คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3173/2527
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่สามีภรรยาหย่ากันโดยตกลงให้สินสมรสตกแก่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งฝ่ายเดียวหลังจากทราบว่าฝ่ายหนึ่งถูกฟ้องคดีและมีแนวโน้มจะแพ้คดี ถือเป็นการกระทำที่มุ่งหลีกเลี่ยงการบังคับคดี ทำให้เจ้าหนี้เสียเปรียบ เจ้าหนี้จึงมีสิทธิยึดทรัพย์สินนั้นเพื่อบังคับชำระหนี้ได้
ย่อคำพิพากษา
ผู้ร้องซึ่งเป็นสามีของจำเลย ทราบว่าจำเลยถูกฟ้องคดีนี้และศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยแพ้คดี หลังจากนั้นประมาณ6 เดือน ผู้ร้องและจำเลยจดทะเบียนหย่ากันโดยตกลงให้ทรัพย์พิพาทซึ่งเป็นสินสมรสตกได้แก่ผู้ร้องฝ่ายเดียว เป็นพฤติการณ์ที่แสดงว่าผู้ร้องกับจำเลยร่วมกันทำขึ้นเพื่อหลีกเลี่ยงมิให้จำเลยถูกยึดทรัพย์มาเพื่อการบังคับคดีเป็นการกระทำให้โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาเสียเปรียบโจทก์มีสิทธิยึดทรัพย์พิพาทมาดำเนินการบังคับคดีเอาชำระหนี้แก่โจทก์ได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีสืบเนื่องจากศาลพิพากษาให้จำเลยที่ 2 ที่ 3 ร่วมกันโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินและอาคารตามฟ้องให้โจทก์ ถ้าโอนไม่ได้ให้คืนเงินแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยและค่าเสียหายจำเลยที่ 3 ทราบคำบังคับแล้วไม่ชำระหนี้ โจทก์จึงนำยึดทรัพย์พิพาทเพื่อขายทอดตลาดเอาเงินชำระหนี้ตามคำพิพากษา
ผู้ร้องยื่นคำร้องขอว่า เดิมผู้ร้องกับจำเลยที่ 3 เป็นสามีภริยากันแต่ได้หย่าขาดจากกันแล้ว ทรัพย์พิพาทเป็นของผู้ร้องแต่ผู้เดียว ขอให้ปล่อยการยึด
โจทก์ให้การว่า ผู้ร้องกับจำเลยที่ 3 ยังอยู่ร่วมกันฉันสามีภริยา ไม่มีเจตนาหย่ากัน เพียงแต่ทำขึ้นเพื่อฉ้อฉลโจทก์ ทั้งหนี้ตามฟ้องเป็นหนี้ร่วม ขอให้ยกคำร้อง
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้ยกคำร้องของผู้ร้อง
ผู้ร้องอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
ผู้ร้องฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า พิเคราะห์แล้ว ผู้ร้องเบิกความรับว่าผู้ร้องทราบว่าจำเลยที่ 3ถูกฟ้องคดีนี้และศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 3 แพ้คดีก่อนที่ผู้ร้องกับจำเลยที่ 3จดทะเบียนหย่ากัน เห็นว่า การที่ผู้ร้องกับจำเลยที่ 3 จดทะเบียนหย่ากันหลังจากศาลพิพากษาให้จำเลยที่ 3 ชำระเงินแก่โจทก์เพียงประมาณ 6 เดือน โดยตกลงกันให้ทรัพย์พิพาทซึ่งเป็นสินสมรสได้แก่ผู้ร้องฝ่ายเดียว เป็นพฤติการณ์ที่แสดงว่าผู้ร้องกับจำเลยที่ 3 ร่วมกันทำขึ้น เพื่อหลักเลี่ยงการที่จำเลยที่ 3 จะต้องถูกยึดทรัพย์มาเพื่อการบังคับคดี เป็นการกระทำให้โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาเสียเปรียบโจทก์มีสิทธิยึดทรัพย์พิพาทมาดำเนินการบังคับคดีเอาชำระหนี้แก่โจทก์ได้
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3173/2527
นางสมเพลิน เกษมรัตนสันติ โจทก์
ห้างหุ้นส่วนจำกัดเพชรรัตนธนังกิจก่อสร้าง กับพวก จำเลย
นายมิลินท์ อัจฉริยกุล ผู้ร้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางสมเพลิน เกษมรัตนสันติ · จำเลย - ห้างหุ้นส่วนจำกัดเพชรรัตนธนังกิจก่อสร้าง กับพวก · ผู้ร้อง - นายมิลินท์ อัจฉริยกุล |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ดำริ ศุภพิโรจน์ · ปรีชา พานิชวงศ์ · อำนวย อินทุภูติ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา