⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3807/2526

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3807/2526

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. คำร้องขัดทรัพย์ต้องระบุว่าทรัพย์สินที่ถูกยึดเป็นของผู้ร้องโดยอ้างกรรมสิทธิ์ แต่ไม่จำเป็นต้องแสดงรายละเอียดของเหตุที่ทำให้เกิดกรรมสิทธิ์นั้น 2. เมื่อผู้ร้องมีสิทธิเลิกสัญญาและริบทรัพย์สินตามสัญญาแล้ว กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินนั้นย่อมตกเป็นของผู้ร้องทันที โดยไม่ต้องมีการส่งมอบหรือโอนกรรมสิทธิ์อีก

ย่อคำพิพากษา

การร้องขัดทรัพย์เป็นการกล่าวอ้างว่าทรัพย์สินที่ยึดมิใช่ของจำเลยแต่เป็นของผู้ร้อง ในคำร้องขัดทรัพย์ของผู้ร้องก็ได้กล่าวไว้ชัดแล้วว่าบรรดาทรัพย์สินสิ่งก่อสร้างสัมภาระและอุปกรณ์ที่โจทก์นำยึดมิใช่กรรมสิทธิ์ของจำเลย แต่เป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ร้อง ส่วนข้อเท็จจริงอันเป็นเหตุให้กรรมสิทธิ์ในทรัพย์เหล่านั้นตกเป็นของผู้ร้องตามสัญญาจ้างทำของเป็นรายละเอียด หาจำต้องกล่าวมาในคำร้องขัดทรัพย์ไม่ ตามสัญญาจ้างเหมาทำการก่อสร้างระหว่างผู้ร้องกับจำเลยระบุให้ผู้ร้องมีสิทธิเลิกสัญญาในกรณีที่มีเหตุให้ผู้ร้องเห็นว่าจำเลยไม่สามารถจะทำงานให้แล้วเสร็จภายในกำหนดเวลา และจำเลยยอมให้สิ่งก่อสร้าง สัมภาระและอุปกรณ์ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ร้อง เมื่อปรากฏว่าจำเลยไม่สามารถทำงานให้แล้วเสร็จภายในกำหนดเวลา จนผู้ร้องได้บอกเลิกสัญญาและแต่งตั้งคณะกรรมการทำการริบสิ่งก่อสร้าง สัมภาระและอุปกรณ์ลงบัญชีเป็นของผู้ร้องไปแล้ว กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินดังกล่าวจึงตกเป็นของผู้ร้องก่อนที่โจทก์จะไปทำการยึดโดยไม่ต้องมีการส่งมอบหรือโอนทรัพย์สินดังกล่าวให้แก่ผู้ร้องอีก

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.172 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.288 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.386 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1299 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1336

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

กรณีเรื่องนี้สืบเนื่องจากโจทก์นำยึดทรัพย์สินที่อ้างว่าเป็นของจำเลยรวม ๑๙ รายการ ตามบัญชีทรัพย์ลงวันที่ ๑๖ มกราคม ๒๕๒๔ ผู้ร้องจึงยื่นคำร้องขอว่า จำเลยได้ทำสัญญารับจ้างเหมาทำการก่อสร้างท่าเทียบเรืออำเภอคลองใหญ่กับผู้ร้อง โดยผลแห่งสัญญาดังกล่าวจำเลยไม่มีกรรมสิทธิ์ในบรรดาทรัพย์สินสิ่งก่อสร้างสัมภาระ และอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่นำมาไว้หรือใช้ในการก่อสร้างท่าเทียบเรือ แต่โจทก์ได้นำเจ้าพนักงานบังคับคดีทำการยึดทรัพย์สินดังกล่าว ความจริงทรัพย์สินดังกล่าวมิใช่ของจำเลย แต่เป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ร้อง ขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยทรัพย์สินดังกล่าว โจทก์ยื่นคำให้การว่า คำร้องขอของผู้ร้องเคลือบคลุม ทรัพย์สินที่โจทก์นำยึดเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลย ขอให้ยกคำร้องขอของผู้ร้อง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ปล่อยการยึดทรัพย์ ยกเว้นทรัพย์อันดับที่ ๑, ที่ ๗ และที่ ๘ โจทก์และผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การร้องขัดทรัพย์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๒๘๘ เป็นการกล่าวอ้างว่าทรัพย์สินที่ยึดมิใช่ของจำเลยแต่เป็นของผู้ร้อง ในคำร้องขัดทรัพย์ของผู้ร้องก็ได้กล่าวไว้ชัดแล้ว่าบรรดาทรัพย์สินสิ่งก่อสร้าง สัมภาระ และอุปกรณ์ที่โจทก์นำยึดมิใช่กรรมสิทธิ์ของจำเลย แต่เป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ร้อง ส่วนข้อเท็จจริงอันเป็นเหตุให้กรรมสิทธิ์ในทรัพย์เหล่านั้นตกเป็นของผู้ร้องตามสัญญาจ้างทำของเป็นรายละเอียด ผู้ร้องหาจำต้องกล่าวมาในคำร้องขัดทรัพย์ไม่ คำร้องขัดทรัพย์ของผู้ร้องจึงไม่เคลือบคลุม จำเลยเป็นผู้รับเหมาก่อสร้างท่าเทียบเรือให้แก่ผู้ร้อง ตามหนังสือสัญญาจ้างข้อ ๕ ว่า ผู้ร้องมีสิทธิเลิกสัญญาในกรณีที่มีเหตุให้ผู้ร้องเห็นว่าจำเลยไม่สามารถจะทำงานให้แล้วเสร็จบริบูรณ์ภายในกำหนดเวลา โดยจำเลยยินยอมให้ผู้ร้องปรับเป็นรายวัน เรียกค่าเสียหายและยอมให้สิ่งก่อสร้าง สัมภาระและอุปกรณ์ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ร้อง โดยที่ผู้ร้องสามารถเลือกใช้สิทธิดังกล่าวเพียงอย่างเดียวหรือหลายอย่าง จากข้อเท็จจริงที่ผู้ร้องนำสืบฟังได้ว่า จำเลยไม่สามารถทำงานให้แล้วเสร็จบริบูรณ์ภายในกำหนดเวลา ผู้ร้องจึงได้บอกเลิกสัญญาและใช้สิทธิตามสัญญาแต่งตั้งคณะกรรมการทำการริบสิ่งปลูกสร้าง สัมภาระและอุปกรณ์ลงบัญชีเป็นพัสดุของทางราชการกรมโยธาธิการ (ผู้ร้อง) และคณะกรรมการได้ดำเนินการแล้วตั้งแต่วันที่ ๕ มิถุนายน ๒๕๒๓ กรรมสิทธิ์ในสิ่งก่อสร้างสัมภาระและอุปกรณ์ซึ่งเป็นทรัพย์สินที่โจทก์นำยึดจึงตกเป็นของผู้ร้องก่อนที่โจทก์จะไปทำการยึด ผู้ร้องไม่จำเป็นจะต้องใช้สิทธิในทางศาลเพราะไม่มีข้อโต้แย้งเกี่ยวกับสิทธิและหน้าที่ตามสัญญาระหว่างผู้ร้องและจำเลยแต่ประการใด พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3807/2526 นายสงวน รุ่งรัตนา โจทก์ กรมโยธาธิการ ผู้ร้อง ห้างหุ้นส่วนจำกัดสินธิ์โยธา จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสงวน รุ่งรัตนา · ผู้ร้อง - กรมโยธาธิการ · จำเลย - ห้างหุ้นส่วนจำกัดสินธิ์โยธา
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชูเชิด รักตะบุตร์ · ประสาท บุณยรังษี · โกมล อิศรางกูร ณ อยุธยา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดตราด - นายวิเทพ พัชรภิญโญพงศ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายคำนึง อุไรรัตน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 591/2531ฎีกา 770/2535ฎีกา 681/2506ฎีกา 5473/2548ฎีกา 2439/2531ฎีกา 9815/2555ฎีกา 8688/2551ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2834/2527ฎีกา 2409/2551ฎีกา 1968/2533ฎีกา 7466/2538ฎีกา 272/2490ฎีกา 8875/2542ฎีกา 763/2484ฎีกา 1889/2511ฎีกา 8680/2551ฎีกา 6105/2531ฎีกา 967/2491ฎีกา 861/2540ฎีกา 1896/2492ฎีกา 863/2524ฎีกา 991/2548ฎีกา 1170/2505
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา