⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 627/2525

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 627/2525

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* คำให้การชั้นสอบสวนของผู้เสียหายที่ได้กระทำลับหลังจำเลย และคำเบิกความของพนักงานสอบสวนซึ่งเป็นเพียงพยานรับคำบอกเล่า ไม่อาจนำมาใช้ลงโทษจำเลยได้ หากผู้เสียหายมิได้มาเบิกความต่อศาล * เมื่อจำเลยให้การปฏิเสธในชั้นศาล โจทก์มีภาระหน้าที่ต้องนำพยานหลักฐานมาพิสูจน์ความผิดของจำเลย

ย่อคำพิพากษา

เมื่อผู้เสียหายมิได้มาเบิกความต่อศาล โจทก์จะอาศัยแต่เพียงคำให้การชั้นสอบสวนของผู้เสียหายที่ได้กระทำลับหลังจำเลยกับคำเบิกความของพนักงานสอบสวนซึ่งเป็นเพียงพยานรับคำบอกเล่ามาให้ศาลรับฟังลงโทษจำเลยหาได้ไม่ จำเลยรับสารภาพชั้นสอบสวน แต่ในชั้นศาลให้การปฏิเสธเป็นภาระหน้าที่ของโจทก์ที่จะต้องนำพยานหลักฐานมาสืบพิสูจน์ให้เห็นถึงความผิดของจำเลย หาใช่เป็นหน้าที่ของจำเลยไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.174 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.226 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.227

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 340 วรรคสอง, 340 ตรี จำคุก 18 ปี รับสารภาพชั้นสอบสวน ลดโทษให้1 ใน 3 จำคุก 12 ปี รถยนต์คันของกลางให้ริบ ยกฟ้องจำเลยที่ 2 และที่ 3ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 1 ด้วย และไม่ริบรถยนต์ของกลางโจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ปัญหาว่า จำเลยที่ 1 ได้ร่วมกับพวกคนร้ายกระทำความผิดดังที่โจทก์ฎีกาหรือไม่ พิเคราะห์แล้ว เห็นว่าคดีนี้มีผู้เสียหายเพียงผู้เดียวเท่านั้นที่รู้เห็นคนร้ายในขณะกระทำความผิดแต่ในชั้นพิจารณาของศาลโจทก์ก็ไม่ได้ตัวผู้เสียหายมาเป็นพยานเบิกความยืนยันว่า จำเลยที่ 1 ได้เป็นคนร้ายร่วมในการกระทำความผิดด้วยหรือไม่แม้โจทก์จะมีคำให้การในชั้นสอบสวนของผู้เสียหายอ้างมาประกอบการพิจารณา และมีร้อยตำรวจตรีสมชัย อินทโสตถิ พนักงานสอบสวนเป็นพยานเบิกความอ้างว่าได้ทำการสอบสวนคำให้การของผู้เสียหายซึ่งระบุแจ้งว่าจำเลยที่ 1 ได้ร่วมเป็นคนร้ายปล้นเอาเงินของผู้เสียหายไปด้วยก็ตาม แต่คำให้การของผู้เสียหายในชั้นสอบสวนดังกล่าวก็ไม่ได้กระทำต่อหน้าจำเลยที่ 1 โดยที่จำเลยที่ 1 ไม่มีโอกาสได้คัดค้านเพื่อต่อสู้คดีได้เต็มที่ดังเช่นการพิจารณาคดีในชั้นศาล ตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 172 ด้วยเหตุนี้โจทก์จะอาศัยแต่เพียงคำให้การชั้นสอบสวนของผู้เสียหายที่ได้กระทำลับหลังจำเลย กับคำเบิกความของพนักงานสอบสวนซึ่งเป็นเพียงพยานรับคำบอกเล่ามาให้ศาลรับฟังลงโทษจำเลยหาได้ไม่ ส่วนที่โจทก์ฎีกาอ้างว่าในชั้นสอบสวนจำเลยที่ 1 ได้ให้การรับสารภาพ ต่อมาในชั้นศาลเมื่อจำเลยที่ 1 ให้การปฏิเสธ จำเลยที่ 1 ก็ไม่ได้นำสืบให้ได้ความว่าจำเลยที่ 1ไม่ได้ให้การรับด้วยความสมัครใจ จึงชอบที่ศาลจะรับฟังคำรับสารภาพชั้นสอบสวนลงโทษจำเลยที่ 1 ตามฟ้องได้เห็นว่า ในกรณีที่จำเลยให้การปฏิเสธความผิดในชั้นศาล เป็นภาระหน้าที่ของโจทก์ที่จะต้องนำพยานหลักฐานมาสืบพิสูจน์ให้เห็นถึงความผิดของจำเลย แต่ในคดีนี้โจทก์หาได้นำพยานหลักฐานใดมาสืบให้ได้ความดังกล่าวนั้นไม่ โจทก์กลับอ้างภาระหน้าที่นำสืบในข้อนี้ว่าเป็นของจำเลย จึงหาเป็นการชอบด้วยกระบวนพิจารณาตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 174 ประกอบด้วยมาตรา 227 ไม่" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 627/2525 อัยการเชียงราย โจทก์ นายเชิด เมืองแปง กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการเชียงราย · จำเลย - นายเชิด เมืองแปง กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พิศิษฏ์ เทศะบำรุง · ประสม ศรีเจริญ · สุชาติ จิวะชาติ
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5049/2547ฎีกา 4326/2540ฎีกา 5882/2541ฎีกา 3914/2531ฎีกา 2281/2539ฎีกา 1337/2533ฎีกา 225/2530ฎีกา 393/2536ฎีกา 1247/2510ฎีกา 1384/2518ฎีกา 407/2544ฎีกา 866/2518ฎีกา 536/2536ฎีกา 4335/2539ฎีกา 1477/2500ฎีกา 469/2531ฎีกา 3202/2559ฎีกา 6472/2541ฎีกา 1360/2544ฎีกา 7927/2538ฎีกา 4762/2545ฎีกา 58/2531ฎีกา 1196/2513ฎีกา 1733/2498
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา