⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 934-935/2525

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 934-935/2525

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* การชำระเงินตามเช็คให้แก่ผู้เสียหายก่อนศาลชั้นต้นพิพากษา ไม่ทำให้คดีเป็นอันเลิกกันตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 5 วรรคท้าย หากจำเลยไม่ได้ยกข้อต่อสู้เรื่องการบอกกล่าวให้ทราบถึงการปฏิเสธการจ่ายเงิน * วันออกเช็คคือวันที่ลงในเช็ค ไม่ใช่วันที่เขียนหรือพิมพ์เช็ค * ศาลฎีกามีอำนาจรอการลงโทษจำเลยในคดีที่ห้ามฎีกาปัญหาข้อเท็จจริง แต่ขึ้นสู่การพิจารณาในปัญหาข้อกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

เมื่อจำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้อง โดยไม่ได้ยกข้อที่ว่าผู้เสียหาย ซึ่งเป็นผู้ทรงเช็คได้บอกกล่าวให้จำเลยทราบถึงเรื่องที่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คของจำเลยขึ้นต่อสู้ และศาลชั้นต้นก็มิได้วินิจฉัยถึง ในเรื่องการบอกกล่าวจึงไม่มีข้อเท็จจริงเป็นที่ยุติ ปัญหาข้อกฎหมายที่ว่า จำเลยมีสิทธินำเงินไปชำระให้แก่ผู้เสียหายได้จนกว่าคดีจะถึงที่สุด เมื่อจำเลยได้นำเงินตามเช็คไปชำระให้แก่ผู้เสียหายแล้วก่อนศาลชั้นต้นพิพากษา ย่อมมีผลให้คดีเป็นอันเลิกกันตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2497 มาตรา 5 วรรคท้าย จึงยังไม่เกิดขึ้น วันออกเช็คตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2497 นั้น คือวันที่ลงในเช็ค วันที่เขียนหรือพิมพ์เช็คหาใช่วันที่ออกเช็คไม่ เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่า.ในวันออกเช็คจำเลยไม่มีเงินอยู่ในบัญชีอันจะพึงให้ใช้เงินได้ และธนาคารได้ปฏิเสธไม่จ่ายเงินตามเช็คนั้นแล้ว การกระทำของจำเลยก็ครบองค์ประกอบความผิดตามมาตรา3(2) แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวแล้ว ในคดีซึ่งต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง แต่ขึ้นมาสู่การพิจารณาของศาลฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายนั้น ศาลฎีกามีอำนาจใช้ดุลพินิจรอการลงโทษจำเลยได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2497 ม.3

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. ๒๔๙๗ มาตรา ๓ จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. ๒๔๙๗ มาตรา ๓ ให้ลงโทษจำคุก จำเลยอุทธรณ์ทั้งสองสำนวน ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกาทั้งสองสำนวน ศาลฎีกาวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่า ที่จำเลยฎีกาว่าตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. ๒๔๙๗มาตรา ๕ วรรคท้าย บัญญัติว่า ถ้าผู้กระทำผิดตามมาตรา ๓ ได้นำเงินตามเช็คไปชำระแก่ผู้ทรงเช็คหรือแก่ธนาคาร เพื่อจ่ายเงินตามเช็คภายใน ๑๕ วันนับแต่วันที่ผู้ทรงเช็คได้บอกกล่าวให้ผู้ออกเช็คได้รับทราบว่าธนาคารปฏิเสธไม่จ่ายเงิน ให้คดีเป็นอันเลิกกันตามความหมายแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญานั้น แต่ข้อเท็จจริงตามสำนวนได้ความว่าผู้เสียหายซึ่งเป็นผู้ทรงเช็คยังไม่ได้บอกกล่าวให้จำเลยผู้ออกเช็คทราบว่าธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คพิพาท ระยะเวลาจึงยังไม่เริ่มนับจำเลยจึงยังมีสิทธิที่จะนำเงินไปชำระให้แก่ผู้เสียหายได้จนกว่าคดีจะถึงที่สุดเมื่อจำเลยได้ชำระเงินตามเช็คให้แก่ผู้เสียหายแล้ว ย่อมมีผลให้คดีเป็นอันเลิกกันตามบทกฎหมายดังกล่าว ศาลฎีกาเห็นว่า คดีนี้ จำเลยให้การรับสารภาพ และจำเลยไม่ได้ยกความข้อนี้ขึ้นต่อสู้ไว้ ศาลชั้นต้นจึงไม่ได้วินิจฉัยถึงในข้อที่ว่าผู้เสียหายผู้ทรงเช็คได้บอกกล่าวให้จำเลยได้รับทราบว่าธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คแล้วหรือไม่ ฉะนั้น ในเรื่องการบอกกล่าวจึงไม่มีข้อเท็จจริงเป็นที่ยุติ ที่จะนำมาปรับกับข้อกฎหมายที่จำเลยยกขึ้นอ้างอิงได้ ปัญหาข้อกฎหมายดังกล่าวจึงยังไม่เกิดขึ้น ศาลฎีกาวินิจฉัยให้ไม่ได้ ที่จำเลยฎีกาอีกข้อหนึ่งว่า ข้อเท็จจริงในคดีนี้ปรากฏว่าจำเลยออกเช็ควันที่ ๒๔ มกราคม ๒๕๒๒ แต่ลงวันที่ล่วงหน้าเป็นวันที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๒๒ การลงวันที่ล่วงหน้าในเช็คเช่นนี้เป็นอันตกลงว่า จำเลยจะนำเงินมาชำระหนี้ตามเช็คให้ได้ภายในกำหนดเวลาที่ลงวันที่ล่วงหน้าไว้นั้น หากนำเงินมาชำระไม่ได้ก็เป็นการผิดสัญญาในทางแพ่งเท่านั้น ศาลฎีกาเห็นว่าวันออกเช็คตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คนั้นคือวันที่ลงในเช็ค วันที่เขียนหรือพิมพ์เช็คหาใช่วันที่ออกเช็คไม่ ฉะนั้น วันออกเช็คในคดีนี้คือวันที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๒๒ เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าในวันดังกล่าวจำเลยไม่มีเงินอยู่ในบัญชีอันจะพึงให้ใช้เงินได้และธนาคารได้ปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คนั้นแล้ว การกระทำของจำเลยก็ครบองค์ประกอบความผิดตามมาตรา ๓(๒) แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. ๒๔๙๗ จำเลยจึงต้องมีความผิดดังโจทก์ฟ้อง ศาลฎีกาพิจารณาเห็นว่ามีเหตุสมควรรอการลงโทษให้แก่จำเลย พิพากษาแก้เป็นว่า ให้รอการลงโทษจำเลยไว้มีกำหนดสองปี ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 934 - 935/2525 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ นายรุจ เวชประสิทธิ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · จำเลย - นายรุจ เวชประสิทธิ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พินิจ สังขนันท์ · ทวี กสิยพงศ์ · ทวี กสิยพงศ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายสุภัทร พรหมประสิทธิ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายเรืองสวัสดิ์ พรหมสาขา ณ สกล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6223/2534ฎีกา 5414/2536ฎีกา 595/2519ฎีกา 2387/2533ฎีกา 5822/2531ฎีกา 594/2532ฎีกา 666/2502ฎีกา 2246/2526ฎีกา 2829/2531ฎีกา 830/2510ฎีกา 1368/2505ฎีกา 1379/2524ฎีกา 2410/2523ฎีกา 3792-3793/2529ฎีกา 3834/2526ฎีกา 729/2530ฎีกา 1465/2531ฎีกา 1018/2507ฎีกา 5103/2528ฎีกา 1915/2529ฎีกา 164/2512ฎีกา 5723-5724/2531ฎีกา 672/2519ฎีกา 1044/2508
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา