คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1233/2527
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
จำเลยที่อยู่ในลักษณะคุมดูต้นทางและสามารถช่วยเหลือให้การปล้นทรัพย์สำเร็จลุล่วงไป ถือว่าเป็นการแบ่งหน้าที่กันทำและร่วมกระทำผิดด้วยกัน จึงเป็นตัวการในการปล้นทรัพย์
ย่อคำพิพากษา
จำเลยกับพวกคนร้ายที่ขึ้นบ้านปล้นทรัพย์พายเรือไปด้วยกัน 2 ลำเมื่อถึงบ้านเจ้าทรัพย์ก็จอดเรือไว้หน้าบ้าน จำเลยกับพวกอีก 2 คนอยู่ในเรือ พวกของจำเลยอีก 3 คนในเรืออีกลำหนึ่งขึ้นบนบ้านปล้นได้ทรัพย์แล้วกลับมาลงเรือ จำเลยกับพวกทั้งหมดพายเรือกลับไปด้วยกัน การที่จำเลยจอดเรืออยู่ที่หน้าบ้านเจ้าทรัพย์ พฤติการณ์เห็นได้ว่าจำเลยอยู่ในลักษณะคุมดูต้นทางและสามารถช่วยเหลือให้การปล้นทรัพย์สำเร็จลุล่วงไป เป็นการแบ่งหน้าที่กันทำและร่วมกระทำผิดด้วยกัน จำเลยจึงเป็นตัวการในการปล้นทรัพย์ด้วย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกับพวกร่วมกันมีและใช้อาวุธปืนปล้นทรัพย์ของผู้เสียหายไปหลายรายการ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๐, ๓๔๐ ตรี, ๘๓
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามฟ้อง
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดฐานปล้นทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๐, ๘๖
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยกับพวกรวม ๖ คนพายเรือหมูไปด้วยกัน ๒ ลำลำละ ๓ คน มุ่งไปจอดอยู่ที่ข้างกอไผ่หน้าบ้านนายโปรยเจ้าทรัพย์ จำเลยกับพวกอีก ๒ คนนั่งอยู่ในเรือลำหนึ่งส่วนนายณรงค์หรือแอ๊ว นายอ้น และนายเฉลิม ซึ่งอยู่ในเรืออีกลำหนึ่งได้ขึ้นไปปล้นทรัพย์บนบ้านนายโปรย และได้ใช้ปืนตบตีนางละม่อมกับนางสาวสมบุญและมัดไว้ เมื่อได้ทรัพย์แล้วพามาลงเรือแล้วพายเรือกลับไปด้วยกันทั้งสองลำ ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยกับพวกคนร้ายที่ขึ้นบ้านปล้นทรัพย์พายเรือไปด้วยกันและมุ่งหน้าไปยังบ้านเจ้าทรัพย์ แสดงให้เห็นเจตนาของจำเลยกับพวกที่ร่วมกันปล้นทรัพย์ เมื่อถึงบ้านเจ้าทรัพย์ก็จอดเรือกันไว้ที่หน้าบ้าน จำเลยกับพวกอีก ๒ คนอยู่ในเรือ นายณรงค์หรือแอ๊ว กับพวกอีก ๒ คนในเรืออีกลำหนึ่งขึ้นบนบ้านปล้นได้ทรัพย์แล้วกลับมาลงเรือแล้วจำเลยกับพวกทั้งหมดพายเรือกลับไปด้วยกัน การที่จำเลยจอดเรืออยู่ที่หน้าบ้านเจ้าทรัพย์ พฤติการณ์เห็นได้ว่าจำเลยอยู่ในลักษณะคุมดูต้นทางและสามารถช่วยเหลือให้การปล้นทรัพย์สำเร็จลุล่วงไป เป็นการแบ่งหน้าที่กันทำโดยจำเลยกระทำส่วนหนึ่งเพื่อให้การปล้นทรัพย์นั้นบรรลุผลสำเร็จ และเมื่อพวกของจำเลยปล้นทรัพย์ได้แล้วยังพายเรือกลับไปด้วยกันอีก จึงนับว่าจำเลยร่วมกระทำผิดด้วยกัน เป็นตัวการในการปล้นทรัพย์ด้วย
พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำเลยและบังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1233/2527
พนักงานอัยการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โจทก์
นายบุญเลิศ ชาภู่พุด จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา · จำเลย - นายบุญเลิศ ชาภู่พุด |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ดำรง อุณหวัฒน์ · ชลูตม์ สวัสดิทัต · สุรัช รัตนอุดม |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา - นายพลรัตน์ ประทุมทาน · ศาลอุทธรณ์ - นายปลื้ม โชติษฐยางกูร |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา