⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3286/2527

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3286/2527

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ลายมือชื่อในเอกสารเป็นของจำเลย แต่ข้อความในเอกสารนั้นจำเลยมิได้เป็นผู้เขียน ถือว่าเอกสารนั้นไม่ถูกต้องและหนี้ตามเอกสารนั้นไม่สมบูรณ์

ย่อคำพิพากษา

จำเลยให้การว่าลายเซ็นในสัญญากู้ไม่ใช่ของจำเลย สัญญากู้เป็นเอกสารปลอม คำให้การดังนี้เป็นการปฏิเสธความถูกต้องแท้จริงของสัญญากู้และอ้างว่าหนี้นั้นไม่สมบูรณ์ ศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นว่า จำเลยได้กู้เงินโจทก์ไปจริงหรือไม่ เมื่อจำเลยนำสืบและคดีฟังได้ว่าลายมือชื่อในสัญญากู้เป็นของจำเลยแต่จำเลยมิได้เขียนข้อความในสัญญากู้ เท่ากับสัญญากู้ไม่ถูกต้อง หนี้ตามสัญญากู้ไม่สมบูรณ์ จำเลยไม่ได้กู้เงินโจทก์ไปจริงดังฟ้อง กรณีจึงหาเป็นการนำสืบและรับฟังนอกประเด็นไปจากข้อต่อสู้ในคำให้การไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.87 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.94 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.177 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.183 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.653

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทำสัญญากู้ยืมเงินโจทก์และรับเงินไปแล้วครบกำหนดสัญญาจำเลยไม่ชำระต้นเงินคืน และติดค้างดอกเบี้ยขอให้จำเลยชำระต้นเงินและดอกเบี้ยแก่โจทก์ จำเลยให้การว่า ไม่เคยกู้เงินโจทก์ สัญญากู้ที่นำมาฟ้องเป็นเอกสารปลอมโดยโจทก์กรอกข้อความว่าจำเลยกู้เงินโจทก์ไป จำเลยไม่เคยลงชื่อในแบบพิมพ์สัญญากู้ที่นำมาฟ้อง โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง จำเลยเคยกู้เงินโจทก์แต่ได้ชำระหนี้แก่โจทก์ไปแล้ว ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า โจทก์เอาแบบพิมพ์สัญญากู้ที่จำเลยลงชื่อไว้มากรอกข้อความขึ้นโดยจำเลยไม่ยินยอม จึงเป็นเอกสารปลอม ฟังไม่ได้ว่าจำเลยกู้เงินโจทก์ตามฟ้อง พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายตามฎีกาของโจทก์ที่ว่าจำเลยยื่นคำให้การต่อสู้ว่า ลายเซ็นในช่องผู้กู้ไม่ใช่ลายเซ็นจำเลย สัญญากู้ที่ฟ้องเป็นเอกสารปลอม แต่จำเลยกลับนำสืบว่า ลายเซ็นในสัญญากู้เป็นของจำเลยซึ่งเซ็นให้โจทก์เมื่อ ๑๐ ปีมาแล้ว โดยไม่ได้กรอกข้อความ โจทก์นำมากรอกข้อความเอาเองโดยจำเลยไม่ยินยอม เป็นการนำสืบที่ขัดแย้งกับคำให้การจึงรับฟังไม่ได้ เห็นว่า ประเด็นแห่งคดีที่ศาลชั้นต้นกำหนดมีว่าจำเลยได้กู้เงินโจทก์ไปจริงดังฟ้องหรือไม่ จำเลยให้การปฏิเสธลายเซ็นในสัญญากู้ว่าไม่ใช่ของจำเลย เท่ากับปฏิเสธความถูกต้องแท้จริงแห่งเอกสารและกล่าวอ้างว่าหนี้นั้นไม่สมบูรณ์ เมื่อคดีฟังได้ว่าลายมือชื่อเป็นของจำเลย แต่จำเลยมิได้เขียนข้อความในสัญญากู้ ก็เท่ากับเอกสารสัญญากู้นั้นไม่ถูกต้อง หนี้ตามสัญญาไม่สมบูรณ์หมายถึงว่าจำเลยไม่ได้กู้เงินโจทก์ไปจริงดังฟ้อง จึงไม่เป็นการนำสืบและรับฟังนอกประเด็นจากข้อต่อสู้ในคำให้การ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3286/2527 นายหลอม สุจินพรัหม โจทก์ นายสม ศิริสำราญ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายหลอม สุจินพรัหม · จำเลย - นายสม ศิริสำราญ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พจน์ บุญเลี้ยง · อุดม บรรลือสินธุ์ · ยนต์ พิรวินิจ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสุรินทร์ - นางสาวอัปษร สาธิตคณิตกุล · ศาลอุทธรณ์ - นายคำนึง อุไรรัตน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5473/2548ฎีกา 3206/2537ฎีกา 1452/2511ฎีกา 2307/2518ฎีกา 170/2546ฎีกา 1561/2520ฎีกา 7903/2568ฎีกา 8875/2542ฎีกา 272/2490ฎีกา 1360/2544ฎีกา 794/2509ฎีกา 1765/2492ฎีกา 1896/2492ฎีกา 2657/2534ฎีกา 7051/2540ฎีกา 72/2505ฎีกา 2709/2538ฎีกา 2170/2517ฎีกา 4007/2552ฎีกา 4484/2536ฎีกา 1302/2535ฎีกา 2635/2527ฎีกา 3827/2542ฎีกา 759/2519
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา