คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2826/2526
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สัญญาเช่าที่กำหนดให้ผู้เช่ายกอาคารและสิ่งปลูกสร้างให้ผู้ให้เช่าเมื่อสิ้นสุดสัญญา โดยมีค่าเช่าเพียงเล็กน้อย ถือเป็นสัญญาต่างตอบแทนที่มุ่งผูกพันกันเป็นระยะเวลานาน ผู้ให้เช่าจะบอกเลิกสัญญาและขับไล่ผู้เช่าก่อนครบกำหนดมิได้
ย่อคำพิพากษา
การที่จำเลยจะต้องยกอาคารและสิ่งปลูกสร้างให้โจทก์ตามที่ตกลงกันไว้ในสัญญาเช่าอีกโสดหนึ่งต่างหากจากค่าเช่าซึ่งมีเพียงเล็กน้อย ย่อมแสดงให้เห็นเจตนาของโจทก์จำเลยว่ามุ่งจะผูกพันกันเป็นเวลาถึงสิบปี โดยจำเลยต้องการเวลานาน ส่วนโจทก์ต้องการอาคารและสิ่งปลูกสร้าง สัญญาเช่าจึงเป็นสัญญาต่างตอบแทนยิ่งกว่าสัญญาเช่าธรรมดาโจทก์จำเลยต้องผูกพันตามนั้น จะบอกเลิกสัญญาและขับไล่จำเลยก่อนครบกำหนดสิบปีหาได้ไม่
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทำสัญญาเช่าที่ดินของโจทก์มีกำหนดเวลาสิบปีแต่มิได้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ สัญญาเช่าจึงมีผลบังคับเพียงสามปี ต่อมาโจทก์ได้บอกเลิกสัญญาเช่าดังกล่าวแก่จำเลย แต่จำเลยไม่ยอมออกไป จึงขอให้พิพากษาบังคับ
จำเลยให้การว่า สัญญาเช่าเป็นสัญญาต่างตอบแทน เพราะจำเลยยอมยกสิ่งปลูกสร้างให้แก่โจทก์ แม้จะมิได้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ โจทก์ก็ต้องผูกพันตามสัญญา จำเลยมีสิทธิอยู่ในที่เช่าจนครบกำหนดสิบปี โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องจำเลย
ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าสัญญาเช่าเป็นสัญญาต่างตอบแทน โจทก์ไม่มีสิทธิบอกเลิกสัญญา พิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อความในสัญญาข้อ ๗ วรรคท้ายนั้นระบุไว้แจ้งชัดว่า"อาคารที่ได้ปลูกสร้างลงใหม่" คำว่า "ใหม่" ในที่นี้จึงไม่หมายถึงอาคารเดิมที่จำเลยได้ปลูกสร้างไว้ก่อนแล้วดังที่ระบุไว้ในข้อ ๒ คือ ตึกแถวสองชั้น ๒ ห้อง เรือนแถวสองชั้นเรือนแถวไม้หนึ่งชั้น ๓ ห้อง และเรือนไม้ไม่มีฝามุงสังกะสี อันมีอยู่ในขณะทำสัญญา ซึ่งอาคารและสิ่งปลูกสร้างตามข้อ ๒ นี้ จำเลยจะต้องยกให้โจทก์ตามสัญญาข้อ ๑๓ ตามสัญญาเช่าระหว่างโจทก์จำเลยจึงมีอาคารและสิ่งปลูกสร้างอยู่สองประเภทคือ ประเภท "เก่า" ตามข้อ ๒และประเภท "ใหม่" ตามข้อ ๗ การที่จำเลยรื้ออาคารและสิ่งปลูกสร้างประเภทใหม่ไปตามที่โจทก์ตกลง จำเลยก็ยังมีอาคารและสิ่งปลูกสร้างประเภทเก่าที่จะต้องยกให้โจทก์อยู่อีก การที่จำเลยจะต้องยกอาคารและสิ่งปลูกสร้างประเภท "เก่า" ตามข้อ ๒ ให้โจทก์ตามที่ตกลงกันในข้อ ๑๓ อีกโสดหนึ่งต่างหากจากค่าเช่าซึ่งมีเพียงเล็กน้อยคือตารางวาละ ๔ บาทต่อปีนั้น ย่อมแสดงให้เห็นเจตนาของโจทก์จำเลยได้ว่า มุ่งที่จะผูกพันกันเป็นเวลาถึงสิบปี โดยจำเลยต้องการเวลานาน ส่วนโจทก์ก็ต้องการอาคารและสิ่งปลูกสร้างตามข้อ ๒ และข้อ ๑๓ เจตนาอันแท้จริงของคู่สัญญามีดังนี้ สัญญาเช่าตามเอกสารหมายเลข ๑ท้ายฟ้อง จึงเป็นสัญญาต่างตอบแทนยิ่งกว่าสัญญาเช่าธรรมดา โจทก์จำต้องถูกผูกพันตามสัญญานั้น จะบอกเลิกสัญญาและขับไล่จำเลยก่อนครบกำหนดเวลาสิบปีหาได้ไม่
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2826/2526
กรมการศาสนา โจทก์
นายบุญมา ฟ้ากระจ่าง จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - กรมการศาสนา · จำเลย - นายบุญมา ฟ้ากระจ่าง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | จุนท์ จันทรวงศ์ · ขจร หะวานนท์ · วรา ไวยหงษ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดอุดรธานี - นายหัสดี ไกรทองสุก · ศาลอุทธรณ์ - นายทวี น้อมไสว |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา