⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2054/2526

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2054/2526

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. ศาลอาจรับฟังพยานเอกสารที่ยื่นเกินกำหนดได้ หากเป็นพยานหลักฐานสำคัญเกี่ยวกับประเด็นข้อสำคัญในคดีและจำเป็นเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม 2. การไม่คัดค้านการประเมินเงินสมทบกองทุนเงินทดแทนภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด ถือว่าจำเลยยอมรับการประเมินนั้นและต้องชำระเงินสมทบ

ย่อคำพิพากษา

แม้โจทก์จะมิได้ยื่นบัญชีระบุพยานเอกสารที่อ้างและมิได้ส่งสำเนาเอกสารให้จำเลยภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดก็ตาม แต่เมื่อศาลชั้นต้นใช้ดุลพินิจรับฟังพยานเอกสารดังกล่าวเพราะเห็นว่า เป็นพยานหลักฐานอันสำคัญเกี่ยวกับประเด็นข้อสำคัญในคดีจำเป็น จะต้องสืบพยานเช่นว่านั้น เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม ศาลชั้นต้นรับฟังพยานหลักฐานนั้นได้ โจทก์ได้แจ้งการประเมินเงินสมทบกองทุนเงินทดแทนให้จำเลยทราบโดยชอบแล้ว จำเลยมิได้อุทธรณ์การประเมินดังกล่าวต่อคณะกรรมการกองทุนเงินทดแทนภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ทราบ จำเลยก็ต้องจ่ายเงินสมทบกองทุนเงินทดแทนให้โจทก์

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องอัตราและวิธีการเก็บเงินสมทบการจ่ายเงินทดแทนของสำนักงานกองทุนเงินทดแทนและการอุทธรณ์ ลงวันที่ 11 มิถุนายน 2516 ม.23 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.87 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.88 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.90

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นกรมในรัฐบาล มีหน้าที่ดำเนินงานเกี่ยวกับกองทุนเงินทดแทน จำเลยประกอบธุรกิจมีลูกจ้างตั้งแต่ ๒๐ คนขึ้นไป มีหน้าที่จ่ายเงินสมทบกองทุนเงินทดแทนตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง อัตราและวิธีเรียกเก็บเงินสมทบการจ่ายเงินทดแทน ฯ โจทก์ได้ประเมินและออกใบแจ้งหนี้เงินสมทบที่จำเลยจะต้องจ่ายสำหรับปี ๒๕๒๔ และปี ๒๕๒๕ ส่งให้จำเลยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ จำเลยทราบการแจ้งหนี้ของโจทก์แล้วแต่ไม่นำเงินไปชำระ โจทก์มีหนังสือทวงถามไปอีกหลายครั้งให้จำเลยจ่ายเงินสมทบพร้อมเงินเพิ่ม จำเลยเพิกเฉยไม่ชำระหนี้และไม่อุทธรณ์การประเมินเงินสมทบของโจทก์ภายใน ๓๐ วันนับแต่วันทราบการประเมิน ขอศาลพิพากษาให้จำเลยใช้เงินสมทบกองทุนเงินทดแทนประจำปี ๒๕๒๔ และปี ๒๕๒๕ แก่โจทก์พร้อมทั้งเงินเพิ่มตามกฎหมายในอัตราร้อยละ ๕ ต่อเดือนจนกว่าจำเลยจะชำระเสร็จ จำเลยให้การว่า ปี ๒๕๒๔ จำเลยยินยอมที่จะจ่ายเงินสมทบกองทุนเงินทดแทนโดยขอผ่อนชำระเป็นรายเดือน เจ้าหน้าที่ได้บันทึกรับทราบเอาไว้ ส่วนปี ๒๕๒๕ จำเลยมิได้รับทราบการแจ้งยอดหนี้จากโจทก์ จึงไม่ทราบว่าเป็นหนี้โจทก์ตามฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง ในวันพิจารณาจำเลยแถลงว่า ยอมจ่ายเงินสมทบกองทุนเงินทดแทนปี ๒๕๒๔ คดีคงมีประเด็นพิพาทว่าจำเลยจะต้องจ่ายเงินสมทบกองทุนเงินทดแทนสำหรับปี ๒๕๒๕ และเงินเพิ่มหรือไม่ ศาลแรงงานกลางพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยใช้เงินสมทบกองทุนเงินทดแทนปี ๒๕๒๔ และปี ๒๕๒๕ กับเงินเพิ่ม ให้จำเลยจ่ายเงินเพิ่มเป็นรายเดือนทุกเดือนในอัตราร้อยละห้าของเงินสมทบที่ค้างจ่ายจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๘๘ ที่ว่า ผู้อ้างเอกสารต้องยื่นบัญชีระบุพยานต่อศาลก่อนวันสืบพยานไม่น้อยกว่า ๓ วัน และมาตรา ๙๐ ที่ว่า ผู้อ้างเอกสารจะต้องส่งสำเนาให้แก่อีกฝ่ายหนึ่งก่อนวันสืบพยานไม่น้อยกว่า ๓ วัน เห็นว่า การที่โจทก์มิได้ยื่นบัญชีระบุพยานเอกสารที่อ้างและมิได้ส่งสำเนาเอกสารให้แก่จำเลยภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด อันเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายดังกล่าวนั้น เมื่อศาลแรงงานกลางใช้ดุลพินิจรับฟังพยานเอกสารดังกล่าวเพราะเห็นว่าเป็นพยานหลักฐานอันสำคัญเกี่ยวกับประเด็นข้อสำคัญในคดีจำเป็นจะต้องสืบพยานเช่นว่านั้น เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม ศาลแรงงานกลางชอบที่จะรับฟังพยานหลักฐานเช่นว่านั้นได้ ทั้งนี้ตามบทบัญญัติมาตรา ๘๗ (๒) ฉะนั้นที่ศาลแรงงานกลางรับฟังพยานเอกสารดังกล่าวจึงเป็นการรับฟังพยานหลักฐานที่ชอบด้วยกฎหมาย คดีได้ความว่า สำหรับเงินสมทบกองทุนเงินทดแทนประจำปี ๒๕๒๕ พนักงานเจ้าหน้าที่ได้ประเมินแล้วได้ส่งใบแจ้งหนี้เงินสมทบประจำปี ๒๕๒๕ ไปยังจำเลยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับโดยส่งไปที่สถานที่ประกอบการที่จำเลยแจ้งไว้ซึ่งจำเลยยังมีชื่อและที่อยู่ในทะเบียนบ้านบุตรสาวจำเลยเป็นผู้รับใบแจ้งหนี้ไว้แทนตามใบตอบรับใบแจ้งหนี้ รับเมื่อเวลาก่อนที่จำเลยจะได้แจ้งที่อยู่ใหม่ให้โจทก์ทราบ ดังนี้ย่อมถือว่าโจทก์ได้แจ้งการประเมินเงินสมทบกองทุนเงินทดแทนให้จำเลยทราบโดยชอบแล้ว ฉะนั้น เมื่อจำเลยมิได้อุทธรณ์การประเมินเงินสมทบกองทุนเงินทดแทนต่อคณะกรรมการกองทุนเงินทดแทนภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ทราบการประเมินตามข้อ ๒๓ แห่งประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง อัตราและวิธีเรียกเก็บเงินสมทบการจ่ายเงินทดแทนของสำนักงานกองทุนเงินทดแทนและการอุทธรณ์ ลงวันที่ ๑๑ มิถุนายน ๒๕๑๖ จำเลยก็ต้องจ่ายเงินสมทบกองทุนเงินทดแทนประจำปี ๒๕๒๕ ให้โจทก์ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2054/2526 กรมแรงงานฯ โจทก์ นายตรง ศิริ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - กรมแรงงานฯ · จำเลย - นายตรง ศิริ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ขจร หะวานนท์ · จุนท์ จันทรวงศ์ · วรา ไวยหงษ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแรงงานกลาง - นายชลอ บุณยเนตร · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6071/2537ฎีกา 2251/2536ฎีกา 1061/2491ฎีกา 4882/2543ฎีกา 977/2543ฎีกา 2032/2542ฎีกา 2076/2542ฎีกา 1913/2520ฎีกา 324/2504ฎีกา 2307/2518ฎีกา 3041/2522ฎีกา 1197/2530ฎีกา 3007/2525ฎีกา 2500/2548ฎีกา 2732/2534ฎีกา 698/2537ฎีกา 1368/2510ฎีกา 149/2526ฎีกา 1416-1418/2508ฎีกา 269/2520ฎีกา 254/2520ฎีกา 1969/2515ฎีกา 1384/2518ฎีกา 2926-2929/2524
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา