⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 782/2525

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 782/2525

ป.วิ.แพ่ง ม.40, 86

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากจำเลยไม่นำพาที่จะปฏิบัติตามคำสั่งของศาลและส่อเจตนาที่จะประวิงคดี ศาลอาจมีคำสั่งไม่ให้เลื่อนคดีและงดสืบพยานของจำเลยได้

ย่อคำพิพากษา

วันนัดสืบพยานจำเลยนัดแรก ทนายจำเลยป่วยขอเลื่อน ศาลอนุญาตและมีคำสั่งกำชับให้ทนายจำเลยขอหมายเรียกพยานมาให้พร้อม ในวันสืบพยานนัดถัดมา จำเลยคงมีตัวจำเลยมาเบิกความปากเดียวเท่านั้น โดยมิได้นำหรือขอหมายเรียกพยานบุคคลอื่นของจำเลยมาศาลแม้แต่คนเดียว แล้วขอเลื่อนคดีอีกอ้างเหตุว่าพยานคนหนึ่งป่วย ดังนี้ แสดงให้เห็นว่าจำเลยไม่นำพาที่จะปฏิบัติตามคำสั่งของศาลชั้นต้น ส่อเจตนาที่จะประวิงคดี ศาลไม่ให้เลื่อนคดีและงดสืบพยาน

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.40 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.86

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.40 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.86 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยรื้อถอนอาคารในที่ดินพิพาทและส่งมอบที่ดินคืนให้โจทก์ในสภาพเรียบร้อย และให้ใช้ค่าเสียหายเดือนละ 300 บาท จนกว่าจะส่งมอบที่ดินคืน ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ที่จำเลยฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายสรุปได้ว่า ศาลชั้นต้นมีคำสั่งงดไม่ให้จำเลยสืบพยานจำเลยในวันที่ 7 เมษายน 2523 นั้นเป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมาย พิเคราะห์แล้วเห็นว่าศาลชั้นต้นนัดสืบพยานจำเลยนัดแรกในวันที่ 5 มีนาคม 2523 ทนายจำเลยป่วย ได้ขอเลื่อนคดีโดยเลื่อนไปนัดสืบพยานจำเลยในวันที่ 7 เมษายน 2523 และศาลชั้นต้นได้มีคำสั่งกำชับให้ทนายจำเลยขอหมายเรียกพยานมาศาลให้พร้อม ครั้นวันที่ 7 เมษายน 2523 จำเลยมิได้นำหรือขอให้ศาลออกหมายเรียกพยานบุคคลของจำเลยมาศาลแม้แต่คนเดียว คงมีแต่ตัวจำเลยเบิกความต่อศาลเท่านั้น แล้วขอเลื่อนคดีโดยอ้างเหตุว่าพยานจำเลยที่จะสืบในวันนั้น คือ นายวรกิจ พิภพกุล ป่วยไม่มาศาล ส่วนพยานบุคคลอื่นเป็นพยานที่ต้องขอหมายเรียกและประเด็น ซึ่งแสดงให้เห็นว่าจำเลยมิได้นำพาที่จะปฏิบัติตามคำสั่งของศาลชั้นต้น ส่อเจตนาของจำเลยที่จะประวิงคดี เมื่อนายวรกิจพยานจำเลยป่วย จำเลยก็ควรที่จะขอให้ศาลออกหมายเรียกพยานบุคคลอื่นที่ไม่ใช่พยานประเด็นมาศาลเพื่อที่จะสืบเสียในวันนั้นได้อีกมากกว่าหนึ่งปาก เมื่อจำเลยเห็นว่าหากขอให้ศาลออกหมายเรียกพยานบุคคลของจำเลยมาศาลทั้งหมดในคราวเดียวกันซึ่งไม่สามารถจะสืบให้เสร็จในวันเดียวกันได้ จำเลยก็ควรจะขอหมายเรียกพยานบุคคลมาศาลแต่พอควรก็ได้ เพราะจำเลยรู้ถึงประเด็นแห่งคดีที่จะต้องสืบพยานบุคคลมากและน้อยเท่าใดได้ดีฉะนั้นที่จำเลยโต้เถียงอ้างเหตุไม่ขอหมายเรียกพยานว่าพยานบุคคลที่ถูกหมายเรียกมาศาลจะเสียเวลาและเป็นพยานสำคัญเกี่ยวกับประเด็นนั้นไม่มีเหตุผลฟังขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 782/2525 นางเอียด ลพานุกรม โจทก์ นางอารีพร พิภพกุล จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางเอียด ลพานุกรม · จำเลย - นางอารีพร พิภพกุล
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุชาติ จิวะชาติ · พิศิษฏ์ เทศะบำรุง · ประสม ศรีเจริญ
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2358/2518ฎีกา 566/2518ฎีกา 574/2522ฎีกา 1178/2540ฎีกา 10/2540ฎีกา 648/2539ฎีกา 1178/2494ฎีกา 779/2506ฎีกา 6071/2537ฎีกา 846/2493ฎีกา 972/2531ฎีกา 1061/2491ฎีกา 608/2491ฎีกา 1813/2500ฎีกา 717/2535ฎีกา 2221/2553ฎีกา 247/2530ฎีกา 1193/2535ฎีกา 313/2518ฎีกา 723/2498ฎีกา 3813/2535ฎีกา 2505/2524ฎีกา 2270/2524ฎีกา 4964/2539
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา