⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2071/2527

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2071/2527

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การสอบสวนชอบด้วยกฎหมายแล้ว แม้จำเลยถูกกล่าวหาความผิดฐานเดียวกันหลายกระทงและกระทำต่อเนื่องกัน พนักงานสอบสวนไม่จำต้องแจ้งข้อหาให้จำเลยทราบทุกกระทง โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องตามจำนวนที่ได้สอบสวน

ย่อคำพิพากษา

ผู้เสียหายร้องทุกข์กล่าวหาว่าจำเลยยักยอกเงิน 419,235.40 บาท พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหาฐานยักยอกทรัพย์ให้จำเลยทราบแล้วก่อนทำการสอบสวน แม้ต่อมาปรากฏว่าจำเลยถูกกล่าวหาความผิดฐานเดียวกันหลายกระทงและกระทำต่อเนื่องกันรวมเป็นเงิน 674,653.65 บาท พนักงานสอบสวนก็ไม่จำต้องแจ้งข้อหาให้จำเลยทราบทุกกระทง ถือได้ว่าคดีได้มีการสอบสวนโดยถูกต้อง โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องว่าจำเลยยักยอกเงิน 674,653.65 บาทได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.120 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.130 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.134

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นผู้จัดการของกลุ่มเกษตรกรทำนาวังน้ำซับได้ครอบครองเงินสดของกลุ่มเกษตรกรดังกล่าว ได้กระทำความผิดต่างกรรมต่างวาระโดยเบียดเบียนยักยอกเงินไปรวม ๔๗ ครั้งเป็นเงิน ๖๗๔,๖๕๓.๖๕ บาท ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๕๒, ๓๕๓, ๙๑ ฯลฯ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า จำเลยมีความผิดและลงโทษได้เฉพาะกระทงความผิดที่ ๓๗ ถึง ๔๗ รวม ๑๑ กระทงเท่านั้น พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๓, ๙๑ ฯลฯ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งรับเฉพาะฎีกาปัญหาข้อกฎหมาย ศาลฎีการับฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยมาว่า กลุ่มเกษตรกรทำนาวังน้ำซับจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล จำเลยเป็นผู้จัดการมีอำนาจจ่ายเงินได้โดยมีหลักฐานการจ่ายเงินในปลายเดือนเมษายน ๒๕๒๐ ผู้ตรวจสอบบัญชีของกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ได้ตรวจสอบบัญชี ตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายน ๒๕๑๙ถึงวันที่ ๑๖ สิงหาคม ๒๕๒๐ พบว่าเงินขาดบัญชีไป ๔๗ ครั้ง เป็นเงินทั้งสิ้น ๖๗๔,๖๕๓.๖๕ บาท (เป็นกรณีที่คดีไม่ขาดอายุความ ครั้งที่ ๓๗ ถึง ๔๗ รวม ๑๑ ครั้งเป็นเงิน ๒๐๐,๒๗๐.๗๕ บาท) เหตุที่เงินขาดบัญชีเพราะจำเลยไม่นำเงินฝากธนาคารตามระเบียบข้อบังคับ คณะกรรมการฯ ลงมติให้ประธานกรรมการไปแจ้งความกล่าวหาจำเลยครั้งเดียว ในการสอบสวนของพนักงานสอบสวนไม่ได้แจ้งข้อหาเพิ่มเติมแก่จำเลย แล้ววินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่าฟ้องของโจทก์ไม่เคลือบคลุม ที่จำเลยฎีกาว่า คดีนี้ผู้เสียหายแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนกล่าวหาว่าจำเลยยักยอกเงินไปสี่แสนบาทเศษ พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหาตามจำนวนเงินดังกล่าวให้จำเลยทราบแล้ว ส่วนเงินที่พบว่าจำเลยยักยอกใหม่ขึ้นอีก ผู้เสียหายไม่ได้ร้องทุกข์ แต่โจทก์ได้ฟ้องหาว่าจำเลยยักยอกเงินจำนวนใหม่นี้รวมเข้าไปด้วยกัน รวมเป็นเงินหกแสนบาทเศษ โดยพนักงานสอบสวนไม่แจ้งข้อหาเพิ่มเติมแก่จำเลยอีก โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยนั้น พิเคราะห์แล้ว เห็นว่าคดีนี้ผู้เสียหายได้แจ้งความกล่าวหาจำเลยยักยอกข้อหาเดียว และพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหานี้ให้จำเลยทราบก่อนทำการสอบสวน ซึ่งปรากฏว่าจำเลยถูกกล่าวหาความผิดฐานเดียวกันหลายกระทง และกระทำต่อเนื่องกัน พนักงานสอบสวนไม่จำต้องแจ้งข้อหาเหล่านี้ให้จำเลยทราบทุกกระทง ก็ถือว่าคดีได้มีการสอบสวนโดยถูกต้อง และแม้ว่าโจทก์จะฟ้องกล่าวหาว่าจำเลยยักยอกเงินผู้เสียหายไป ๖๗๔,๖๕๓.๖๕ บาท มากกว่าที่ผู้เสียหายร้องทุกข์กล่าวหาในชั้นเดิมว่าจำเลยยักยอกเงินไป ๔๑๙,๒๓๕.๔๐ บาท โจทก์ก็ยังฟ้องจำเลยข้อหายักยอกข้อหาเดิมมิได้ฟ้องในฐานอื่นเพิ่มเติมแต่อย่างใด โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องได้ ฯลฯ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2071/2527 อัยการจังหวัดสุพรรณบุรี โจทก์ นายประเทือง โพธิ์บุรีพานิช จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการจังหวัดสุพรรณบุรี · จำเลย - นายประเทือง โพธิ์บุรีพานิช
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุพจน์ นาถะพินธุ · สมบูรณ์ บุญภินนท์ · เพียร สุมิระ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสุพรรณบุรี - นายพินิจ เพชรรุ่ง · ศาลอุทธรณ์ - นายสิทธิโชค ปะถะคามิน
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6635/2551ฎีกา 99/2541ฎีกา 880/2502ฎีกา 5603/2542ฎีกา 9729/2556ฎีกา 1845/2537ฎีกา 1554/2521ฎีกา 1379/2524ฎีกา 6651/2538ฎีกา 6541/2544ฎีกา 8272/2553ฎีกา 7847/2544ฎีกา 1700/2548ฎีกา 3593/2529ฎีกา 1680/2532ฎีกา 4048/2528ฎีกา 11720/2555ฎีกา 1362/2537ฎีกา 3423/2548ฎีกา 11423/2554ฎีกา 243/2509ฎีกา 6903/2543ฎีกา 13537/2553ฎีกา 3811/2528
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา