คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 773/2526
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
นิติบุคคลของรัฐย่อมมีสิทธิในการดูแลรักษาทรัพย์สินของตน และมีอำนาจฟ้องผู้ที่ผิดสัญญาเช่าทรัพย์สินของรัฐได้
ย่อคำพิพากษา
กรมชลประทานซึ่งเป็นนิติบุคคล ย่อมมีสิทธิเป็นเจ้าของครอบครองและดูแลรักษาทรัพย์สินที่มีไว้เพื่อใช้ตามวัตถุประสงค์ของกรมชลประทานได้ การที่กรมชลประทานเอาที่ดินพิพาทให้จำเลยเช่าในเวลาที่กรมชลประทานยังไม่จำเป็นต้องใช้ ย่อมเป็นการกระทำในการดูแลทรัพย์สินของทางราชการเอาไว้ไม่ให้ผู้อื่นแย่งการครอบครองเอาไปโดยมิชอบ โดยไม่ปรากฏว่าผิดต่อวัตถุประสงค์ของกรมชลประทาน เมื่อจำเลยสมัครใจเข้าทำสัญญากับกรมชลประทานและเป็นผู้ปฏิบัติผิดสัญญาเช่านั้น กรมชลประทานย่อมมีอำนาจฟ้องจำเลย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของผู้ครอบครองและดูแลรักษาที่พิพาทจำเลยได้ทำสัญญาเช่าที่พิพาทจากโจทก์เพื่อทำนามีกำหนด ๑ ปี จำเลยได้เข้าทำนามาตลอดแต่ไม่ยอมเสียค่าเช่านาในปี ๒๕๒๐ และ ๒๕๒๑ รวม ๒ ปีเป็นเงิน ๑,๗๒๕ บาท โจทก์จึงบอกเลิกสัญญาเช่าและให้นำค่าเช่าที่ค้างมาชำระ แต่จำเลยเพิกเฉย ขอให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกจากที่ดินพิพาท ให้จำเลยชำระค่าเช่าและค่าเสียหายแก่โจทก์
จำเลยให้การว่า โจทก์มิใช่เจ้าของหรือผู้ครอบครองที่ดินพิพาทเพราะไม่มีกฎหมายรับรองให้โจทก์มีอำนาจครอบครองที่ดินพิพาทได้ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องที่พิพาทเป็นของจำเลย โจทก์ได้ขอที่ดินจำเลยทำนาแปลงทดลอง ๓ ปี และจะคืนให้จำเลยแต่โจทก์ไม่ยอมคืนให้จำเลยขอให้ศาลพิพากษายกฟ้อง
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกจากที่ดินพิพาทห้ามจำเลยและบริวารเข้าเกี่ยวข้อง ให้จำเลยชำระค่าเช่าและค่าเสียหายแก่โจทก์
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาตามฎีกาของจำเลยว่า การที่โจทก์ซึ่งเป็นนิติบุคคลมีวัตถุประสงค์ตามที่กฎหมายกำหนดกล่าวคือ มีหน้าที่สร้างการชลประทานเพื่อบำรุงการกสิกรรม ไม่มีวัตถุประสงค์ที่จะแสวงหารายได้โดยการเอาที่ดินให้บุคคลอื่นเช่า การที่โจทก์เอาที่ดินให้บุคคลอื่นเช่าเป็นการผิดวัตถุประสงค์ของโจทก์ สัญญาเช่าที่ดินพิพาทไม่มีผลบังคับ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลย เห็นว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลย่อมมีสิทธิเป็นเจ้าของครอบครองและดูแลรักษาทรัพย์สินที่มีไว้เพื่อใช้ตามวัตถุประสงค์ของโจทก์ได้ การที่โจทก์เอาที่ดินพิพาทให้จำเลยเช่าในเวลาที่โจทก์ยังไม่จำเป็นต้องใช้ เป็นการกระทำในการดูแลรักษาทรัพย์สินของทางราชการเอาไว้ไม่ให้ผู้อื่นแย่งการครอบครองไปโดยมิชอบ ไม่ปรากฏว่าผิดต่อวัตถุประสงค์ของโจทก์แต่ประการใด ทั้งข้อเท็จจริงได้ความว่าจำเลยสมัครใจทำสัญญาเช่ากับโจทก์เอง ฉะนั้นเมื่อจำเลยปฏิบัติผิดสัญญาเช่าที่ทำไว้โดยชอบ โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องจำเลยได้
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 773/2526
กรมชลประทาน โจทก์
นางน้อย พิมพ์สะอาด จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - กรมชลประทาน · จำเลย - นางน้อย พิมพ์สะอาด |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | พินิจ สังขนันท์ · อุดม บรรลือสินธุ์ · ปรานอม มหรรณพ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดเพชรบุรี - นายสมศักดิ์ เทวรักษ์กุล · ศาลอุทธรณ์ - นายคำนึง อุไรรัตน์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา