมาหาได้เอง ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า วัว ๓ ตัว และที่ดิน ๓ แปลงเป็นของโจทก์ยกให้จำเลยทั้งสอง จำเลยทั้งสองไม่ได้หมิ่นประมาทโจทก์อย่างร้ายแรง และไม่ได้บอกปัดไม่ยอมให้สิ่งของจำเป็นเลี้ยงชีวิตแก่โจทก์ในเวลาที่โจทก์ยากไร้ จำเลยไม่ได้ประพฤติเนรคุณโจทก์ พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า พยานโจทก์ไม่มีน้ำหนักน่าเชื่อว่าจำเลยทั้งสองหมิ่นประมาทโจทก์อย่างร้ายแรง จำเลยทั้งสองมิได้ด่า ขู่จะฆ่าหรือขับไล่โจทก์กรณีนี้ โจทก์ขอแบ่งนา ๖ ไร่จากจำนวน ๓๐ ไร่ เท่ากับเป็นการเรียกทรัพย์คืนบางส่วน แล้ววินิจฉัยว่า จำเลยทั้งสองอุปการะเลี้ยงดูโจทก์มาประมาณ ๒๐ ปีโจทก์ออกจากบ้านจำเลยทั้งสองไปโดยมิใช่ความผิดของจำเลยทั้งสอง การที่จำเลยทั้งสองไม่ยอมแบ่งที่นาดังกล่าวให้โจทก์ มิใช่กรณีที่จำเลยทั้งสองบอกปัดไม่ยอมให้สิ่งของจำเป็นเลี้ยงชีวิตแก่โจทก์ในเวลาที่โจทก์ยากไร้ ที่โจทก์ฎีกาว่า จำเลยทั้งสองแจ้งผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านให้จับโจทก์ โดยกล่าวหาว่า โจทก์ลักผ้าซิ่นไหม ซึ่งตามประเพณีอีสานถือว่าหมิ่นประมาทโจทก์นั้นในฟ้องโจทก์มิได้กล่าวถึงความข้อนี้ไว้ จึงเป็นข้อเท็จจริงที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้นแม้ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยให้ก็เป็นการวินิจฉัยนอกประเด็นฎีกาข้อนี้จึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๔๙ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๗ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3637/2525 นางส่วย มูลเกษ โจทก์ นายเรียน วิชัย กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางส่วย มูลเกษ · จำเลย - นายเรียน วิชัย กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ดำรง แจ่มสุธี · ปรีชา พานิชวงศ์ · บุญส่ง คล้ายแก้ว
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดยโสธร - นายสมบัติ เดียวอิศเรศ · ศาลอุทธรณ์ - นายบรรทม จาตกานนท์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 770/2535ฎีกา 6025/2538ฎีกา 3206/2537ฎีกา 99/2541ฎีกา 3345/2535ฎีกา 2409/2551ฎีกา 3616/2558ฎีกา 8203/2538ฎีกา 1030/2509ฎีกา 710/2542ฎีกา 8884/2543ฎีกา 194/2543ฎีกา 5332/2553ฎีกา 4549/2540ฎีกา 4041/2542ฎีกา 1360/2544ฎีกา 6321/2544ฎีกา 4432/2534ฎีกา 218/2481ฎีกา 8444/2538ฎีกา 6058/2538ฎีกา 1165/2537ฎีกา 100/2540ฎีกา 5806-5807/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา