คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 168/2528
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่โจทก์นำเอกสารที่ระบุเจตนาในการทำนิติกรรมการขายฝากมาแสดงต่อศาล ถือว่าโจทก์ได้ปฏิบัติตามคำท้าแล้ว และเป็นฝ่ายชนะคดีในประเด็นตามคำท้าดังกล่าว
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนการให้ที่ดินที่ยกให้จำเลยและต่อมาจำเลยนำไปขายฝากแก่ผู้อื่น โดยอ้างว่าจำเลยประพฤติเนรคุณจำเลยให้การปฏิเสธว่ามิได้ประพฤติเนรคุณ ทั้งโจทก์ยกที่พิพาทให้จำเลยโดยให้จำเลยชำระหนี้บุคคลภายนอกแทนโจทก์ ชั้นพิจารณาคู่ความท้ากันว่า หากฝ่ายโจทก์สามารถนำหลักฐานการขายฝากมาแสดงต่อศาล จำเลยยอมแพ้ หากหามาไม่ได้โจทก์ยอมแพ้ โดยไม่ต้องมีการสืบพยาน ดังนี้เมื่อโจทก์ส่งเอกสารต่อศาลตามคำท้า และข้อความในเอกสารได้ระบุไว้ชัดแจ้งถึงเจตนาในการทำนิติกรรมการขายฝากที่พิพาทระหว่างจำเลยผู้ขายฝากกับ พ. ผู้รับซื้อฝาก ซึ่งเป็นหลักฐานที่แสดงว่าบุคคลทั้งสองมีนิติสัมพันธ์ต่อกัน ถือว่าโจทก์ได้ปฏิบัติตามคำท้าแล้วโจทก์จึงเป็นฝ่ายชนะคดี ส่วนปัญหาที่ว่าการขายฝากจะมีผลสมบูรณ์ตามกฎหมายหรือไม่เป็นเรื่องนอกเหนือคำท้า
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
่่โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ได้ยกที่ดินหนึ่งแปลงให้แก่จำเลยซึ่งเป็นบุตรต่อมาจำเลยได้ขอออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์แล้วนำที่ดินไปขายฝากแก่ผู้มีชื่อ โจทก์ห้ามปรามและขอไถ่ถอนเอง จำเลยได้กล่าววาจาดูหมิ่นโจทก์ ต่อมาโจทก์ล้มเจ็บจำเลยก็ปฏิเสธไม่ให้การช่วยเหลือ ถือเป็นเหตุเนรคุณ โจทก์มีสิทธิถอนการให้ ขอให้ศาลบังคับจำเลยไถ่ถอนการขายฝาก เพิกถอนการให้ และให้จดทะเบียนโอนที่ดินกลับมาเป็นของโจทก์ หากจำเลยไม่ปฏิบัติก็ให้โจทก์ไถ่ถอนแทน
จำเลยให้การว่า โจทก์ยกที่พิพาทให้จำเลยโดยให้จำเลยชำระหนี้บุคคลภายนอกแทนโจทก์ จำเลยไม่ได้ประพฤติเนรคุณต่อโจทก์ ขอให้ยกฟ้อง
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยไถ่ถอนการขายฝาก หากไม่ไถ่ถอนให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาและให้โจทก์ไถ่ถอนแทน ให้เพิกถอนการให้ที่ดินและจดทะเบียนโอนเป็นชื่อโจทก์
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ไม่มีการสืบพยาน โดยคู่ความตกลงท้ากันว่าหากฝ่ายโจทก์สามารถนำหลักฐานการขายฝากที่จำเลยนำที่พิพาทไปขายมาแสดงต่อศาล จำเลยยอมแพ้ หากหาไม่ได้โจทก์ยอมแพ้ ต่อมาโจทก์ส่งเอกสารต่อศาลตามคำท้าแล้ว วินิจฉัยข้อกฎหมายว่า ข้อความในเอกสารดังกล่าวได้ระบุไว้ชัดแจ้งถึงเจตนาในการทำนิติกรรมการขายฝากที่พิพาทระหว่างจำเลยผู้ขายฝาก กับนายพุฒผู้รับซื้อฝาก จึงเป็นหลักฐานแสดงว่าบุคคลทั้งสองมีนิติสัมพันธ์ต่อกัน ถือว่าโจทก์ปฏิบัติได้ตามคำท้าแล้ว ส่วนปัญหาที่ว่าการขายฝากจะมีผลสมบูรณ์ตามกฎหมายใช้บังคับกันได้หรือไม่เพียงใดนั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่งและเป็นการนอกเหนือคำท้า
พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาเป็นพับ.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 168/2528
นางเผือด พันธ์มะลี โจทก์
นางเวจ พันธ์มะลี จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางเผือด พันธ์มะลี · จำเลย - นางเวจ พันธ์มะลี |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สวัสดิ์ รอดเจริญ · ทวี กสิยพงศ์ · เสรี แสงศิลป์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดศรีสะเกษ - นางอมรรัตน์ ลัคนหิน · ศาลอุทธรณ์ - นายวิทวัส อยู่วัฒนา |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา