คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2576/2527
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลจะปรับบทลงโทษจำเลยตามกฎหมายใดนั้น ต้องเป็นไปตามคำขอของโจทก์ หากโจทก์มิได้ขอให้ลงโทษตามกฎหมายบทใด ศาลจะยกกฎหมายบทนั้นมาปรับลงโทษจำเลยไม่ได้ แม้ข้อเท็จจริงจะเข้าองค์ประกอบความผิดก็ตาม
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยที่ 1 ตามประมวลกฎหมายอาญาแล้วยังขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ อีกด้วย ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดทั้งประมวลกฎหมายอาญาและพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ ศาลลงโทษจำเลยที่ 1 ตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ ตามคำขอของโจทก์แล้ว เมื่อโจทก์ไม่ได้ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 371 ด้วย ศาลจะยกมาตราดังกล่าวมาปรับบทลงโทษไม่ได้เพราะมิใช่กรณีอ้างบทมาตราผิดแต่เป็นเรื่องที่โจทก์ไม่ได้ขอ ดังนั้น ที่ศาลชั้นต้นปรับบทลงโทษจำเลยที่ 1 ตามมาตรา 371 จึงเป็นการพิพากษาเกินคำขอ
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๓๘, ๑๔๐, ๒๘๙, ๓๗๖, ๘๐, ๙๑ พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนวัตถุระเบิดดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๘ ทวิ, ๗๒ ทวิ คำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ ๔๔ ลงวันที่ ๒๑ ตุลาคม ๒๕๑๙ ข้อ ๓, ๗ ริบของกลาง
จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ ๑ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๗๑ พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๘ ทวิ, ๗๒ ทวิ แก้ไขเพิ่มเติมโดยคำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ ๔๔ ลงวันที่ ๒๑ ตุลาคม ๒๕๑๙ข้อ ๓, ๗ ลงโทษจำคุก อาวุธปืนมีทะเบียนไม่สมควรริบ คำขอข้อนี้และข้อหาอื่นให้ยก สำหรับจำเลยที่ ๒ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๓๘, ๑๔๐,๒๘๙, ๘๐ เป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท
โจทก์และจำเลยทั้งสองอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ศาลชั้นต้นปรับบทลงโทษจำเลยที่ ๑ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๗๑ ซึ่งตามฟ้องโจทก์ไม่มีคำขอ ให้ลงโทษนั้นเป็นการพิพากษาเกินคำขอ สมควรแก้ไขให้ถูกต้อง ส่วนจำเลยที่ ๒ ข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่ากระทำผิดตามฟ้อง พิพากษาแก้เป็นว่า ไม่ปรับบทความผิดจำเลยที่ ๑ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๗๑ ให้ยกฟ้องโจทก์เฉพาะจำเลยที่ ๒
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า สำหรับจำเลยที่ ๑ โจทก์ฎีกาว่า การที่ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยที่ ๑ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๗๑ โดยโจทก์ไม่ได้ขอนั้น หาเกินคำขอดังที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยไม่ เพราะโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๓๘, ๑๔๐, ๒๘๙, ๓๗๖, ๘๐, ๙๑ คงขาดแต่มาตรา ๓๗๑ เท่านั้น เมื่อข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่า จำเลยที่ ๑ ได้กระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ที่โจทก์บรรยายในฟ้องแล้ว เพียงแต่อ้างบทมาตราไม่ครบถ้วน ศาลย่อมปรับบทลงโทษให้ครบถ้วนได้ การที่ศาลชั้นต้นปรับบทลงโทษตาม มาตรา ๓๗๑ ด้วย จึงไม่เป็นการพิพากษาเกินคำขอนั้น ศาลฎีกาเห็นว่านอกจากโจทก์จะขอให้ลงโทษจำเลยที่ ๑ ตามประมวลกฎหมายอาญาแล้ว ยังขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ อีกด้วย ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่า จำเลยที่ ๑มีความผิดทั้งประมวลกฎหมายอาญาและพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ ศาลพิพากษาลงโทษจำเลยที่ ๑ ตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ ตามคำขอของโจทก์แล้ว เมื่อโจทก์ไม่ได้ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๗๑ ด้วย ศาลจะยกมาตราดังกล่าวมาปรับบทลงโทษไม่ได้ เพราะมิใช่กรณีอ้างบทมาตราผิดแต่เป็นเรื่องที่โจทก์ไม่ได้ขอ ศาลชั้นต้นพิพากษาเกินคำขอดังที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัย
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2576/2527
พนักงานอัยการจังหวัดระยอง โจทก์
นายชาญชัย กล้าณรงค์ กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดระยอง · จำเลย - นายชาญชัย กล้าณรงค์ กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | เสนอ ศรนิยม · โสภณ รัตนากร · สหัส สิงหวิริยะ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดระยอง - นายกำพล ภู่สุดแสวง · ศาลอุทธรณ์ - นายส่อง สุขะปุณณพันธ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา