คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 54/2525
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ในชั้นร้องขัดทรัพย์ ศาลที่ออกหมายบังคับคดีมีอำนาจชี้ขาดเพียงว่าสมควรปล่อยทรัพย์สินที่ยึดไว้หรือไม่เท่านั้น จะไม่สามารถเพิกถอนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ได้
ย่อคำพิพากษา
ในชั้นร้องขัดทรัพย์ กฎหมายประสงค์ให้ศาลที่ออกหมายบังคับคดีชี้ขาดเพียงว่าสมควรปล่อยทรัพย์สินที่เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ยึดไว้หรือไม่เท่านั้น จะไปเพิกถอนหนังสือรับรองการทำประโยชน์สำหรับที่พิพาทซึ่งมีชื่อผู้ร้องด้วยไม่ได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ศาลพิพากษาให้จำเลยใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่โจทก์ เนื่องจากจำเลยแทงมารดาโจทก์ ถึงแก่ความตาย จำเลยไม่ปฏิบัติตามคำบังคับของศาล โจทก์จึงนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดเรือนหนึ่งหลังพร้อมที่ดินที่ปลูกเรือนเพื่อขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้ตามคำพิพากษา
ผู้ร้องยื่นคำร้องขัดทรัพย์ว่าเรือนและที่ดินที่โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดเป็นของผู้ร้อง ผู้ร้องได้ครอบครองทำประโยชน์ตลอดมา จำเลยเป็นเพียงผู้อาศัยชั่วคราวอยู่ในเรือนเท่านั้น ขอให้ปล่อยทรัพย์
โจทก์ให้การว่า เรือนและที่พิพาทเป็นของจำเลย จำเลยครอบครองและอยู่อาศัยตลอดมา และจำเลยได้ปลูกเรือนขึ้นใหม่แทนเรือนเดิม ผู้ร้องเป็นพี่สาวภริยาจำเลยได้ร้องขัดทรัพย์เพื่อช่วยจำเลยไม่ต้องชำระหนี้ให้โจทก์ นอกจากนี้จำเลยกับผู้ร้องยังสมยอมกันให้ผู้ร้องมีชื่อเป็นเจ้าของที่ดินพิพาท ตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์เมื่อวันที่ ๑๖ พฤษภาคม ๒๕๒๒ อันเป็นเวลาหลังจากศาลพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย และหลังจากโจทก์ฟ้องคดีนี้แล้วต่อจากนั้นผู้ร้องก็ได้นำที่ดินพิพาทไปจดทะเบียนจำนองไว้กับนายเขียวญาติของผู้ร้อง เป็นการส่อไปในทางไม่สุจริต ทำให้โจทก์เสียเปรียบ ขอให้ยกคำร้อง
ศาลชั้นต้น พิพากษาให้ยกคำร้องและเพิกถอนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ซึ่งมีชื่อผู้ร้อง
ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงในเรื่องความเป็นเจ้าของทรัพย์พิพาทเช่นเดียวกับศาลชั้นต้นแต่เห็นว่าประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๒๘๘ บัญญัติให้ศาลชี้ขาดเพียงว่าทรัพย์ที่ยึดเป็นของจำเลยหรือลูกหนี้ตามคำพิพากษาหรือไม่เท่านั้น พิพากษาแก้เป็นว่ายังไม่เพิกถอนหนังสือรับรองการทำประโยชน์
ผู้ร้องและโจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริง ในเรื่องความเป็นเจ้าของทรัพย์พิพาทเช่นเดียวกับศาลล่างทั้งสอง
สำหรับปัญหาที่โจทก์ฎีกาว่า ควรคุ้มครองประโยชน์ของโจทก์เสียในชั้นนี้โดยพิพากษาเพิกถอนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ที่ดินพิพาทที่มีชื่อผู้ร้อง เพราะโจทก์ได้ให้การต่อสู้คดีไว้แล้ว และไม่จำเป็นต้องฟ้องแย้งนั้น ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๘๘ วรรคแรกบัญญัติว่า"ภายใต้บังคับบทบัญญัติแห่งมาตรา ๕๕ ถ้าบุคคลใดกล่าวอ้างว่าจำเลยหรือลูกหนี้ตามคำพิพากษาไม่ใช่เจ้าของทรัพย์สินที่เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ยึดไว้ ฯลฯ บุคคลนั้นอาจยื่นคำร้องขอต่อศาลที่ออกหมายบังคับคดีให้ปล่อยทรัพย์สินเช่นว่านั้น ฯลฯ" แสดงว่าในชั้นร้องขัดทรัพย์กฎหมายประสงค์ให้ศาลที่ออกหมายบังคับคดีชี้ขาดเพียงว่า สมควรปล่อยทรัพย์สินที่เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ยึดไว้หรือไม่เท่านั้น ที่ศาลอุทธรณ์ไม่เพิกถอนหนังสือรับรองการทำประโยชน์นั้นชอบแล้ว
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 54/2525
นางสาวสุภาพร ผอมแก้ว กับพวก โจทก์
นางหลง ปาลพิทย์ ผู้ร้อง
นายวิรางกูร เฉลาชัย จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางสาวสุภาพร ผอมแก้ว กับพวก · ผู้ร้อง - นางหลง ปาลพิทย์ · จำเลย - นายวิรางกูร เฉลาชัย |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | เสมา รัตนมาลัย · สุนทร วรรณแสง · ประมุข สวัสดิ์มงคล |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - นายอนันต์ ไชยถาวร · ศาลอุทธรณ์ - นายเรืองสวัสดิ์ พรหมสาขา ณ สกล |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา