⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1861/2526

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1861/2526

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยเบิกความต่อศาลว่าจำคนร้ายได้คลับคล้ายคลับคลา โดยมีพฤติการณ์ที่จำเลยเห็นคนร้ายในระยะสั้นและอยู่ในอาการรีบร้อน จึงเชื่อว่าเป็นความจริง และจำเลยไม่มีความผิดฐานเบิกความเท็จ

ย่อคำพิพากษา

ชั้นสอบสวนจำเลยให้การว่าจำคนร้ายได้ตามพฤติการณ์ที่จำเลยเห็นคนร้ายครั้งแรกในลักษณะที่จำเลยขับขี่รถจักรยานยนต์ผ่านมา ไม่ได้คิดมาก่อนว่าจะถูกปล้นทรัพย์ เมื่อรถคนร้ายแซงปาดหน้า จำเลยหักรถกลับหนีไปตามทางเดิม จึงเห็นคนร้ายในระยะสั้นมากและอยู่ในอาการรีบร้อน ดังนั้นที่จำเลยเบิกความต่อศาลว่าจำคนร้ายได้คลับคล้ายคลับคลาจึงเชื่อว่าเป็นความจริง จำเลยไม่มีความผิดฐานเบิกความเท็จตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 177

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.177

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 177 จำคุก 6 เดือน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "โจทก์มีพยานรู้เห็นมาเบิกความว่า ที่จำเลยให้การในชั้นสอบสวนว่าจำคนร้ายได้เป็นความจริงนั้นมีร้อยตำรวจเอกรณชัยและนายกิติโดยร้อยตำรวจเอกรณชัยในฐานะพนักงานสอบสวนซึ่งสอบสวนจำเลยว่า ในชั้นสอบสวนจำเลยให้การว่าจำคนร้ายได้ และนายกิติในฐานะเป็นอัยการศาลมณฑลทหารบกที่ 4 (อัยการประจำศาลจังหวัดสวรรคโลก) ซึ่งได้สอบปากคำจำเลยเพิ่มเติมว่า จำเลยให้การยืนยันจำคนร้ายได้ พยานโจทก์ทั้งสองปากนี้เบิกความรู้เห็นจากการที่ได้รับฟังมาจากคำให้การของจำเลยจากการสอบสวน ส่วนการชี้ตัวคนร้ายของจำเลยในชั้นสอบสวนนั้น ร้อยตำรวจเอกรณชัยพยานโจทก์ก็จัดให้จำเลยชี้ตัวคนร้าย เพื่อให้เป็นไปตามคำให้การชั้นสอบสวนของจำเลยเท่านั้น จึงมีน้ำหนักน้อยนอกจากนี้โจทก์ไม่มีพยานหลักฐานอื่นใดสนับสนุนอีกประกอบกับตามพฤติการณ์ที่จำเลยเห็นคนร้ายครั้งแรกก็อยู่ในลักษณะที่จำเลยขับขี่รถจักรยานยนต์วิ่งผ่านมามิได้คอยจดจำลักษณะคนร้ายไว้แต่อย่างใดเพราะขณะนั้นจำเลยขับขี่รถจักรยานยนต์มาตามปกติคงไม่ได้คิดมาก่อนว่าจะถูกคนร้ายพยายามปล้นทรัพย์ตนเลย เมื่อจำเลยเห็นคนร้ายครั้งที่สองก็โดยการที่คนร้ายขี่รถจักรยานยนต์แล่นซ้อนท้ายกันมาและแซงปาดหน้ารถจักรยานยนต์ที่จำเลยขับขี่จำเลยได้รีบหักหน้ารถจักรยานยนต์ของตนกลับหนีไปตามทางเดิม จึงเห็นว่าจำเลยเห็นคนร้ายครั้งที่สองนี้อยู่ในระยะเวลาอันสั้นมากและอยู่ในอาการอันรีบร้อน คงไม่ได้สังเกตจดจำคนร้ายให้ดีเช่นกัน ข้อเท็จจริงจึงเชื่อว่าจำเลยจำคนร้ายไม่ได้แม่นยำ ฉะนั้นที่จำเลยเบิกความต่อศาลว่าจำคนร้ายได้คลับคล้ายคลับคลาจึงเชื่อว่าเป็นจริง เมื่อโจทก์ฟ้องจำเลยว่าจำเลยเบิกความเท็จต่อศาล จึงไม่อาจลงโทษจำเลยได้" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1861/2526 อัยการสวรรคโลก โจทก์ นายดิเรก เต็งโรจน์นภาพร จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการสวรรคโลก · จำเลย - นายดิเรก เต็งโรจน์นภาพร
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุชาติ จิวะชาติ · พิศิษฏ์ เทศะบำรุง · วีระ ทรัพยไพศาล
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 173/2514ฎีกา 700/2506ฎีกา 4784/2529ฎีกา 3014/2531ฎีกา 765/2532ฎีกา 730/2516ฎีกา 22/2466ฎีกา 5558/2534ฎีกา 3584/2524ฎีกา 18211/2555ฎีกา 374/2537ฎีกา 1998/2553ฎีกา 1778/2526ฎีกา 2751/2524ฎีกา 191/2520ฎีกา 2539/2519ฎีกา 1349/2533ฎีกา 558/2548ฎีกา 582-583/2503ฎีกา 904/2516ฎีกา 1566/2525ฎีกา 769-770/2539ฎีกา 3098/2539ฎีกา 2034/2520
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา