⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1394/2526

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1394/2526

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ตัวการฟ้องให้ตัวแทนรับผิดต่อตัวการเนื่องจากการกระทำของตัวแทนที่นอกขอบอำนาจนั้น เป็นคนละกรณีกับการที่บุคคลภายนอกฟ้องให้ตัวการรับผิดในการกระทำของตัวแทน

ย่อคำพิพากษา

แม้จำเลยจะไม่มีผลประโยชน์ร่วมกันในมูลความแห่งคดี แต่การที่ศาลชั้นต้นรับฟ้องที่รวมกันมาไม่เป็นเหตุให้ผลแห่งคดีของโจทก์จำเลยเปลี่ยนแปลงไป ทั้งศาลชั้นต้นได้รับฟ้องและดำเนินกระบวนพิจารณาจนเสร็จการพิจารณาและพิพากษาคดีแล้ว จึงไม่มีเหตุที่จะถือว่าการดำเนินกระบวนพิจารณานั้นผิดกฎหมาย และไม่มีเหตุอันสมควรที่จะยกฟ้องหรือให้โจทก์ไปฟ้องจำเลยเป็นคดีใหม่ (อ้างคำพิพากษาฎีกาที่ 681/2506) โจทก์ในฐานะตัวการฟ้องจำเลยที่ 3 ในฐานะตัวแทนให้รับผิดต่อโจทก์ในฐานะที่จำเลยที่ 3 ได้ให้จำเลยที่ 1 กู้เงินไปโดยปราศจากอำนาจหรือนอกขอบอำนาจทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายเพราะไม่อาจบังคับชำระหนี้เอาแก่จำเลยที่ 1 ได้ ดังนี้ จำเลยที่ 3 จะอ้างว่าโจทก์ได้ดอกเบี้ยจากจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 3 ได้รายงานให้ทราบทุกเดือนโจทก์ไม่เคยทักท้วง จำเลยที่ 3 จึงไม่ต้องรับผิดไม่ได้ เพราะข้อต่อสู้ของจำเลยที่ 3 เป็นเรื่องที่บุคคลภายนอกฟ้องให้ตัวการรับผิดในการกระทำของตัวแทนซึ่งเป็นคนละกรณีกับตัวการฟ้องตัวแทนให้รับผิดต่อตัวการ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.59 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.243 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.812 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.823

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ ขอเปิดบัญชีกระแสรายวันไว้กับธนาคารสาขาของโจทก์โดยตกลงว่าถ้าโจทก์จ่ายเงินตามเช็คที่จำเลยที่ ๑ สั่งจ่ายมากกว่าจำนวนเงินที่คงเหลืออยู่ในบัญชี จำเลยที่ ๑ ยอมรับผิดชดใช้จนครบ จำเลยที่ ๒ เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของจำเลยที่ ๑ ต่อมาจำเลยที่ ๑ ได้เบิกเงินเกินบัญชีไปเป็นจำนวน ๑๔๖,๒๗๙.๒๖ บาท แล้วไม่ชำระโจทก์จึงบอกเลิกบัญชีเดินสะพัด และให้จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ร่วมกันชำระหนี้แก่โจทก์ แต่จำเลยทั้งสองก็ไม่ชำระ จำเลยที่ ๓ ในฐานะตัวแทนโจทก์เพราะเป็นผู้จัดการธนาคารสาขาของโจทก์ได้กระทำผิดหน้าที่ ฝ่าฝืนคำสั่งของโจทก์เกี่ยวกับการให้กู้เบิกเงินเกินบัญชีแก่จำเลยที่ ๑ ทำให้โจทก์เสียหาย จึงต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ด้วย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินจำนวนดังกล่าวแก่โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ย จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา จำเลยที่ ๓ ให้การว่า จำเลยที่ ๓ มีอำนาจให้จำเลยที่ ๑ กู้เบิกเงินเกินบัญชีโดยไม่ต้องทำสัญญา และจำเลยที่ ๓ ได้แจ้งยอดรายการเงินเดินสะพัดของบัญชีจำเลยที่ ๑ ต่อธนาคารโจทก์สำนักงานใหญ่ทุกวัน โจทก์ไม่เคยทักท้วง ถือว่าโจทก์ให้สัตยาบันแล้วจำเลยที่ ๓ ไม่ต้องรับผิด และโจทก์จะฟ้องให้จำเลยที่ ๓ ร่วมรับผิดกับจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ไม่ได้ เพราะไม่ได้เป็นลูกหนี้ร่วม ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ร่วมกันชำระเงินแก่โจทก์ จำนวน ๑๔๙,๒๒๔.๘๘ บาท หากบังคับเอาแก่จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ไม่ได้ยังขาดอยู่เท่าใดให้จำเลยที่ ๓ รับผิดชดใช้แทนแต่ไม่เกิน ๔๑,๑๙๕.๑๒ บาท โจทก์และจำเลยที่ ๓ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า หากบังคับชำระหนี้เอาแก่จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ไม่ได้ ยังขาดอยู่เท่าใด ให้จำเลยที่ ๓ รับผิดชดใช้ในจำนวนไม่เกิน ๔๓,๓๔๔.๑๒ บาทนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ ๓ ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยที่ ๓ ฎีกาเป็นข้อแรกว่า จำเลยที่ ๓ มิได้เป็นหนี้ร่วมกับจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ โจทก์จึงไม่อาจฟ้องให้จำเลยที่ ๓ รับผิดร่วมกับจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ได้ ขอให้พิพากษายกฟ้องโจทก์ ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๕๙ อนุญาตให้บุคคลตั้งแต่สองคนขึ้นไปเข้าเป็นคู่ความในคดีเดียวกันได้โดยเป็นโจทก์ร่วมหรือจำเลยร่วม ถ้าหากปรากฏว่าบุคคลเหล่านั้นมีผลประโยชน์ร่วมกันในมูลความแห่งคดี สำหรับคดีนี้แม้จำเลยที่ ๑ ที่ ๒กับจำเลยที่ ๓ จะไม่มีผลประโยชน์ร่วมกันในมูลความแห่งคดีก็จริง แต่การที่ศาลชั้นต้นรับฟ้องที่รวมฟ้องกันมาไม่เป็นเหตุให้ผลแห่งคดีของโจทก์จำเลยเปลี่ยนแปลงไป อีกประการหนึ่งคดีนี้ศาลชั้นต้นได้รับฟ้องและดำเนินกระบวนพิจารณาจนเสร็จการพิจารณาและพิพากษาคดีแล้ว ไม่มีเหตุที่จะถือว่าการดำเนินกระบวนพิจารณานั้นผิดกฎหมาย และไม่มีเหตุอันสมควรที่จะยกฟ้องโจทก์หรือให้โจทก์ไปฟ้องจำเลยเป็นคดีใหม่ คดีทำนองนี้ศาลฎีกาได้เคยวินิจฉัยเป็นบรรทัดฐานไว้แล้ว ตามนัยแห่งคำพิพากษาฎีกาที่ ๖๘๑/๒๕๐๖ จำเลยที่ ๓ ฎีกาเป็นข้อที่สองว่า ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยที่ ๓ ได้ให้จำเลยที่ ๑ กู้เบิกเงินเกินบัญชีซึ่งจำเลยที่ ๓ ได้กระทำนอกขอบอำนาจและโจทก์ได้ยอมรับ (ให้สัตยาบัน) ในการกระทำนอกขอบอำนาจนั้นแล้ว ฉะนั้นจำเลยที่ ๓ ย่อมหลุดพ้นจากความรับผิด แต่ศาลอุทธรณ์ยังวินิจฉัยให้จำเลยที่ ๓ รับผิดอยู่อีก ทั้ง ๆ ที่จำเลยที่ ๓ ได้ออกจากการเป็นผู้จัดการสาขาโจทก์ไป ๘-๙ ปีแล้ว โจทก์เปลี่ยนผู้จัดการสาขาไปแล้วถึง ๕ คน และโจทก์ได้รับประโยชน์จากดอกเบี้ยบัญชีเดินสะพัดของจำเลยที่ ๑ ตลอดมา คำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์จึงไม่ถูกต้อง ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้ว เห็นว่า คดีนี้โจทก์ในฐานะตัวการฟ้องจำเลยที่ ๓ ในฐานะตัวแทนให้รับผิดชอบต่อโจทก์ในฐานะที่จำเลยที่ ๓ ได้ให้จำเลยที่ ๑ กู้เงินไปโดยปราศจากอำนาจหรือนอกขอบอำนาจทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๘๑๒ จำเลยที่ ๓ ไม่มีอำนาจให้ลูกค้ากู้เงินจากธนาคารโจทก์นอกจากจะได้รับอนุมัติจากสำนักงานใหญ่เท่านั้น ฉะนั้นการกระทำของจำเลยที่ ๓ ที่ยอมให้จำเลยที่ ๑ กู้เบิกเงินเกินบัญชีไปจึงเป็นการกระทำนอกอำนาจ เมื่อจำเลยที่ ๑ เป็นหนี้โจทก์และไม่ชำระหนี้ และไม่มีหลักประกันให้โจทก์ โจทก์ย่อมได้รับความเสียหาย ที่จำเลยที่ ๓ อ้างว่า โจทก์ได้คิดดอกเบี้ยจากจำเลยที่ ๑ ทุกเดือนตามบัญชีเดินสะพัดและทราบเรื่องที่จำเลยที่ ๑ เป็นหนี้โจทก์โดยจำเลยที่ ๓ ได้รายงานให้โจทก์ทราบทุกเดือน โจทก์ไม่เคยทักท้วงเลยและได้ปล่อยให้เวลาล่วงมาหลายปีแล้ว เห็นว่าข้อต่อสู้ของจำเลยดังกล่าวเป็นเรื่องที่บุคคลภายนอกฟ้องให้ตัวการรับผิดในการกระทำของตัวแทนซึ่งเป็นคนละกรณีกับคดีนี้ซึ่งตัวการฟ้องตัวแทนให้รับผิดต่อตัวการ เมื่อจำเลยที่ ๓ ปฏิบัติผิดหน้าที่ตัวแทนก่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ จำเลยที่ ๓ ก็ต้องรับผิด ข้ออ้างของจำเลยที่ ๓ จึงฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1394/2526 ธนาคารมหานคร จำกัด โจทก์ ห้างหุ้นส่วนจำกัดเทพคงคา กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ธนาคารมหานคร จำกัด · จำเลย - ห้างหุ้นส่วนจำกัดเทพคงคา กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สำเนียง ด้วงมหาสอน · สนิท อังศุสิงห์ · เสมา รัตนมาลัย
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายเธียร ยูงทอง · ศาลอุทธรณ์ - นายบรรทม จาตกานนท์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 734/2516ฎีกา 273/2501ฎีกา 345/2520ฎีกา 707/2507ฎีกา 280/2530ฎีกา 681/2506ฎีกา 2076/2542ฎีกา 4637/2567ฎีกา 3616/2558ฎีกา 3350/2538ฎีกา 913/2538ฎีกา 5272/2544ฎีกา 2026/2494ฎีกา 557/2493ฎีกา 2891/2537ฎีกา 8108/2542ฎีกา 1088/2533ฎีกา 2520/2544ฎีกา 1660/2518ฎีกา 2489/2528ฎีกา 1234/2508ฎีกา 1130/2544ฎีกา 2898/2538ฎีกา 312/2534
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา