⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3239/2527

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3239/2527

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การเบิกความอันเป็นเท็จของจำเลยในชั้นศาล ซึ่งขัดแย้งกับคำให้การในชั้นสอบสวน และหากเบิกความตามความจริงอาจมีผลต่อการวินิจฉัยคดี ถือเป็นข้อสำคัญในคดี.

ย่อคำพิพากษา

ตามคำให้การชั้นสอบสวนของจำเลยได้ความว่าจำเลยรู้เห็นใกล้ชิดกับเหตุการณ์ขณะเกิดเหตุ แต่ในชั้นศาลจำเลยกลับเบิกความอันเป็นเท็จว่าไม่ได้อยู่ในที่เกิดเหตุขณะเกิดเหตุ หากจำเลยเบิกความไปตามที่รู้เห็นดังที่ให้การไว้ในชั้นสอบสวน จำเลยย่อมเป็นพยานที่ใกล้ชิดกับเหตุการณ์สนับสนุนคำของพยานโจทก์ปากอื่นให้มีน้ำหนักมั่นคงยิ่งขึ้น อันอาจทำให้ผลแห่งคดีเปลี่ยนแปลงไปในทางตรงข้ามได้ ดังนี้ แม้ศาลจะมิได้หยิบยกคำเบิกความของจำเลยขึ้นวินิจฉัย คำเบิกความอันเป็นเท็จของจำเลยก็เป็นข้อสำคัญในคดี

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.177

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยซึ่งเป็นพยานโจทก์ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ๗๓๒/๒๕๒๓ของศาลทหารกรุงเทพ (ศาลจังหวัดสมุทรปราการ) ได้เบิกความเท็จอันเป็นข้อสำคัญในคดี เห็นเหตุให้ศาลพิพากษายกฟ้องโจทก์ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๗๗ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยตามฟ้อง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าคำเบิกความของจำเลยไม่ใช่ข้อความอันเป็นเท็จและไม่ใช่ข้อสำคัญในคดี เพราะในชั้นสอบสวนก็ไม่ปรากฏว่าจำเลยให้การว่าเห็นนายปัญญาหรือมุ้ยยิงผู้ตาย ในชั้นเบิกความต่อศาลก็ว่าไม่เห็นผู้ใดยิงผู้ตาย อีกทั้งคดีก่อนศาลก็มิได้หยิบยกคำเบิกความของจำเลยขึ้นมาวินิจฉัยนั้น เห็นว่าตามคำให้การชั้นสอบสวนของจำเลยได้ความว่าจำเลยรู้เห็นใกล้ชิดกับเหตุการณ์ขณะเกิดเหตุ แต่ในชั้นศาลจำเลยกลับเบิกความว่าไม่ได้อยู่ในที่เกิดเหตุขณะเกิดเหตุขึ้น อันเป็นข้อความที่โจทก์ฟ้องยืนยันว่าจำเลยเบิกความอันเป็นเท็จต่อศาล ส่วนข้อที่ศาลอุทธรณ์หยิบยกขึ้นมาเป็นข้ออ้างว่าจำเลยมิได้กล่าวข้อความเท็จ ก็เป็นข้อเท็จจริงคนละกรณีกับที่โจทก์กล่าวหาจำเลยในคดีนี้ สำหรับข้อที่ศาลอุทธรณ์เห็นว่าในคดีก่อนศาลมิได้หยิบยกคำเบิกความของจำเลยขึ้นวินิจฉัย คำเบิกความของจำเลยจึงมิใช่ข้อสำคัญในคดีนั้น ศาลฎีกาเห็นว่า ที่ศาลในคดีก่อนมิได้หยิบยกคำเบิกความของจำเลยขึ้นมาวินิจฉัย คงเป็นเพราะคำเบิกความของจำเลยมิได้แสดงให้เห็นว่าจำเลยรู้เห็นขณะเกิดเหตุเลย คำจำเลยจึงไม่เป็นประโยชน์แก่รูปคดีที่ศาลจะหยิบยกขึ้นมาวินิจฉัย เมื่อปรากฏว่าศาลทหารกรุงเทพ (ศาลจังหวัดสมุทรปราการ) ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ๗๓๒/๒๕๒๓ โจทก์นำพยานเข้าสืบฟังได้ว่านางวรรณา สิงห์เพ็ชรไม่เห็นหน้าจำเลยชัด และนายอนุทิน ศรีชัยสารกุล เห็นคนยิงเพียงลาง ๆ ว่าเป็นจำเลยเช่นนี้ หากจำเลยซึ่งเป็นพยานโจทก์คดีดังกล่าวเบิกความไปตามที่รู้เห็นดังที่ให้การชั้นสอบสวนตามเอกสารหมาย จ.๑ แล้ว จำเลยย่อมเป็นพยานที่ใกล้ชิดกับเหตุการณ์สนับสนุนคำนางวรรณาและนายอนุทินทำให้พยานโจทก์มีน้ำหนักมั่นคงยิ่งขึ้นอันอาจทำให้ผลแห่งคดีเปลี่ยนแปลงไปในทางตรงข้ามได้ ดังนั้นคำเบิกความของจำเลยอันเป็นเท็จจึงเป็นข้อสำคัญในคดี พิพากษากลับให้ลงโทษจำเลยตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3239/2527 พนักงานอัยการจังหวัดสมุทรปราการ โจทก์ นางเจียม สวยลึก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดสมุทรปราการ · จำเลย - นางเจียม สวยลึก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประการ กาญจนศูนย์ · กิติ บูรพรรณ์ · สุรัช รัตนอุดม
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสมุทรปราการ - นายวสันต์ ตรีสุวรรณ · ศาลอุทธรณ์ - นายไพริน มะนุญพร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 173/2514ฎีกา 700/2506ฎีกา 4784/2529ฎีกา 3014/2531ฎีกา 765/2532ฎีกา 730/2516ฎีกา 22/2466ฎีกา 5558/2534ฎีกา 3584/2524ฎีกา 18211/2555ฎีกา 374/2537ฎีกา 1998/2553ฎีกา 1778/2526ฎีกา 2751/2524ฎีกา 191/2520ฎีกา 2539/2519ฎีกา 1349/2533ฎีกา 558/2548ฎีกา 582-583/2503ฎีกา 904/2516ฎีกา 1566/2525ฎีกา 769-770/2539ฎีกา 3098/2539ฎีกา 2034/2520
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา