⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1220/2527

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1220/2527

ป.อาญา ม.86, 313, 315

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำของบุคคลที่ช่วยเหลือผู้เสียหายซึ่งถูกจับไปเรียกค่าไถ่โดยสุจริต โดยไม่มีส่วนรู้เห็นเป็นใจกับคนร้าย และได้รับเงินค่าใช้จ่ายในการช่วยเหลือ ไม่เป็นความผิดฐานรับของโจรตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 315

ย่อคำพิพากษา

จำเลยที่ 2 ติดต่อคนร้ายเพื่อช่วยเหลือผู้เสียหายซึ่งถูกจับไปเรียกค่าไถ่โดยสุจริต ไม่มีพฤติการณ์ใดส่อไปในทำนองว่ามีส่วนได้เสียหรือร่วมรู้เห็นเป็นใจกับคนร้าย ผู้เสียหายกับจำเลยอยู่คนละจังหวัด การเดินทางไปติดต่อคนร้ายก็ดี ติดต่อผู้เสียหายก็ดี ย่อมต้องเสียค่าใช้จ่าย การที่ผู้เสียหายมอบเงินจำนวนหนึ่งให้จำเลยเป็นค่าใช้จ่าย เงินดังกล่าวจึงไม่ใช่ทรัพย์สินที่มิควรได้ตามความหมายของมาตรา 315 แห่งประมวลกฎหมายอาญา การกระทำของจำเลยที่ 2 ไม่เป็นความผิด

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.86 ประมวลกฎหมายอาญา ม.313 ประมวลกฎหมายอาญา ม.315

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายอาญา ม.86 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.313 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.315 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกับพวกได้ร่วมกันฉุดคร่าผู้เสียหายไปหน่วงเหนี่ยวกักขังไว้ แล้วเรียกเอาเงินค่าไถ่จากสามีของผู้เสียหาย โดยจำเลยที่ ๒ ได้กระทำตนเป็นคนกลางติดต่อระหว่างสามีผู้เสียหายกับจำเลยอื่นและพวก เพื่อให้นำเงินค่าไถ่ไปมอบให้และจำเลยที่ ๒ ได้รับเงินที่มิควรได้จากสามีผู้เสียหาย ๖,๐๐๐ บาทขอให้ลงโทษ จำเลยทั้งสี่ให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ ๑ ที่ ๓ และที่ ๔ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๑๓ จำเลยที่ ๒ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๑๕ จำเลยทั้งสี่อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อเท็จจริงว่า พยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบมารับฟังลงโทษจำเลยที่ ๑ ที่ ๓ และที่ ๔ ไม่ได้ และสำหรับจำเลยที่ ๒ ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า จำเลยที่ ๒ ติดต่อคนร้ายเพื่อช่วยเหลือฝ่ายผู้เสียหายโดยสุจริต ไม่มีพฤติการณ์ใดที่ส่อไปในทำนองว่ามีส่วนได้เสียหรือร่วมรู้เห็นเป็นใจกับคนร้าย ดังจะเห็นได้ว่าเมื่อจำเลยที่ ๒ พานายประสันต์ไปเจรจาเรื่องค่าไถ่กับคนร้าย จำเลยที่ ๒ ก็ให้นายประสันต์พูดกับคนร้ายโดยลำพัง จำเลยที่ ๒ หาได้เกี่ยวข้องด้วยไม่ การเจรจาเรื่องค่าไถ่ครั้งต่อมานายประสันต์บอกจำเลยที่ ๒ ว่าไม่มีเงิน หากจะมีก็ไม่เกิน๑๐๐,๐๐๐ บาท และเอาเสตทเมนท์ของธนาคารให้ดู จำเลยที่ ๒ ขอเสตทเมนท์ไว้ นัดนายประสันต์ให้มาพบในวันรุ่งขึ้น เมื่อนายประสันต์มาพบ จำเลยที่ ๒ บอกว่าให้นำเงินมาไถ่ผู้เสียหาย ๑๘๐,๐๐๐ บาท แสดงว่าจำเลยที่ ๒ นำเสตทเมนท์ไปให้คนร้ายดูเพื่อกำหนดค่าไถ่จำเลยที่ ๒ มิได้กำหนดค่าไถ่เอง การนำเงินค่าไถ่ไปให้คนร้าย จำเลยที่ ๒ ก็ให้นายประสันต์กับนายโอฬารไปด้วย โดยมอบเงินให้คนร้ายต่อหน้าบุคคลทั้งสอง ส่วนเงิน ๖,๐๐๐ บาทที่นายประสันต์มอบให้จำเลยที่ ๒ นั้นนายประสันต์ว่าจำเลยที่ ๒ เรียกร้องเป็นค่าใช้จ่าย ศาลฎีกาเห็นว่าผู้เสียหายอยู่อำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย จำเลยที่ ๒ อยู่ที่อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ การเดินทางไปติดต่อคนร้ายก็ดี ติดต่อผู้เสียหายก็ดี ย่อมต้องเสียค่าใช้จ่าย จำนวนเงินดังกล่าวจึงไม่ใช่ทรัพย์สินที่มิควรได้ตามความหมายของบทบัญญัติมาตรา ๓๑๕ แห่งประมวลกฎหมายอาญา การกระทำของจำเลยที่ ๒ ไม่เป็นความผิด พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1220/2527 พนักงานอัยการจังหวัดเลย โจทก์ นายบุญโปร่ง ประสานมิตร กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดเลย · จำเลย - นายบุญโปร่ง ประสานมิตร กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อัมพล สุวรรณภักดี · สหัส สิงหวิริยะ · ปรานอม มหรรณพ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดเลย - นายวินัย บุญพราหมณ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายศิลปชัย มัทธุรศ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3699-3739/2541ฎีกา 4577/2558ฎีกา 455/2485ฎีกา 11320/2556ฎีกา 712/2559ฎีกา 955/2512ฎีกา 7364/2538ฎีกา 3204/2522ฎีกา 2597/2516ฎีกา 198/2564ฎีกา 3116/2527ฎีกา 3153/2531ฎีกา 3595/2532ฎีกา 3962/2546ฎีกา 34/2521ฎีกา 947/2526ฎีกา 4547/2530ฎีกา 769/2486ฎีกา 8651/2558ฎีกา 2191/2522ฎีกา 1366/2564ฎีกา 962/2560ฎีกา 2491-2493/2519ฎีกา 7947/2561
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา