คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1791/2526
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและพยายามส่งออกนอกราชอาณาจักรเพื่อจำหน่ายซึ่งเฮโรอีนจำนวนเดียวกัน ถือเป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามกฎหมายบทที่หนักที่สุด
ย่อคำพิพากษา
จำเลยมีไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายและพยายามส่งออกนอกราชอาณาจักรเพื่อจำหน่ายซึ่งเฮโรอีนของกลางอันเป็นเฮโรอีนจำนวนเดียวกัน แม้จำเลยจะมีเฮโรอีนของกลางไว้เพื่อจำหน่าย แต่การกระทำของจำเลยมีเจตนาประสงค์ต่อผลประการเดียวที่จะนำเฮโรอีนของกลางออกนอกราชอาณาจักร ถึงโจทก์จะบรรยายฟ้องแยกการกระทำของจำเลยเป็นสองตอน ก็ถือได้ว่าเป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ลงโทษบทหนัก
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องและขอแก้ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๒๔ เวลากลางวันจำเลยมีเฮโรอีนจำนวน ๑๖ ถุงหนัก ๓,๕๐๑ กรัม ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่าย และจำเลยได้บังอาจส่งออกนอกราชอาณาจักรเพื่อจำหน่ายซึ่งเฮโรอีนจำนวนดังกล่าว โดยจำเลยนำติดตัวโดยสารไปกับสายการบินโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามวันเวลาดังกล่าวเจ้าพนักงานจับจำเลยได้พร้อมด้วยเฮโรอีนดังกล่าวเป็นของกลาง ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๗, ๑๕, ๖๕, ๖๖, ๑๐๒ และริบของกลาง
จำเลยให้การรับสารภาพ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดฐานมียาเสพติดให้โทษประเภท ๑ ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่าย ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๕, ๖๖ วรรคสอง และมีความผิดฐานพยายามส่งออกนอกราชอาณาจักรเพื่อจำหน่ายตามมาตรา ๑๕, ๖๕ ประกอบด้วยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๐ การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามมาตรา ๑๕, ๖๖ วรรคสอง ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักให้จำคุกจำเลย ของกลางริบ
โจทก์จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดสองกรรมพิพากษาแก้เป็นให้จำคุกจำเลยในความผิดแต่ละกระทงรวม ๒ กระทง
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่า เมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๒๔ เวลา ๘.๓๐ นาฬิกา เจ้าพนักงานประจำด่านศุลกากรท่าอากาศยานกรุงเทพได้ตรวจกระเป๋าเสื้อผ้าสองใบของจำเลย ขณะที่จำเลยจะโดยสารเครื่องบินจากท่าอากาศยานกรุงเทพไปประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน พบวัตถุผงสีขาวซึ่งมีเฮโรอีนบริสุทธิ์ผสมอยู่จำนวน ๓,๕๐๑ กรัมบรรจุถุงพลาสติกซ่อนอยู่ที่ฝาด้านบนและด้านล่างภายในกระเป๋าเสื้อผ้าสองใบรวม ๑๖ ถุง แล้ววินิจฉัยข้อกฎหมายว่า จำเลยมีไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายและพยายามส่งออกนอกราชอาณาจักรเพื่อจำหน่ายซึ่งเฮโรอีนของกลางอันเป็นเฮโรอีนจำนวนเดียวกัน แม้จำเลยจะมีเฮโรอีนของกลางไว้เพื่อจำหน่าย แต่การกระทำของจำเลยมีเจตนาประสงค์ต่อผลประการเดียวที่จะนำเฮโรอีนของกลางออกนอกราชอาณาจักรถึงโจทก์จะบรรยายฟ้องแยกการกระทำของจำเลยเป็นสองตอน ก็ถือได้ว่าเป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท จำเลยจึงควรได้รับโทษตามกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดดังคำพิพากษาศาลชั้นต้น
พิพากษาแก้เป็นให้บังคับตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1791/2526
พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์
นางนวลแสง เลิศภาสนวัฒน์ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · จำเลย - นางนวลแสง เลิศภาสนวัฒน์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | กิติ บูรพรรณ์ · ประสม ศรีเจริญ · ธรรมสถิตย์ ธีรกุล |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลอาญา - นายสวิน อักขรายุธ · ศาลอุทธรณ์ - นายไมตรี กลั่นนุรักษ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา