⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1697/2527

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1697/2527

ป.พ.พ. ม.429, 1367, 1377 ฯลฯ · ป.ที่ดิน ม.61

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้เสียหายในคดีอาญาที่อัยการเป็นโจทก์ฟ้อง ย่อมผูกพันตามคำพิพากษาคดีอาญานั้น และบิดาของผู้เยาว์ที่กระทำความผิด ต้องร่วมรับผิดในค่าเสียหายที่เกิดจากการกระทำของผู้เยาว์ตามกฎหมาย แต่ไม่เกินจำนวนที่กฎหมายกำหนด.

ย่อคำพิพากษา

โจทก์เป็นผู้เสียหายในคดีที่อัยการศาลมณฑลทหารบกที่ 7 เป็นโจทก์ฟ้อง จำเลยที่ 1 ในคดีอาญา โจทก์และจำเลยที่ 1 จึงต้องผูกพันตามคำพิพากษา ในคดีอาญานั้น ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 46 ข้อเท็จจริงในคดีอาญาฟังได้ว่าจำเลยที่ 1 รับของโจร สายไฟฟ้าจำนวน 168 เมตร จะต้องรับผิดชำระเงินให้แก่โจทก์ 2,360 บาท ดังนั้นเมื่อ จำเลยที่ 2 ในฐานะบิดาของ จำเลยที่ 1 (ผู้เยาว์) ถูกฟ้องให้รับผิด ในทางแพ่ง จำเลยที่ 2 คงต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 ในจำนวนเงินดังกล่าวให้แก่โจทก์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 429 แม้จำเลยที่ 2 จะเคยทำหนังสือรับชดใช้ค่าเสียหาย ให้แก่โจทก์ไว้เป็น จำนวนเงิน 14,463 บาท 75 สตางค์ ก็ตาม จำเลยที่ 2 ก็หาต้องรับผิด ตามจำนวนเงินใน หนังสือดังกล่าวไม่ เพราะเกินจำนวนเงินที่จำเลยที่ 2 จะต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 ตามกฎหมาย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายที่ดิน ม.61 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.46 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.429 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1367 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1377 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1378

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายที่ดิน ม.61 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.46 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.429 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ ลักสายไฟฟ้าอะลูมิเนียม ยาว ๑,๐๑๕ เมตรราคา ๑๔,๔๖๓.๗๕ บาท ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจจับจำเลยที่ ๑ ได้ขณะนำสายไฟฟ้าบางส่วนไปขาย จำเลยที่ ๑ ให้การรับสารภาพชั้นสอบสวนว่าได้ลักสายไฟฟ้าจำนวนดังกล่าวไปจริง แต่ในชั้นพิจารณาของศาลชั้นต้นจำเลยที่ ๑ ให้การรับสารภาพฐานรับของโจร จำเลยที่ ๑ เป็นผู้เยาว์ จำเลยที่ ๒ ซึ่งเป็นบิดาต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๒ จึงได้ทำหนังสือรับชดใช้ค่าเสียหายชำระหนี้แทนจำเลยที่ ๑ เมื่อถึงกำหนดจำเลยผิดนัด จึงขอให้ศาลบังคับ จำเลยทั้งสองให้การว่า จำเลยที่ ๑ ไม่ได้ลักสายไฟฟ้า ๑,๐๑๕ เมตร ราคา๑๔,๔๖๓.๗๕ บาทตามฟ้อง คงรับของโจรสายไฟฟ้ายาว ๑๖๘ เมตร ราคา ๓,๓๘๐.๔๐บาท เท่านั้น หากจำเลยที่ ๒ ต้องรับผิดก็รับผิดเท่าจำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๒ ทำหนังสือรับชำระหนี้ต่อโจทก์ด้วยความหลงผิด จึงเป็นโมฆะ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน ๑๓,๔๖๓.๗๕ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ย จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันรับผิดเป็นเงิน ๒,๓๖๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ย โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาข้อแรกของโจทก์มีว่า ศาลต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ๓๗/๒๕๒๓ ของศาลมณฑลทหารบกที่ ๗ (ศาลจังหวัดเชียงใหม่ อำเภอฝาง) มาผูกพันโจทก์คดีนี้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๔๖ หรือไม่ โดยโจทก์ฎีกาว่า จำเลยที่ ๑ ให้การรับสารภาพชั้นสอบสวนว่าลักสายไฟฟ้าจำนวน ๑,๐๑๕ เมตรแต่ในชั้นพิจารณาจำเลยที่ ๑ ให้การรับสารภาพฐานรับของโจร ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยที่ ๑ ทันที โดยที่โจทก์ยังไม่ได้สืบพยานให้ปรากฏแก่ศาลถึงความผิดที่ได้กระทำลง และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคโจทก์คดีนี้มิได้มีฐานะเป็นคู่ความตามกฎหมายในคดีอาญาดังกล่าว กรณีจึงไม่ต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคดีอาญานั้น พิเคราะห์แล้วเห็นว่า แม้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคโจทก์คดีนี้จะไม่ใช่คู่ความ แต่ก็เป็นผู้เสียหายในคดีอาญาดังกล่าว โจทก์ จำเลยที่ ๑ จึงต้องผูกพันตามคำพิพากษาในคดีอาญานั้นด้วย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา ๔๖ และปรากฏว่าจำเลยที่ ๑ ได้ให้การรับสารภาพข้อหารับของโจรศาลชั้นต้นจึงพิพากษาว่าจำเลยที่ ๑ กระทำความผิดฐานรับของโจร ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๗ และลงโทษจำเลยที่ ๑ คดีถึงที่สุดแล้วข้อเท็จจริงตามคำพิพากษาคดีอาญาจึงฟังได้ว่าจำเลยที่ ๑ รับของโจรสายไฟฟ้าจำนวน ๑๖๘ เมตรแน่นอนแล้ว จะฟังข้อเท็จจริงในคดีนี้ว่าจำเลยที่ ๑ ลักสายไฟฟ้าจำนวน ๑,๐๑๕ เมตรให้ขัดกับข้อเท็จจริงที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีอาญาหาได้ไม่ฎีกาข้อนี้ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น ปัญหาวินิจฉัยข้อต่อไปมีว่า จำเลยทั้งสองจะต้องร่วมกันรับผิดชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์ตามฟ้องตามที่จำเลยที่ ๒ ได้ทำหนังสือรับชดใช้ค่าเสียหายไว้แก่โจทก์ตามเอกสารหมาย จ.๓ หรือไม่ พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยที่ ๑ รับของโจรสายไฟฟ้าจำนวน ๑๖๘ เมตร จะต้องรับผิดชำระเงินให้โจทก์ ๒,๓๖๐ บาท ดังนั้น จำเลยที่ ๒ ในฐานะบิดาของจำเลยที่ ๑ คงต้องรับผิดร่วมกับจำเลยที่ ๑ ชำระเงินจำนวนดังกล่าวให้โจทก์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๔๒๙ หาต้องรับผิดตามจำนวนเงินในหนังสือรับชดใช้ค่าเสียหายตามเอกสารหมาย จ.๓ ไม่ เพราะเกินจำนวนเงินที่จำเลยที่ ๒ จะต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ ๑ ตามกฎหมาย พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1697/2527 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค โจทก์ นายมานพ จาริเพ็ญ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค · จำเลย - นายมานพ จาริเพ็ญ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อำนวย อินทุภูติ · สุทิน เลิศวิรุฬห์ · ดำริ ศุภพิโรจน์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดเชียงใหม่ (อำเภอฝาง) - นายสุรภาพ ปัทมะสุคนธ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายศิลปชัย มัทธุรศ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5692/2538ฎีกา 356/2530ฎีกา 142/2492ฎีกา 4715/2542ฎีกา 681/2506ฎีกา 942-943/2515ฎีกา 770/2535ฎีกา 2439/2531ฎีกา 9815/2555ฎีกา 8688/2551ฎีกา 8777/2548ฎีกา 3345/2535ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1968/2533ฎีกา 7466/2538ฎีกา 8875/2542ฎีกา 1889/2511ฎีกา 1000/2505ฎีกา 8680/2551ฎีกา 861/2540ฎีกา 863/2524ฎีกา 2718/2538ฎีกา 1170/2505ฎีกา 1593/2524
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา