⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2022/2527

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2022/2527

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่พาผู้เยาว์ไปเพื่อการอนาจาร แม้ผู้เยาว์จะยินยอม ก็ยังมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 319

ย่อคำพิพากษา

ผู้เยาว์เต็มใจไปด้วยกับจำเลยด้วยความรักใคร่ชอบพอกันแต่ไม่มีพฤติการณ์ให้เห็นว่าจำเลยเจตนานำไปเลี้ยงดูเป็นภริยา จำเลยพาผู้เยาว์เข้าพักนอนในโรงแรมต่างจังหวัด1 คืน และกอดจูบเพื่อสำเร็จความใคร่เป็นการหาความสุขชั่วคราวดังนี้ เป็นการพรากผู้เยาว์ไปเพื่อการอนาจารมีความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 319

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.319

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 319 จำคุก 6 เดือน เพิ่มโทษจำเลย 1 ใน 3 ตาม มาตรา 72 เป็นจำคุก 8 เดือน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "คดีขึ้นสู่ศาลฎีกาเฉพาะปัญหาว่าจำเลยมีความผิดฐานพรากผู้เยาว์ไปเพื่อการอนาจารตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 319 หรือไม่ ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยพาโจทก์ร่วมที่ 1 ซึ่งเป็นผู้เยาว์ไปพัทยาครั้งนี้ด้วยความรักใคร่ชอบพอกันโดยโจทก์ร่วมที่ 1 เต็มใจไปด้วยแต่ไม่มีพฤติการณ์พอจะแสดงให้เห็นได้ชัดแจ้งว่าจำเลยมีเจตนานำโจทก์ร่วมที่ 1ไปเลี้ยงดูเป็นภริยาของตน ทั้งจำเลยได้พาโจทก์ร่วมที่ 1 เข้าพักนอนในโรงแรม 1 คืน และกอดจูบเพื่อสำเร็จความใคร่เป็นการหาความสุขชั่วคราวด้วยการกระทำของจำเลยจึงเข้าลักษณะเป็นการพรากผู้เยาว์ไปเพื่อการอนาจารจำเลยมิได้ฎีกาโต้แย้งข้อเท็จจริงนี้ เมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่าโจทก์ร่วมที่ 1เต็มใจไปด้วยกับจำเลย และตามพฤติการณ์ที่จำเลยกระทำเข้าลักษณะเป็นการพรากผู้เยาว์ไปเพื่อการอนาจาร จำเลยย่อมมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 319 ดังศาลอุทธรณ์วินิจฉัยมาชอบแล้วศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น อนึ่ง ที่ศาลอุทธรณ์เพิ่มโทษจำเลยหนึ่งในสามเพราะเคยต้องคำพิพากษาจำคุก 6 เดือน ฐานมียาเสพติดไว้ในความครอบครองตามคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 2420/2518 ของศาลชั้นต้นนั้น ปรากฏว่าได้มีพระราชบัญญัติล้างมลทินในโอกาสสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปีพ.ศ. 2526 ล้างมลทินให้แก่จำเลยซึ่งต้องคำพิพากษาดังกล่าวและพ้นโทษไปแล้วก่อนวันที่พระราชบัญญัติดังกล่าวใช้บังคับ จึงเพิ่มโทษจำเลยมิได้ ส่วนที่จำเลยฎีกาขอให้รอการลงโทษนั้น พิเคราะห์รูปคดีแล้วเห็นว่าไม่มีเหตุอันควรรอการลงโทษให้" พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุกจำเลยไว้มีกำหนด 6 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2022/2527 อัยการกรมอัยการ โจทก์ โจทก์ร่วม โจทก์ น.ส.ชวศรี กล่ำโกมล กับพวก โจทก์ นายภาณุเทพ วีระวุฒิ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการกรมอัยการ · โจทก์ - โจทก์ร่วม · โจทก์ - น.ส.ชวศรี กล่ำโกมล กับพวก · จำเลย - นายภาณุเทพ วีระวุฒิ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ม.ร.ว.ชัยวัฒน์ ชมพูนุท · นิยม ติวุตานนท์ · ศักดิ์ สนองชาติ
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1632/2518ฎีกา 977/2514ฎีกา 119/2517ฎีกา 270/2468ฎีกา 70/2489ฎีกา 93/2529ฎีกา 34/2491ฎีกา 355/2470ฎีกา 6634/2546ฎีกา 1430/2515ฎีกา 206/2464ฎีกา 4465/2530ฎีกา 1055/2555ฎีกา 235/2470ฎีกา 4197/2547ฎีกา 811/2484ฎีกา 1800/2541ฎีกา 6370/2555ฎีกา 28/2471ฎีกา 2587/2530ฎีกา 1225/2482ฎีกา 1696/2532ฎีกา 739/2533ฎีกา 1268/2518
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา