คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2451/2527
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. เมื่อจำเลยมิได้อุทธรณ์ว่ามิได้กระทำผิด แต่ขอให้ศาลลดโทษ ปัญหาว่าจำเลยได้กระทำผิดหรือไม่จึงยุติไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
2. ทนายความมีสิทธิยื่นอุทธรณ์แทนจำเลยได้ และจำเลยจะปฏิเสธการกระทำของทนายความไม่ได้หากตนเองละเลยสิทธิที่จะยื่นอุทธรณ์เอง
ย่อคำพิพากษา
เมื่อศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยฐานชิงทรัพย์ จำเลยมิได้อุทธรณ์คัดค้านคำพิพากษาศาลชั้นต้นว่าจำเลยมิได้กระทำผิด แต่กลับอุทธรณ์ขอให้ศาลอุทธรณ์ลดโทษแก่จำเลยให้น้อยลง ปัญหาที่ว่าจำเลยได้กระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่จึงยุติไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นแล้ว เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยจะกลับมาฎีกาว่าจำเลยมิได้กระทำผิดอีกหาได้ไม่
ตามใบแต่งทนายความ จำเลยมอบอำนาจให้ทนายความของจำเลยยื่นอุทธรณ์และฎีกาได้ ทนายความของจำเลยย่อมมีสิทธิทำอุทธรณ์ยื่นแทนจำเลยได้ตามกฎหมาย หากจำเลยไม่เห็นด้วยกับอุทธรณ์นั้น ก็ชอบที่จะยื่นเองได้ตามความประสงค์ภายในอายุอุทธรณ์ เมื่อจำเลยละเลยสิทธิของตนดังกล่าว จะมาปฏิเสธไม่ยอมรับรู้การกระทำของทนายความหาได้ไม่
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกับพวกอีก ๑ คนชิงทรัพย์ของนางจรินทิพย์หลายรายการ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๙, ๘๓ ฯลฯ
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๓๙, ๘๓ ฯลฯ จำคุก ๑๐ ปี
จำเลยอุทธรณ์ ขอให้ลดโทษให้น้อยลง
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกาว่าไม่ได้กระทำความผิด ขอให้ยกฟ้อง
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เมื่อศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยฐานชิงทรัพย์ จำเลยมิได้อุทธรณ์คัดค้านคำพิพากษาศาลชั้นต้นว่าจำเลยมิได้กระทำผิด กลับอุทธรณ์ว่าจำเลยกระทำความผิดฐานชิงทรัพย์จริง แต่ขอให้ศาลอุทธรณ์ลดโทษแก่จำเลยให้น้อยลงอีกปัญหาที่ว่าจำเลยได้กระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่จึงยุติไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นแล้ว จำเลยจะกลับมายื่นฎีกาในปัญหานี้อีกไม่ได้ ไม่ถือว่าเป็นการฎีกาคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๑๖
ที่จำเลยฎีกาว่า ได้ต่อสู้คดีตลอดมาว่าไม่ได้กระทำผิดและแจ้งให้ทนายความยื่นอุทธรณ์ ขอให้ศาลยกฟ้อง แต่ทนายความกลับทำอุทธรณ์เพียงขอให้ศาลลดโทษ จำเลยเพิ่งทราบเมื่อศาลอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ทนายความทำไปโดยไม่แจ้งจำเลย จำเลยไม่ได้เซ็นรับทราบด้วยเป็นการไม่ชอบนั้น เห็นว่า ตามใบแต่งทนายความฉบับวันที่ ๕ พฤศจิกายน ๒๕๒๕ จำเลยมอบอำนาจให้ทนายความของจำเลยยื่นอุทธรณ์และยื่นฎีกาคดีนี้ได้ ทนายความของจำเลยย่อมมีสิทธิทำอุทธรณ์ยื่นแทนจำเลยได้ตามกฎหมายหากจำเลยไม่เห็นด้วยกับอุทธรณ์นั้น ก็ชอบที่จะยื่นเองได้ตามความประสงค์ภายในอายุอุทธรณ์ เป็นเรื่องที่จำเลยละเลยสิทธิของตนเองจะปฏิเสธไม่ยอมรับรู้การกระทำของทนายความหาได้ไม่
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2451/2527
พนักงานอัยการจังหวัดสิงห์บุรี โจทก์
นายธีระ หรือหมึก สังขฤทธิ์ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดสิงห์บุรี · จำเลย - นายธีระ หรือหมึก สังขฤทธิ์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | พจน์ บุญเลี้ยง · อุดม บรรลือสินธุ์ · ยนต์ พิรวินิจ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดสิงห์บุรี - นายมานะ ศุภวิริยกุล · ศาลอุทธรณ์ - นายสิทธิโชค ปะถะคามิน |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา