คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2788/2526
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การซื้อขายอสังหาริมทรัพย์โดยการขายทอดตลาดตามคำสั่งศาล เจ้าของกรรมสิทธิ์ย่อมสมบูรณ์เมื่อจดทะเบียนการได้มา แม้ภายหลังจะมีการยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาด หากศาลยังมิได้มีคำพิพากษาหรือคำสั่งให้เพิกถอน การซื้อขายนั้นก็ไม่ตกเป็นโมฆะ และเจ้าของกรรมสิทธิ์ย่อมมีอำนาจฟ้องขับไล่ผู้ที่อยู่อาศัยโดยไม่มีสิทธิได้
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ซื้อที่ดินและตึกแถวจากการขายทอดตลาดของเจ้าพนักงานบังคับคดีทั้งได้จดทะเบียนการได้มาต่อพนักงานเจ้าหน้าที่แล้ว โจทก์จึงเป็นผู้ได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินและตึกแถวพิพาทโดยสมบูรณ์ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 456 และมาตรา 1330 แม้ต่อมา ก.ได้ยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดและคดียังอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา ก็เป็นเรื่องการเพิกถอนการขายทอดตลาด ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 296 อีกส่วนหนึ่ง หาใช่เรื่องการขายทอดตลาดตกเป็นโมฆะไม่ เมื่อศาลยังมิได้มีคำพิพากษาหรือคำสั่งให้เพิกถอนการขายทอดตลาด โจทก์ย่อมเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่ดินและตึกแถวพิพาทโดยสมบูรณ์ จึงมีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยผู้อยู่อาศัยในที่ดินและตึกแถวพิพาทโดยไม่มีสิทธิให้ออกไปได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินและตึกแถวพิพาทโดยซื้อมาจากการขายทอดตลาดของศาล โจทก์ไม่ประสงค์จะให้จำเลยอยู่ในที่ดินและตึกแถวพิพาทอีกต่อไป จึงได้บอกกล่าวให้จำเลยออกไปจำเลยเพิกเฉยจึงขอให้บังคับจำเลยออกไปจากที่ดินและตึกแถวพิพาทกับให้ใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์
จำเลยทั้งเจ็ดให้การว่า โจทก์เป็นผู้ประมูลซื้อได้ที่ดินและตึกแถวพิพาทจริงแต่การขายทอดตลาดดังกล่าวไม่ชอบ เพราะเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ทำการขายทอดตลาดไปทั้ง ๆ ที่นายเกษม ผกายมาศ ได้ร้องขัดทรัพย์ไว้ และต่อมานายเกษมได้ร้องขอให้ศาลเพิกถอนการขายทอดตลาดรายนี้ คดียังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา โจทก์จึงยังไม่ใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่ดินและตึกแถวพิพาทโดยสมบูรณ์ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งเจ็ดออกไปจากที่ดินและตึกแถวพิพาทกับให้ใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์
จำเลยทั้งเจ็ดอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เฉพาะเรื่องจำนวนเงินค่าเสียหาย
จำเลยทั้งเจ็ดฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยฎีกาว่านายเกษม ผกายมาศ ยื่นคำร้องขัดทรัพย์ไว้ก่อนวันขายทอดตลาด อันเจ้าพนักงานบังคับคดีจะต้องงดการขายทอดตลาดไว้รอคำวินิจฉัยชี้ขาดของศาล แต่เจ้าพนักงานบังคับคดีฝืนทำการขายทอดตลาดไปนายเกษมจึงได้ยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาด คดียังอยู่ในระหว่างพิจารณาของศาลฎีกาหากศาลฎีกาพิพากษาให้เพิกถอนการขายทอดตลาด การซื้อที่ดินและตึงแถวพิพาทของโจทก์จากการขายทอดตลาดจนการจดทะเบียนเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ย่อมตกเป็นโมฆะ ฉะนั้นโจทก์ไม่ใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่ดินและตึกแถวพิพาทโดยสมบูรณ์ ย่อมไม่มีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลย พิเคราะห์แล้วเห็นว่า เมื่อเจ้าพนักงานบังคับคดีผู้ขายทอดตลาดได้แสดงความตกลงด้วยการเคาะไม้หรือด้วยกิริยาอื่นใด การขายทอดตลาดย่อมบริบูรณ์ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 509 โจทก์ซื้อที่ดินและตึกแถวพิพาทได้ ทั้งปรากฏว่าได้จดทะเบียนการได้มาต่อพนักงานเจ้าหน้าที่แล้วจึงเป็นผู้ได้ไปซึ่งกรรมสิทธิ์ในที่ดินและตึกแถวพิพาทจากการขายทอดตลาดตามคำสั่งของศาลโดยสมบูรณ์ ตามมาตรา 456 และมาตรา 1330 แม้หลังจากทำการขายทอดตลาดไปแล้วนายเกษมได้ยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดและคดียังอยู่ในระหว่างพิจารณาของศาลฎีกา ก็เป็นเรื่องการเพิกถอนการขายทอดตลาดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 296อีกส่วนหนึ่ง หาใช่เรื่องการขายทอดตลาดตกเป็นโมฆะไม่ เมื่อศาลยังมิได้มีคำพิพากษาหรือคำสั่งให้เพิกถอนการขายทอดตลาด โจทก์ย่อมเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่ดินและตึกแถวพิพาทโดยสมบูรณ์ จึงมีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยผู้อยู่อาศัยในที่ดินและตึกแถวพิพาทโดยไม่มีสิทธิให้ออกไปได้
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2788/2526
นายศักดิ์ชัย ฟองสถาพร โจทก์
นายจุมพล เชษฐ์พงศ์พันธุ์ กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายศักดิ์ชัย ฟองสถาพร · จำเลย - นายจุมพล เชษฐ์พงศ์พันธุ์ กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สมบูรณ์ บุญภินนท์ · ประสาท บุณยรังษี · ชูเชิด รักตะบุตร์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา