คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3032/2527
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยครอบครองอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต ย่อมมีความผิดฐานครอบครองอาวุธปืน แม้การได้มาซึ่งอาวุธปืนนั้นจะเกิดจากการล่อซื้อก็ตาม
การที่บุคคลจะมีความผิดฐานครอบครองอาวุธปืน ต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าบุคคลนั้นได้มีอำนาจควบคุมหรือสั่งการอาวุธปืนนั้นไว้ในครอบครองจริง
ย่อคำพิพากษา
การที่ตำรวจไปจับกุมอาวุธปืนจากจำเลยโดยวิธีล่อให้จำเลยหาซื้อปืนมาให้ เมื่อผู้ขายปืนตกลงขายและมอบปืนของกลางให้จำเลยที่ 2 ระหว่างที่ตำรวจผู้จับยังไม่มาขอรับปืนอาวุธปืนของกลางยังอยู่ในความครอบครองของจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 2 ย่อมมีความผิดฐานครอบครองอาวุธปืน
เมื่อตำรวจไปพบจำเลยที่ 1 ที่บ้าน จำเลยที่ 1 ไปตามจำเลยที่ 2 มา เมื่อตำรวจสอบถาม จำเลยที่ 2 จึงไปเอาปืนของกลางมาจากกระท่อมนาของจำเลยที่ 2 ยังไม่พอฟังว่าจำเลยที่ 1 ได้ครอบครองปืนของกลางด้วย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองร่วมกันมีอาวุธปืนคาร์บิน (เอมทู) จำนวน2 กระบอก กระสุนปืนคาร์บินซึ่งเป็นอาวุธปืนและกระสุนปืนที่นายทะเบียนออกใบอนุญาตให้ไม่ได้ไว้ในครอบครองโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา 55, 78 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 และริบของกลาง
จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา 55, 78 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 จำคุกคนละ 3 ปี ลดโทษให้ 1 ใน 3 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกคนละ2 ปี ริบของกลาง
จำเลยทั้งสองอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ ของกลางให้ริบ
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าพลตำรวจวิชัยกับพวกไปจับกุมอาวุธปืนจากจำเลยทั้งสองโดยวิธีล่อให้จำเลยทั้งสองหาซื้อปืนมาให้ เมื่อได้ปืนมาแล้วก็จับ ปัญหามีว่าการที่จำเลยซื้อปืนจากผู้ขายมาให้ผู้จับ ระหว่างที่ผู้จับยังไม่มาขอรับปืน จำเลยได้ครอบครองปืนของกลางไว้หรือไม่ เห็นว่า เมื่อผู้ขายปืนตกลงขายและมอบปืนของกลางให้จำเลย การครอบครองปืนย่อมโอนมายังจำเลยผู้รับซื้อ อาวุธปืนของกลางยังอยู่ในความครอบครองของจำเลย ยังหาโอนไปยังพลตำรวจวิชัยไม่ แม้เจ้าพนักงานตำรวจจะใช้วิธีจับกุมโดยหลอกลวงจำเลย ซึ่งเป็นการกระทำที่ไม่สมควร ก็ไม่ทำให้จำเลยที่ 2 หลุดพ้นจากความผิด
โจทก์นำสืบถึงจำเลยที่ 1 เพียงว่า เมื่อพลตำรวจวิชัยกับพวกไปพบจำเลยที่ 1 ที่บ้าน จำเลยที่ 1 ไปตามจำเลยที่ 2 มา พลตำรวจวิชัยสอบถามถึงปืน จำเลยที่ 2 จึงไปเอาปืนของกลางทั้งสองกระบอกมาจากกระท่อมนาของจำเลยที่ 2 การที่จำเลยที่ 1 พาไปพบจำเลยที่ 2 จึงไม่พอฟังว่าจำเลยที่ 1 ได้ครอบครองปืนของกลางนั้นด้วย
พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 2 มีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯมาตรา 55, 78 ให้ลงโทษจำคุก 2 ปี จำเลยให้การรับสารภาพชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกมีกำหนด 1 ปี 4 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3032/2527
พนักงานอัยการจังหวัดอุดรธานี โจทก์
นายสวรรค์ เพ็ญศรี กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดอุดรธานี · จำเลย - นายสวรรค์ เพ็ญศรี กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | พจน์ บุญเลี้ยง · อุดม บรรลือสินธุ์ · ยนต์ พิรวินิจ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา