⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 942/2527

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 942/2527

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อโจทก์ยังเป็นหนี้จำเลยมากกว่าที่โจทก์จะชำระให้แก่จำเลยได้ จำเลยย่อมมีสิทธิที่จะปฏิเสธไม่รับชำระหนี้และยึดถือโฉนดที่ดินไว้เป็นประกันจนกว่าจะได้รับชำระหนี้เสร็จสิ้น

ย่อคำพิพากษา

สัญญาเบิกเงินเกินบัญชีที่โจทก์จำเลยทำไว้ต่อกัน มีข้อความที่เกี่ยวกับหลักประกันว่าให้โจทก์จำนองที่ดินโฉนดรายพิพาทพร้อมสิ่งปลูกสร้างเป็นประกัน และให้จำเลยยึดถือโฉนดดังกล่าวไว้เป็นหลักประกันจนกว่าจะได้รับชำระหนี้แล้วโดยสิ้นเชิง เมื่อโจทก์ยังเป็นหนี้จำเลยมากกว่าที่โจทก์จะชำระให้แก่จำเลย จำเลยย่อมมีสิทธิที่จะปฏิเสธไม่รับชำระหนี้และยึดถือโฉนดไว้จนกว่าจะได้รับชำระหนี้เสร็จสิ้นได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.11 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.241 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.369 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.702 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1336

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ได้ทำสัญญาเบิกเงินบัญชีฯ กับธนาคารจำเลยและมอบโฉนดที่ดินเลขที่ ๓๘๔๙๖ แขวงบางจาก เขตพระโขนง กรุงเทพมหานครพร้อมกับทำใบมอบอำนาจให้พนักงานของจำเลยไปจดทะเบียนจำนอง เพื่อประกันหนี้เบิกเงินเกินบัญชีดังกล่าวแต่จำเลยไม่ได้จดทะเบียนจำนองที่ดินนั้นต่อมาโจทก์ได้ขอชำระหนี้ที่ค้าง ๑๕,๐๐๐ บาท จำเลยไม่ยอมรับ อ้างว่าโจทก์เป็นหนี้จำเลยจำนวน ๒๐๐,๐๐๐ บาทเศษ โจทก์จึงบอกเลิกการมอบอำนาจการจดทะเบียนจำนองและให้จำเลยส่งมอบโฉนดกับหนังสือมอบอำนาจคืนจำเลยเพิกเฉย ขอให้บังคับให้จำเลยคืนโฉนดและรับเงินจำนวนดังกล่าว จำเลยทั้งสามให้การว่า โจทก์ยังเป็นหนี้จำเลยอยู่ ๕๕๗,๐๗๑.๕๐ บาทจำเลยทวงถามแล้ว โจทก์เพิกเฉย จำเลยจึงมีสิทธิยึดหน่วงโฉนด และไม่มีหน้าที่รับชำระเงินจากโจทก์ตามฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันส่งมอบโฉนดตามฟ้องแก่โจทก์ จำเลยทั้งสามฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์ได้เปิดบัญชีกระแสรายวันและทำสัญญาเบิกเงินเกินบัญชีกับจำเลยที่ ๑ แล้วมอบโฉนดรายพิพาทพร้อมด้วยใบมอบอำนาจที่ลงลายมือชื่อโจทก์ แต่มิได้กรอกข้อความให้พนักงานของจำเลยที่ ๑ ไว้ เพื่อทำสัญญาจำนองโฉนดรายพิพาทเป็นประกันหนี้แทน จนกว่าจำเลยที่ ๑ จะได้รับชำระหนี้สิ้นเชิง เมื่อสัญญาเบิกเงินเกินบัญชีครั้งแรกครบกำหนดได้มีการต่อสัญญาออกไปอีกหลายครั้งและมีการเพิ่มวงเงินตามสัญญาครั้งสุดท้ายจำนวนเงิน๒๐๐,๐๐๐ บาท เอกสารหมาย จ.๑๙ ด้วย โจทก์ได้เบิกเงินและนำเงินเข้าบัญชีหักทอนกันเรื่อยมา ครั้นเมื่อหักทอนบัญชีกันครั้งสุดท้ายในเดือนมีนาคม ๒๕๒๒โจทก์เป็นหนี้จำเลยที่ ๑ อยู่ถึง ๕๐๐,๐๐๐ บาทเศษ หลังจากนั้นไม่มีการหักทอนบัญชีกันเลยจนถึงขณะโจทก์ฟ้องคดีนี้ และจำเลยที่ ๑ เป็นผู้ยึดถือโฉนดรายพิพาทกับใบมอบอำนาจที่โจทก์ให้ไว้ยังมิได้นำไปจดทะเบียนจำนองตามที่ตกลงกัน และวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่า สัญญาเบิกเงินเกินบัญชีที่โจทก์ จำเลยที่ ๑ทำไว้ต่อกันทุกฉบับรวมทั้งฉบับสุดท้าย มีข้อความที่เกี่ยวกับหลักประกันอย่างเดียวกัน โดยตกลงกันให้โจทก์จำนองที่ดินโฉนดรายพิพาทพร้อมสิ่งปลูกสร้างเป็นประกันและให้จำเลยที่ ๑ ยึดถือโฉนดดังกล่าวไว้เป็นประกันจนกว่าจะได้รับชำระหนี้แล้วโดยสิ้นเชิง ดังนั้น เมื่อโจทก์ยังเป็นหนี้จำเลยที่ ๑มากกว่าที่ตนเสนอจะชำระให้แก่จำเลยที่ ๑ เช่นนี้ จำเลยทั้งสามย่อมมีสิทธิที่จะปฏิเสธไม่รับชำระหนี้และยึดถือโฉนดไว้จนกว่าจะได้รับชำระหนี้เสร็จสิ้นได้ พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 942/2527 นายปรีชา เฟื่องฟูเจริญ โจทก์ ธนาคารเอเซียทรัสต์ จำกัด กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายปรีชา เฟื่องฟูเจริญ · จำเลย - ธนาคารเอเซียทรัสต์ จำกัด กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประการ กาญจนศูนย์ · โกวิท สุนทรขจิต · กิติ บูรพรรณ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายก้าน อันนานนท์ · ศาลอุทธรณ์ - นายปลื้ม โชติษฐยางกูร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2467/2526ฎีกา 1536/2500ฎีกา 621/2519ฎีกา 4015/2528ฎีกา 7662/2546ฎีกา 5640/2540ฎีกา 8875/2542ฎีกา 2983/2549ฎีกา 1052/2509ฎีกา 5063/2533ฎีกา 967/2491ฎีกา 1627/2505ฎีกา 4258/2541ฎีกา 3537/2524ฎีกา 8364/2544ฎีกา 2207/2524ฎีกา 5423/2553ฎีกา 747/2484ฎีกา 4564/2543ฎีกา 8543/2544ฎีกา 4832/2536ฎีกา 4176/2530ฎีกา 805/2506ฎีกา 1302/2531
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา