⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2288/2526

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2288/2526

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้ขับขี่ต้องปฏิบัติตามสัญญาณไฟจราจรที่กำหนดไว้ในทางร่วมทางแยก หากมีสัญญาณไฟจราจรบังคับ การเลี้ยวขวาโดยมีสัญญาณไฟเขียวชี้ให้เลี้ยวขวา ไม่ถือเป็นการประมาท แม้จะเกิดอุบัติเหตุจากการชนกับรถที่มาทางตรงซึ่งมีสัญญาณไฟแดงก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

ตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 51 (2) (จ) ที่บัญญัติว่าเมื่อรถอยู่ในทางร่วมทางแยก ผู้ขับขี่ต้องให้รถที่สวนมาในทางเดินรถทางเดียวกันผ่านทางร่วมทางแยกไปก่อน เมื่อเห็นว่าปลอดภัยแล้วจึงให้เลี้ยวขวาไปได้ เป็นบทที่ใช้บังคับแก่ผู้ขับขี่ในทางเดินรถที่ไม่มีสัญญาณจราจรหรือเครื่องหมายจราจร หากในทางเดินรถใดมีสัญญาณจราจรหรือเครื่องหมายจราจรบังคับไว้โดยเฉพาะ ผู้ขับขี่ก็ต้องปฏิบัติตามสัญญาณและเครื่องหมายจราจรนั้นตามมาตรา 21, 22 การที่จำเลยที่ 1 ขับขี่รถยนต์เลี้ยวขวาที่บริเวณสี่แยก ในขณะที่มีสัญญาณไฟจราจรลูกศรสีเขียวชี้ให้เลี้ยวขวานั้น จำเลยที่ 2 ซึ่งขับขี่รถมาในทางตรงและมีสัญญาณไฟจราจรสีแดงมีหน้าที่จะต้องหยุดรถอยู่หลังเส้นให้รถหยุดตามมาตรา 22 (2) จะนำมาตรา 51 (2) (จ) มาใช้บังคับในทางเดินรถที่มีสัญญาณจราจรหรือเครื่องหมายจราจรหาได้ไม่ เมื่อรถที่จำเลยที่ 2 ขับมาชนรถที่จำเลยที่ 1 ขับขณะเลี้ยวขวาบริเวณสี่แยกดังกล่าว จำเลยที่ 1 จึงมิได้เป็นผู้ขับขี่รถยนต์โดยประมาท

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พ.ร.บ.จราจรทางบก ม.21 พ.ร.บ.จราจรทางบก ม.22 พ.ร.บ.จราจรทางบก ม.23 พ.ร.บ.จราจรทางบก ม.43 พ.ร.บ.จราจรทางบก ม.51 พ.ร.บ.จราจรทางบก ม.148 พ.ร.บ.จราจรทางบก ม.152 พ.ร.บ.จราจรทางบก ม.157

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองได้ขับขี่รถยนต์ด้วยความประมาทกล่าวคือ จำเลยที่ ๑ ขับขี่รถยนต์จากท่าเรือคลองเตยมุ่งหน้าไปทางสี่แยกถนนเลียบแม่น้ำเจ้าพระยาตัดกับถนนสาธุประดิษฐ์ เพื่อจะเลี้ยวขวาเข้าถนนสาธุประดิษฐ์ ส่วนจำเลยที่ ๒ ขับรถยนต์สวนทางมาตามถนนเลียบแม่น้ำเจ้าพระยาจะตรงไปท่าเรือคลองเตย เมื่อจำเลยทั้งสองขับรถมาถึงบริเวณสี่แยกจำเลยที่ ๑ ได้ขับรถเลี้ยวขวาเข้าไปโดยไม่จอดรอให้รถของจำเลยที่ ๒ ซึ่งเป็นรถทางตรงวิ่งผ่านสี่แยกไปก่อน ส่วนจำเลยที่ ๒ ก็ขับรถผ่านบริเวณสี่แยกด้วยความเร็วสูง ไม่ให้ทางแก่รถของจำเลยที่ ๑ โดยไม่ลดความเร็วลงแล้วห้ามล้อในทันที เป็นเหตุให้รถที่จำเลยที่ ๒ ขับชนรถที่จำเลยที่ ๑ เสียหาย และรถที่จำเลยที่ ๑ ขับยังพุ่งเข้าชนรถยนต์คันอื่นเสียหายอีก ๑ คัน ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒.....ฯลฯ จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษปรับคนละ ๑,๐๐๐ บาท จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้ยกฟ้องจำเลยที่ ๑ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๕๑ (๒)(จ) บัญญัติว่า เมื่อรถอยู่ในทางร่วมทางแยก ผู้ขับขี่ต้องให้รถที่สวนมาในทางเดินรถทางเดียวกันผ่านทางร่วมทางแยกไปก่อน เมื่อเห็นว่าปลอดภัยแล้วจึงให้เลี้ยวขวาไปได้ ผู้ใดฝ่าฝืนมีโทษตามมาตรา ๑๔๘ แต่ก็มีมาตรา ๒๑ บัญญัติว่า ผู้ขับขี่ต้องปฏิบัติให้ถูกต้องตามสัญญาณจราจร และเครื่องหมายจราจรที่ได้ติดตั้งไว้ และมาตรา ๒๒ บัญญัติว่าผู้ขับขี่ต้องปฏิบัติตามสัญญาณจราจรหรือเครื่องหมายจราจรที่ปรากฏข้างหน้าในกรณีต่อไปนี้ (๔) สัญญาณจราจรไฟสีแดงแสดงพร้อมกับลูกศรสีเขียวชี้ให้เลี้ยวหรือชี้ให้ตรงไปให้ผู้ขับขี่เลี้ยวรถหรือขับรถตรงไปได้ตามทิศทางที่ลูกศรชี้ ในการใช้ทางตามที่ลูกศรชี้ ผู้ขับขี่ต้องใช้ทางด้วยความระมัดระวังและต้องให้สิทธิแก่คนเดินเท้าในทางข้าม หรือผู้ขับขี่มาทางขวาก่อน ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๒๑ และ ๒๒ มีโทษตามมาตรา ๑๕๒ โดยที่มาตรา ๕๑ บัญญัติอยู่ในลักษณะ ๓ ว่าด้วยการใช้ทางเดินรถ ส่วนมาตรา ๒๑ และ ๒๒ บัญญัติอยู่ในลักษณะ ๒ ว่าด้วยสัญญาณจราจรและเครื่องหมายจราจร จึงเป็นที่เห็นได้ว่ามาตรา ๕๑ (๒) (จ) เป็นบทที่ใช้บังคับแก่ผู้ขับขี่ในทางเดินรถโดยทั่วไปที่ทางเดินรถนั้นไม่มีสัญญาณจราจรหรือเครื่องหมายจราจรปรากฏอยู่ข้างหน้าหากในทางเดินรถใดมีสัญญาณจราจรหรือเครื่องหมายจราจรบังคับไว้โดยเฉพาะ ผู้ขับขี่ก็ต้องปฏิบัติให้ถูกต้องตามสัญญาณจราจรและเครื่องหมายจราจรนั้น มิฉะนั้นจะได้รับโทษตามมาตรา ๑๕๒ เมื่อข้อเท็จจริงในคดีนี้ฟังเป็นยุติว่า การที่จำเลยที่ ๑ ขับขี่รถเลี้ยวขวาตรงบริเวณสี่แยกที่เกิดเหตุเพื่อเข้าถนนสาธุประดิษฐ์ ขณะนั้นสัญญาณไฟจราจรที่สี่แยกที่เกิดเหตุมีลูกศรสีเขียวชี้ให้เลี้ยวขวาได้ ดังนั้นจำเลยที่ ๑ จึงมีหน้าที่ตามมาตรา ๒๑ และ ๒๒ (๔) ที่จะต้องขับขี่รถไปตามที่ลูกศรชี้นั้นโดยจำเลยที่ ๑ มีหน้าที่ต้องระมัดระวังและให้สิทธิเฉพาะแก่คนเดินเท้าในทางข้ามหรือผู้ที่ขับขี่รถมาทางขวาเท่านั้น ที่จะต้องยอมให้ผ่านไปก่อนตามมาตรา ๒๒ (๔) วรรคสอง และตามบทบัญญัติในมาตรา ๒๒ (๔) วรรคแรก ดังกล่าวแล้วข้างต้นก็เป็นที่เห็นได้ว่าขณะที่บริเวณสี่แยกที่เกิดเหตุมีสัญญาณไฟจราจรลูกศรสีเขียวชี้ให้เลี้ยวขวาอยู่นั้น ในด้านถนนเลียบแม่น้ำเจ้าพระยาที่มาจากสะพานกรุงเทพซึ่งจำเลยที่ ๒ ขับขี่รถเพื่อจะตรงไปคลองเตยย่อมได้รับสัญญาณไฟจราจรสีแดง จำเลยที่ ๒ มีหน้าที่จะต้องหยุดรถอยู่หลังเส้นให้รถหยุดตามมาตรา ๒๒ (๒) ทั้งมาตรา ๒๒ (๔) ก็มิได้บัญญัติให้จำเลยที่ ๑ มีหน้าที่ต้องรอให้รถยนต์ทางด้านซ้ายที่จำเลยที่ ๒ ขับขี่รถมาในทางตรงผ่านไปก่อนด้วยแต่ประการใด การที่จำเลยที่ ๑ ขับขี่รถเลี้ยวขวาที่บริเวณสี่แยกที่เกิดเหตุเพื่อเข้าถนนสาธุประดิษฐ์ไปตามทิศทางที่สัญญาณไฟจราจรลูกศรสีเขียวชี้ให้ขับรถเลี้ยวขวาได้ จึงเป็นการที่จำเลยที่ ๑ ขับขี่รถไปโดยชอบด้วยบทบัญญัติมาตรา ๒๑ และ ๒๒ (๔) แล้ว จะนำบทบัญญัติมาตรา ๕๑ (๒)(จ) มาใช้บังคับแก่การใช้ทางเดินรถในทางที่มีสัญญาณจราจรหรือเครื่องหมายจราจรปรากฏอยู่ข้างหน้าหาได้ไม่ จำเลยที่ ๑ จึงมิได้เป็นผู้ขับขี่รถยนต์โดยประมาท พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2288/2526 พนักงานอัยการศาลแขวงพระนครใต้ โจทก์ นายบุญยัง จันสนาม ที่ 1 นายอยู่ติก แซ่โง้ว ที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการศาลแขวงพระนครใต้ · จำเลย - นายบุญยัง จันสนาม ที่ 1 นายอยู่ติก แซ่โง้ว ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ปรีชา พานิชวงศ์ · ดำรง แจ่มสุธี · บุญส่ง คล้ายแก้ว
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแขวงพระนครใต้ - นายสุมิตร สุภาดุลย์ · ศาลอุทธรณ์ - นายประชา บุญวนิช
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2278/2525ฎีกา 5735/2538ฎีกา 4678/2555ฎีกา 7231/2539ฎีกา 1770/2539ฎีกา 6505/2555ฎีกา 10544/2546ฎีกา 1412/2541ฎีกา 1432/2535ฎีกา 929/2544ฎีกา 4293/2565ฎีกา 7705/2549ฎีกา 4926/2552ฎีกา 1118/2538ฎีกา 1145/2534ฎีกา 7285/2544ฎีกา 2377/2527ฎีกา 2145/2534ฎีกา 2341/2548ฎีกา 5197/2556ฎีกา 1988/2533ฎีกา 77/2547ฎีกา 7638/2550ฎีกา 202/2536
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา