คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3681/2525
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและได้จำหน่ายไปแล้วส่วนหนึ่ง ถือเป็นความผิดสองกรรม การจำหน่ายเฮโรอีนให้แก่สายลับที่ไปล่อซื้อ แม้มีเจตนาเพื่อแสวงหาหลักฐาน ก็ยังคงเป็นความผิดฐานจำหน่ายเฮโรอีน เนื่องจากจำเลยมีเจตนาจำหน่ายอยู่ก่อนแล้ว
ย่อคำพิพากษา
จำเลยมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายจำนวนหนึ่งได้จำหน่ายไปแล้วส่วนหนึ่ง ยังคงเหลืออยู่อีกส่วนหนึ่งการกระทำของจำเลยเป็นความผิดสองกรรม คือมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายเฮโรอีน
จำเลยจำหน่ายเฮโรอีนให้แก่สายลับของเจ้าพนักงานที่ไปล่อซื้อ แม้สายลับไปซื้อเพื่อแสวงหาหลักฐานในการจับกุมจำเลยก็ตาม การกระทำของจำเลยก็เป็นความผิดฐานจำหน่ายเฮโรอีน เพราะจำเลยมีเจตนาที่จะจำหน่ายเฮโรอีนอยู่ก่อนแล้ว
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยมีเฮโรอีน ๑ ห่อกับอีกครึ่งหลอดกาแฟไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และจำหน่ายเฮโรอีน ๑ ห่อ อันเป็นส่วนหนึ่งของเฮโรอีนที่จำเลยมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต จำเลยเคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ ฐานมีเฮโรอีนโดยมิได้รับอนุญาตขอให้ลงโทษและเพิ่มโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔, ๗, ๑๕, ๖๖, ๙๗, ๑๐๒, ๑๐๓ ริบเฮโรอีนของกลางและคืนธนบัตรของกลางแก่เจ้าของ
จำเลยให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเคยต้องโทษและพ้นโทษตามฟ้อง
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๖๖ ลงโทษฐานมีเฮโรอีนไว้เพื่อจำหน่ายจำคุก ๕ ปี ฐานจำหน่ายเฮโรอีนจำคุก ๕ ปี รวมสองกระทงจำคุก ๑๐ ปี เพิ่มโทษกึ่งหนึ่งเป็นจำคุก ๑๕ ปีริบเฮโรอีนของกลาง คืนธนบัตรของกลางให้เจ้าพนักงาน
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า หลังจากจำเลยจำหน่ายเฮโรอีนให้แก่สายลับไป ๑ ห่อแล้ว เจ้าหน้าที่ยังค้นได้เฮโรอีนที่กระเป๋ากางเกงของจำเลยอีก ๑ หลอด แสดงให้เห็นว่าจำเลยจำหน่ายเฮโรอีนให้สายลับไป ๑ ห่อแล้ว จำเลยยังมีเฮโรอีนเหลืออยู่ในครอบครองอีก ๑ หลอด จำเลยจึงมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ๑ ห่อกับ ๑ หลอด แม้เฮโรอีน ๑ ห่อที่จำเลยจำหน่ายให้สายลับเป็นเฮโรอีนส่วนหนึ่งของเฮโรอีนที่จำเลยมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายการกระทำของจำเลยก็แยกได้เป็นสองกรรมต่างหากจากกัน เพราะการมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและการจำหน่ายเฮโรอีนเป็นความผิดซึ่งอาศัยเจตนาในการกระทำผิดแตกต่างแยกจากกันได้ การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดสองกรรม หาใช่ความผิดกรรมเดียวดังจำเลยฎีกาไม่
ที่จำเลยฎีกาว่า นายอนันตเดชให้สายลับไปล่อซื้อเฮโรอีนจากจำเลยก็เพื่อความประสงค์สร้างพยานหลักฐานในการจับกุมกล่าวหาเป็นความผิดของจำเลยเท่านั้น พยานโจทก์มิได้มีความประสงค์ในการซื้อเฮโรอีนโดยแท้จริง จึงเท่ากับไม่มีเจตนาในการซื้อเฮโรอีนจากจำเลย จำเลยจึงไม่มีความผิดนั้น ศาลฎีกาเห็นว่าเมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยจำหน่ายเฮโรอีนให้แก่สายลับที่นายอนันตเดชส่งไปล่อซื้อจากจำเลยแล้ว แม้สายลับไปซื้อเพื่อแสวงหาหลักฐานในการจับกุมจำเลยก็ตาม การกระทำของจำเลยก็เป็นความผิดฐานจำหน่ายเฮโรอีน เพราะจำเลยมีเจตนาที่จะจำหน่ายเฮโรอีนอยู่ก่อนแล้ว
ศาลฎีกาเห็นว่าคำให้การรับสารภาพของจำเลยในชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา พิพากษาแก้เป็นว่าลดโทษให้แก่จำเลยหนึ่งในสาม
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3681/2525
พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์
นายสุชาติ อ่ำอนันต์ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · จำเลย - นายสุชาติ อ่ำอนันต์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | พิชัย วุฒิจำนงค์ · สนิท อังศุสิงห์ · สำเนียง ด้วงมหาสอน |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลอาญา - นายธีระจิต ไชยาคำ · ศาลอุทธรณ์ - นายเทพ ภักดีศุภผล |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา