⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2130/2526

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2130/2526

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สัญญาเช่าที่กำหนดให้ผู้เช่าลงทุนก่อสร้างอาคารและมีกำหนดระยะเวลาเช่าที่ยาวนานกว่าปกติ ถือเป็นสัญญาต่างตอบแทนพิเศษยิ่งกว่าสัญญาเช่าธรรมดา แต่หากมีข้อสัญญาว่าผู้ให้เช่ามีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้ทันทีเมื่อผู้เช่าผิดสัญญา ผู้ให้เช่าก็มีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้เมื่อผู้เช่าผิดสัญญา.

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยผิดสัญญาเช่า ขอให้ขับไล่ จำเลยให้การว่าเจ้าของที่ดินให้จำเลยปลูกสร้างตึกแถวและหาผู้เช่ามีกำหนดสัญญาเช่า15 ปี จำเลยลงทุนก่อสร้างตึกแถว 12 ห้อง ได้ผู้เช่าบ้างและจำเลยเช่าเองบ้าง จำเลยมีสิทธิการเช่าตามสัญญา และจำเลยยอมรับเสียภาษีโรงเรือนแทนเจ้าของตึกแถวบางครั้ง 2-3 ปีชำระ บางครั้ง 4-5 ปีชำระ ทุกครั้งจำเลยชำระตามที่ทางการเรียกเก็บ เจ้าของตึกและโจทก์ทราบถึงการชำระภาษีโดยไม่คัดค้าน จนเป็นที่ยอมรับตามที่จำเลยปฏิบัติตลอดมา การที่จำเลยฎีกาว่าสัญญาเช่าตึกแถวพิพาทเป็นสัญญาต่างตอบแทนพิเศษยิ่งกว่าสัญญาเช่าธรรมดา จำเลยมีสิทธิอยู่ในตึกแถวต่อไปจนครบ 15 ปีตามสัญญาเช่า และข้อสัญญาที่ว่าถ้าผู้เช่าไม่ยอมเสียภาษีที่ทางราชการเรียกเก็บผู้ให้เช่าบอกเลิกสัญญาได้ โจทก์ไม่ได้ถือเป็นสาระสำคัญของสัญญาตลอดมานั้น พอถือได้ว่าเป็นข้อที่จำเลยได้ให้การต่อสู้คดีไว้แล้ว แม้สัญญาเช่าจะเป็นสัญญาต่างตอบแทนพิเศษยิ่งกว่าสัญญาเช่าธรรมดา แต่มีข้อสัญญาระบุว่า ถ้าผู้เช่าผิดสัญญาข้อใด ผู้ให้เช่ามีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้ทันที เมื่อจำเลยผู้เช่าผิดสัญญา โจทก์ผู้ให้เช่ามีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้ ปัญหาว่าการกระทำของจำเลยเป็นการผิดสัญญา และโจทก์มีสิทธิบอกเลิกสัญญาหรือไม่ เป็นการตีความข้อตกลงแห่งสัญญาเช่า เป็นปัญหาข้อกฎหมาย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.177 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.248 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.369 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.386 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.537 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.538

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทำสัญญาเช่าตึกแถวของโจทก์ โดยจดทะเบียนการเช่ามีกำหนด 15 ปี ค่าเช่าเดือนละ 160 บาท สัญญาเช่ากำหนดให้จำเลยเป็นผู้เสียภาษีโรงเรือนทุกปี ถ้าจำเลยผิดสัญญาผู้ให้เช่ามีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้ทันที ต่อมาจำเลยผิดสัญญาเช่าไม่ชำระภาษีโรงเรือนรวม 3 ปี โจทก์ต้องชำระเงินค่าภาษีดังกล่าวแก่ทางการแทน แล้วโจทก์บอกเลิกสัญญาเช่าแก่จำเลย จำเลยไม่ยอมออกจากตึกแถวที่เช่า ขอบังคับให้จำเลยและบริวารออกจากตึกแถวที่เช่า ฯลฯ จำเลยให้การว่า เจ้าของเดิมให้จำเลยปลูกสร้างตึกแถวและหาผู้เช่ามีกำหนดการเช่า 15 ปี จำเลยลงทุนก่อสร้างตึกแถว 12 ห้อง สิ้นเงิน 500,000บาท ได้ผู้เช่าและจำเลยเช่าเอง จำเลยมีสิทธิการเช่าตึกแถวตามสัญญาเช่าจำเลยยอมรับเสียภาษีโรงเรือนแทนเจ้าของตึกแถว บางครั้ง 2-3 ปีชำระ บางครั้ง 4-5 ปีชำระ ทุกครั้งจำเลยชำระตามที่ทางการเรียกเก็บ ซึ่งโจทก์ก็ทราบถึงวิธีการดังกล่าวไม่เคยโต้แย้งคัดค้าน และยอมรับตามที่จำเลยปฏิบัติตลอดมาต่อมาทางราชการเรียกเก็บภาษีโรงเรือนจากเจ้าของ โจทก์ฉวยโอกาสไปชำระเสียเองเพื่อจะหาเหตุบอกเลิกสัญญา จำเลยไม่ได้ผิดสัญญาเช่า โจทก์จึงไม่มีสิทธิบอกเลิกการเช่า ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยและบริวารออกไปจากตึกแถวของโจทก์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่าเป็นอุทธรณ์นอกประเด็น พิพากษายกอุทธรณ์จำเลย จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกา จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลฎีกาสั่งให้รับฎีกาจำเลยไว้พิจารณา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อที่จำเลยฎีกาว่าสัญญาเช่าตึกแถวพิพาทเป็นสัญญาต่างตอบแทนพิเศษยิ่งกว่าสัญญาเช่าธรรมดา จำเลยมีสิทธิอยู่ในตึกแถวพิพาทต่อไปจนครบ 15 ปีตามสัญญา และข้อสัญญาที่ว่าถ้าผู้เช่าไม่ยอมเสียภาษีที่ทางราชการเรียกเก็บ ผู้ให้เช่าบอกเลิกสัญญาได้ โจทก์ไม่ได้ถือเป็นสาระสำคัญของสัญญาตลอดมานั้น จำเลยให้การต่อสู้คดีไว้ความว่า ตึกแถวพิพาทและห้องอื่นรวม 12 ห้อง เป็นกรรมสิทธิ์ของนางสาววรรณกรองร่วมกับพี่น้อง นางสาววรรณกรอง ให้จำเลยปลูกสร้างตึกแถวและหาผู้เช่ามีกำหนดสัญญาเช่า 15 ปีจำเลยลงทุนก่อสร้างตึกแถว 12 ห้อง สิ้นเงิน 500,000 บาทเศษ ได้ผู้เช่าบ้างและจำเลยเช่าเองบ้าง ตึกแถวพิพาทจำเลยมีสิทธิการเช่าตามสัญญาเช่าท้ายฟ้อง จำเลยยอมรับเสียภาษีโรงเรือนแทนเจ้าของ บางครั้ง 2-3 ปีชำระ บางครั้ง 4-5 ปีชำระ ทุกครั้งจำเลยชำระตามที่ทางราชการเรียกเก็บ ไม่ว่าจะเสียมากน้อยเพียงใด ซึ่งเจ้าของกรรมสิทธิ์ตึกแถวและโจทก์ก็ทราบถึงการชำระภาษีโรงเรือนของจำเลย โดยไม่เคยโต้แย้งหรือคัดค้าน จนเป็นที่ยอมรับตามที่จำเลยปฏิบัติตลอดมา จึงพอถือได้ว่าข้อที่จำเลยฎีกาดังกล่าวจำเลยได้ให้การต่อสู้ไว้ ปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยมีว่า การที่จำเลยไม่ชำระภาษีโรงเรือนสำหรับตึกแถวพิพาทประจำปี พ.ศ. 2520 ถึง พ.ศ. 2522 เป็นการผิดสัญญาและโจทก์มีสิทธิบอกเลิกสัญญาหรือไม่ซึ่งเป็นการตีความข้อตกลงแห่งสัญญาเช่าอันเป็นปัญหาข้อกฎหมาย ศาลฎีกาเห็นว่าแม้สัญญาเช่าตึกแถวพิพาทจะเป็นสัญญาต่างตอบแทนพิเศษยิ่งกว่าสัญญาเช่าธรรมดา หากจำเลยผิดสัญญา โจทก์ก็มีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้ สัญญาเช่าระบุว่าผู้เช่าต้องเสียภาษีโรงเรือนตามที่ทางราชการเรียกเก็บของทุกปี และว่าถ้าผู้เช่าผิดสัญญาเช่าข้อใด ผู้ให้เช่ามีสิทธิบอกเลิกสัญญาเช่าได้ทันที ประกอบกับก่อนปี พ.ศ. 2520 จำเลยก็เป็นผู้เสียภาษีโรงเรือนสำหรับตึกแถวพิพาทตลอดมา แสดงว่าจำเลยรับเป็นผู้เสียภาษีโรงเรือนแทนโจทก์ ฉะนั้นการที่จำเลยไม่ไปเสียภาษีโรงเรือนตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2520 เป็นต้นมาและเมื่อทางเทศบาลมีหนังสือเตือนไปยังจำเลยเพื่อให้เสียภาษีโรงเรือนถึง 7ครั้ง จำเลยก็เพิกเฉยจนโจทก์ต้องไปเสียภาษีโรงเรือนประจำปี พ.ศ. 2520 ถึงพ.ศ. 2522 และชำระเงินเพิ่มเอง จึงถือได้ว่าจำเลยผิดสัญญาและโจทก์มีสิทธิบอกเลิกสัญญา พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2130/2526 นายกองกาญจน์ ทองลงยา โจทก์ นายบุญชัย ก้านเหลือง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายกองกาญจน์ ทองลงยา · จำเลย - นายบุญชัย ก้านเหลือง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อาจ ปัญญาดิลก · แถมชัย สิทธิไตรย์ · ไพศาล สว่างเนตร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 142/2492ฎีกา 2749/2538ฎีกา 1798/2506ฎีกา 591/2531ฎีกา 770/2535ฎีกา 99/2541ฎีกา 1452/2511ฎีกา 3206/2537ฎีกา 3345/2535ฎีกา 83-84/2529ฎีกา 2409/2551ฎีกา 3616/2558ฎีกา 7903/2568ฎีกา 763/2484ฎีกา 5332/2553ฎีกา 4549/2540ฎีกา 891/2510ฎีกา 1360/2544ฎีกา 1765/2492ฎีกา 1036/2506ฎีกา 9188/2538ฎีกา 6321/2544ฎีกา 72/2505ฎีกา 4432/2534
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา