⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2874/2527

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2874/2527

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การเช่าอสังหาริมทรัพย์ที่มีค่าเช่าหรืออาจให้เช่าได้ในขณะยื่นคำฟ้องไม่เกินเดือนละ 2,000 บาท ห้ามอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง.

ย่อคำพิพากษา

ตึกแถวพิพาท 2 ห้อง ค่าเช่าเดือนละ 100 บาทต่อห้องแม้โจทก์จะเรียกค่าเสียหายนับแต่วันฟ้องเดือนละ 6,000 บาท แต่ก็เป็นค่าเสียหายในอนาคตอันเป็นส่วนหนึ่งของการฟ้องขับไล่ผู้เช่าออกจากอสังหาริมทรัพย์ ถือได้ว่าการเช่ารายนี้มีค่าเช่าหรืออาจให้เช่าได้ ในขณะยื่นคำฟ้องไม่เกินเดือนละ 2,000 บาท จำเลยมิได้กล่าวแก้เป็นข้อพิพาทด้วยกรรมสิทธิ์หรือยกข้อโต้เถียงในเรื่องแปลความหมายแห่งข้อความในสัญญาเช่า จึงต้องห้ามอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 224 แม้ศาลอุทธรณ์จะรับวินิจฉัยให้ก็ไม่ชอบ คดีได้ยุติไปแล้วตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.224 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.248

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยและบริวารออกจากที่ดินและตึกแถวให้ใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เดือนละ 5,000 บาท นับแต่วันฟ้อง จนกว่าจำเลยและบริวารออกจากที่ดินและตึกแถว ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "คดีนี้โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยซึ่งเป็นผู้เช่าออกจากอสังหาริมทรัพย์ ไม่ปรากฏตามคำฟ้องโจทก์ว่า ตึกแถวพิพาทมีค่าเช่าหรืออาจให้เช่าได้เดือนละเท่าใด แต่ได้ความจากคำให้การของจำเลยและทางนำสืบของจำเลยว่า ตึกแถวพิพาทมีค่าเช่าเดือนละ 100 บาท ต่อห้อง (ตึกแถวพิพาทมี 2 ห้อง) แม้โจทก์จะเรียกค่าเสียหายนับแต่วันฟ้องเดือนละ 6,000 บาท แต่ก็เป็นค่าเสียหายในอนาคต อันเป็นส่วนหนึ่งของการฟ้องขับไล่ผู้เช่าออกจากอสังหาริมทรัพย์ จึงถือได้ว่าการเช่ารายนี้มีค่าเช่าหรืออาจให้เช่าได้ในขณะยื่นคำฟ้องไม่เกินเดือนละสองพันบาทจำเลยมิได้กล่าวแก้เป็นข้อพิพาทด้วยกรรมสิทธิ์หรือมิได้ยกข้อโต้เถียงในเรื่องแปลความหมายแห่งข้อความในสัญญาเช่า จึงต้องห้ามอุทธรณ์ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 224 และ 248 (พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง(ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2518 มาตรา 3 และ 6) ปรากฏว่าคดีนี้จำเลยอุทธรณ์ฎีกาในทำนองเดียวกันว่า โจทก์ไม่ได้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในทรัพย์พิพาท และค่าเสียหายของโจทก์ไม่ควรเกินเดือนละ 600 บาท ซึ่งต่างเป็นปัญหาข้อเท็จจริงทั้งสิ้น ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ฎีกาตามบทกฎหมายดังกล่าวข้างต้น แม้ศาลอุทธรณ์จะรับวินิจฉัยให้ก็ไม่ชอบ คดีได้ยุติไปแล้วตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัย" พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์และยกฎีกาของจำเลย ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น คืนค่าธรรมเนียมชั้นฎีกาให้จำเลยทั้งหมด ค่าทนายความในชั้นฎีกาให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2874/2527 นายสันต์ สมิตเวช โจทก์ นางศิริมา มนุญากร จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสันต์ สมิตเวช · จำเลย - นางศิริมา มนุญากร
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุรัตน์ ศรีอนุพันธุ์ · ประสาท บุณยรังษี · โกมล อิศรางกูร ณ อยุธยา
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7578/2538ฎีกา 7158/2538ฎีกา 576/2540ฎีกา 142/2492ฎีกา 5302/2548ฎีกา 1015/2509ฎีกา 2563/2543ฎีกา 8903/2553ฎีกา 824/2519ฎีกา 1679/2540ฎีกา 1590/2513ฎีกา 4015/2528ฎีกา 83-84/2529ฎีกา 1168/2520ฎีกา 3007/2525ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1229/2545ฎีกา 2812/2539ฎีกา 1030/2509ฎีกา 817/2490ฎีกา 1339/2543ฎีกา 8732/2549ฎีกา 2186/2550ฎีกา 5894/2541
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา