⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 999/2525

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 999/2525

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การฟ้องเรียกทรัพย์สินคืนจากผู้ที่ไม่มีสิทธิยึดถือไว้ เป็นการใช้สิทธิในฐานะเจ้าของทรัพย์สิน มีอายุความ 10 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 164

ย่อคำพิพากษา

การไฟฟ้านครหลวงโจทก์ฟ้องเรียกเงินที่จำเลยพนักงานยักยอกไปคืนจากจำเลย เป็นการใช้สิทธิติดตามและเอาคืนซึ่งทรัพย์สินของตนจากบุคคลที่ไม่มีสิทธิที่จะยึดถือไว้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1336 มิใช่ฟ้องเรียกค่าเสียหายโดยอาศัยมูลละเมิดจึงไม่อยู่ในบังคับอายุความตาม มาตรา 448 แต่มีอายุความ 10 ปี ตามมาตรา 164

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.164 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.448 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1336

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าขณะที่จำเลยเป็นหัวหน้าหมวดเก็บเงินค้างของโจทก์จำเลยได้ยักยอกเงินของโจทก์ไป จึงเป็นการกระทำละเมิดต่อโจทก์อันเนื่องมาจากความผิดอาญาฐานพนักงานองค์การของรัฐทุจริตยักยอกทรัพย์ขอให้บังคับจำเลยคืนหรือใช้เงินพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยคืนหรือใช้เงิน 38,253.84 บาท พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าคดีโจทก์ขาดอายุความ พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "คดีคงมีปัญหาวินิจฉัยในข้อกฎหมายประการแรกตามฎีกาของโจทก์ว่าคดีโจทก์ขาดอายุความหรือไม่พิเคราะห์แล้ว เห็นว่าคดีนี้โจทก์ฟ้องเรียกเงินจำนวน 38,253 บาท84 สตางค์ ที่จำเลยยักยอกไปคืนจากจำเลย เป็นการใช้สิทธิติดตามและเอาคืนซึ่งทรัพย์สินของตนจากบุคคลที่ไม่มีสิทธิที่จะยึดถือไว้ตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1336 มิใช่ฟ้องเรียกค่าเสียหายจากจำเลยโดยอาศัยมูลละเมิด จึงไม่อยู่ในบังคับอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 448 แต่มีอายุความ 10 ปีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 164 ปรากฎว่าโจทก์ฟ้องกล่าวหาว่าจำเลยยักยอกทรัพย์ระหว่างวันที่ 4 กุมภาพันธ์2517 ถึงวันที่ 7 ตุลาคม 2517 และยื่นฟ้องในวันที่ 28 เมษายน 2523ยังไม่เกิน 10 ปี คดีจึงไม่ขาดอายุความ ทั้งนี้ ตามนัยแห่งคำพิพากษาฎีกาที่ 2010/2515 ระหว่างนายสุธรรม ลี้โชติรส โจทก์ ร้อยตำรวจเอกสมชาย ประยูรรัตน์ กับพวก จำเลยคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น ปรากฏว่าศาลอุทธรณ์ยังมิได้วินิจฉัยประเด็นข้ออื่น ๆ ที่จำเลยอุทธรณ์อีกหลายข้อ เห็นสมควรให้ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยเสียก่อน พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยประเด็นข้ออื่น ๆ ตามอุทธรณ์ของจำเลยแล้วพิพากษาใหม่ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้รวมสั่งเมื่อมีคำพิพากษา" ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 999/2525 การไฟฟ้านครหลวง โจทก์ นายเสริม สาตร์จีนพงษ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - การไฟฟ้านครหลวง · จำเลย - นายเสริม สาตร์จีนพงษ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อำนวย อินทุภูติ · สุทิน เลิศวิรุฬห์ · เริ่ม ธรรมดุษฎี
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 707/2507ฎีกา 4300/2543ฎีกา 5268/2538ฎีกา 681/2506ฎีกา 2685/2536ฎีกา 5095/2556ฎีกา 6560/2555ฎีกา 621/2519ฎีกา 4015/2528ฎีกา 7662/2546ฎีกา 4082/2530ฎีกา 5640/2540ฎีกา 8875/2542ฎีกา 1052/2509ฎีกา 1055/2492ฎีกา 967/2491ฎีกา 2093/2532ฎีกา 4258/2541ฎีกา 3537/2524ฎีกา 1882/2518ฎีกา 1531/2526ฎีกา 8364/2544ฎีกา 2207/2524ฎีกา 747/2484
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา