⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 458/2526

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 458/2526

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ฟ้องแย้งที่เกี่ยวกับฟ้องเดิมต้องรับไว้พิจารณา ส่วนฟ้องแย้งที่มีเงื่อนไขซึ่งจะเกิดขึ้นภายหลัง ไม่ถือเป็นฟ้องแย้งที่เกี่ยวกับฟ้องเดิมและต้องห้ามรับไว้พิจารณา

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากห้องเช่า จำเลยให้การต่อสู้ว่าโจทก์ตกลงให้จำเลยตกแต่งซ่อมแซมบ้านใหม่ทั้งหมดแล้วจะให้จำเลยเช่าต่อหลังจากหมดสัญญาอีก 3 ปี จึงมีสัญญาต่างตอบแทนต่อกัน ฟ้องแย้งขอให้บังคับโจทก์ทำสัญญาเช่ากับจำเลยอีก 3 ปีนั้น เมื่อเป็นฟ้องแย้งที่เกี่ยวกับฟ้องเดิมแล้วก็ต้องรับไว้เสียก่อน ส่วนข้ออ้างของจำเลยจะแพ้หรือชนะเป็นข้อวินิจฉัยภายหลังรับฟ้องแย้งแล้ว (อ้างคำพิพากษาฎีกาที่ 303/2504) ส่วนฟ้องแย้งที่ว่า หากข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าโจทก์จำเลยไม่มีสัญญาต่างตอบแทนต่อกัน จำเลยก็ขอฟ้องแย้งเรียกค่าเสียหายจากโจทก์ที่จำเลยต้องเสียค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงห้องเช่านั้น เป็นฟ้องแย้งที่มีเงื่อนไข กล่าวคือจะถือเป็นฟ้องแย้งต่อเมื่อศาลพิพากษาขับไล่จำเลย ซึ่งเป็นเรื่องเกิดขึ้นภายหลังจึงเป็นคนละเรื่องไม่เกี่ยวกับฟ้องเดิม ไม่เป็นฟ้องแย้งที่จะรับไว้พิจารณา

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.18 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.177

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้เช่าห้องแถวพิพาทของโจทก์มีกำหนด ๑ ปีครบกำหนดตามสัญญาแล้วจำเลยไม่ยอมย้ายออกไป ทำให้โจทก์เสียหายขอให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกไปจากห้องแถวพิพาทและให้ใช้ค่าเสียหาย จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า ขณะทำสัญญาเช่าตามฟ้อง โจทก์ตกลงให้จำเลยตกแต่งซ่อมแซมบ้านใหม่ทั้งหมด แล้วโจทก์จะให้จำเลยเช่าต่อหลังจากหมดสัญญาอีก ๓ ปี จึงมีสัญญาต่างตอบแทนต่อกัน ขอให้บังคับโจทก์ทำสัญญาเช่ากับจำเลยอีก ๓ ปี หากข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าโจทก์จำเลยไม่มีสัญญาต่างตอบแทนต่อกันก็ขอเรียกค่าเสียหายจากโจทก์ในจำนวนเงินที่จำเลยต้องเสียค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงห้องพิพาทพร้อมดอกเบี้ย ศาลชั้นต้นสั่งรับคำให้การ แต่ไม่รับฟ้องแย้งเพราะฟ้องแย้งมีเงื่อนไข จำเลยอุทธรณ์ขอให้รับฟ้องแย้ง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า สำหรับฟ้องแย้งที่ให้บังคับโจทก์ให้จำเลยเช่าบ้านพิพาทต่อไปอีก ๓ ปีเพราะมีสัญญาต่างตอบแทนกันนั้น เห็นว่า ในชั้นนี้เป็นแต่เพียงตรวจคำคู่ความว่าจะรับเป็นฟ้องแย้งหรือไม่รับ เมื่อฟ้องแย้งเกี่ยวกับฟ้องเดิมแล้วก็ต้องรับไว้เสียก่อน ส่วนข้ออ้างของจำเลยจะแพ้หรือชนะ คือจะเป็นสัญญาต่างตอบแทนบังคับตามคำขอได้หรือไม่ เป็นข้อวินิจฉัยภายหลังรับฟ้องแย้งแล้ว ซึ่งต้องชี้ขาดตัดสินโดยองค์คณะผู้พิพากษาศาลชั้นต้น ตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ ๓๐๓/๒๕๐๔ ส่วนฟ้องแย้งของจำเลยที่ขอให้โจทก์ชดใช้ค่าซ่อมแซมปรับปรุงบ้านพิพาทนั้น เห็นว่าจำเลยขอให้บังคับโจทก์ต่อเมื่อศาลฟังข้อเท็จจริงว่าโจทก์และจำเลยไม่มีสัญญาต่างตอบแทนต่อกันและศาลพิพากษาขับไล่จำเลยออกจากบ้านพิพาทไปแล้ว จึงเป็นฟ้องแย้งที่มีเงื่อนไข กล่าวคือ จะถือเป็นฟ้องแย้งต่อเมื่อศาลพิพากษาขับไล่จำเลยซึ่งเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นภายหลัง ถ้าจำเลยชนะคดีตามคำให้การ ฟ้องแย้งของจำเลยก็ตกไป จึงเป็นคนละเรื่องไม่เกี่ยวกับฟ้องเดิม ไม่เป็นฟ้องแย้งที่จะรับไว้พิจารณา พิพากษาแก้เป็นว่า ให้รับฟ้องแย้งของจำเลยในข้อที่ว่าโจทก์และจำเลยมีสัญญาต่างตอบแทนต่อกัน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 458/2526 นางสังเวียน สิทธิราชา โจทก์ นายพงศ์พันธุ์ แซ่โง้ว จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสังเวียน สิทธิราชา · จำเลย - นายพงศ์พันธุ์ แซ่โง้ว
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พิชัย วุฒิจำนงค์ · สนิท อังศุสิงห์ · สำเนียง ด้วงมหาสอน
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดชลบุรี - นายสุทธินัด คำพล · ศาลอุทธรณ์ - นายสาระ เสาวมล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4359/2540ฎีกา 1452/2511ฎีกา 3206/2537ฎีกา 4838/2548ฎีกา 1415/2540ฎีกา 7903/2568ฎีกา 5640/2540ฎีกา 1360/2544ฎีกา 1765/2492ฎีกา 3474/2538ฎีกา 3601/2526ฎีกา 72/2505ฎีกา 801/2515ฎีกา 119/2532ฎีกา 4484/2536ฎีกา 6555/2538ฎีกา 1816/2534ฎีกา 3601/2530ฎีกา 3827/2542ฎีกา 234/2491ฎีกา 759/2519ฎีกา 8087/2543ฎีกา 1601/2529ฎีกา 2881/2532
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา