⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1742/2528

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1742/2528

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การรอการลงโทษจำคุกไว้ ไม่ถือเป็นการได้รับโทษจำคุกจริง และไม่มีวันพ้นโทษจำคุกที่จะนำมาใช้เป็นเกณฑ์ในการเพิ่มโทษตามกฎหมายได้

ย่อคำพิพากษา

คำว่าพ้นโทษตามมาตรา 68 แห่งพระราชบัญญัติฝิ่น พ.ศ.2472 ก็คือพ้นโทษที่ได้รับจริงๆ ในคดีก่อน เมื่อในคดีก่อนจำเลยไม่ได้รับโทษจำคุกโดยศาลรอการลงโทษไว้มีกำหนด 1ปี จึงไม่มีวันพ้นโทษจำคุกที่จะถือเอาเป็นเกณฑ์ในการเพิ่มโทษจำเลยได้ และการที่ศาลรอการลงโทษจำคุกไว้ก็ไม่ใช่โทษซึ่งเมื่อครบ 1 ปีตามที่รอไว้แล้วจะได้เป็นการพ้นโทษไปได้ในตัว ทั้งมาตรา 58 วรรคสองแห่งประมวลกฎหมายอาญาก็บัญญัติไว้ด้วยว่า ถ้าภายในเวลาที่ศาลได้กำหนดตามมาตรา 56 ผู้นั้นมิได้กระทำความผิดดังกล่าวในวรรคแรกของ มาตรา 58 นั้น ก็ให้ผู้นั้นพ้นจากการที่จะถูกลงโทษในคดีนั้นซึ่งก็แสดงอยู่ชัดแจ้งว่าผู้นั้นหรือจำเลยไม่เคยถูกลงโทษมาก่อนนั่นเอง กรณีจึงถือไม่ได้ว่าจำเลยพ้นโทษแล้วยังไม่ครบ 3 ปี มากระทำความผิดต่อพระราชบัญญัติฝิ่นนี้อีก จึงเพิ่มโทษจำเลยตามมาตรา 68 แห่งพระราชบัญญัติฝิ่น พ.ศ.2472 ไม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.56 ประมวลกฎหมายอาญา ม.58 ประมวลกฎหมายอาญา ม.92 พระราชบัญญัติฝิ่น พ.ศ.2472 ม.53 พระราชบัญญัติฝิ่น พ.ศ.2472 ม.68

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยมีฝิ่นดิบหนัก ๔ กิโลกรัมไว้ในความครอบครองโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย ก่อนคดีนี้จำเลยซึ่งมีอายุเกิน ๑๗ ปีแล้ว เคยต้องระวางโทษตามพระราชบัญญัติฝิ่น พ.ศ. ๒๔๗๒ ตามคำพิพากษาถึงที่สุดของศาลจังหวัดเลยมาแล้ว ศาลพิพากษาลงโทษจำคุก ๓ เดือน ปรับ ๒,๕๐๐ บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด ๑ ปี เมื่อวันที่ ๖ สิงหาคม ๒๕๒๕ พ้นโทษแล้วยังไม่ครบ ๓ ปี จำเลยกลับมากระทำความผิดในคดีนี้อีก ขอให้ลงโทษและเพิ่มโทษตามพระราชบัญญัติฝิ่น พ.ศ. ๒๔๗๒ มาตรา ๕๓, ๖๘, ๖๙ พระราชบัญญัติฝิ่น (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๐๒ มาตรา ๕ ริบของกลาง จำเลยให้การรับสารภาพ และรับว่าเคยต้องโทษและพ้นโทษจริงตามฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติฝิ่น พ.ศ. ๒๔๗๒ มาตรา ๕๓, ๖๙ พระราชบัญญัติฝิ่น (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๐๒ มาตรา ๕ ให้จำคุก ๔ ปี เพิ่มโทษตามมาตรา ๖๘(๑) เป็นจำคุก ๔ ปี และปรับ ๘๐๐,๐๐๐ บาท จำเลยให้การรับสารภาพ มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจำคุก ๒ ปี และปรับ ๔๐๐,๐๐๐ บาท ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙, ๓๐ มีกำหนดเวลา ๒ ปี ของกลางให้ริบ จำเลยอุทธรณ์ขอให้ลงโทษน้อยลงและรอการลงโทษ กับขอให้ยกคำขอเพิ่มโทษของโจทก์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงได้ความตามฟ้องโจทก์ว่า จำเลยเคยกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติฝิ่น พ.ศ. ๒๔๗๒ ศาลพิพากษาลงโทษจำคุก ๓ เดือน ปรับ ๒,๕๐๐ บาท โทษจำคุกรอการลงโทษไว้ ๑ ปี โดยศาลมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ ๖ สิงหาคม ๒๕๒๕ จำเลยได้มากระทำผิดในคดีนี้อีก เมื่อวันที่ ๒ ธันวาคม ๒๕๒๖ เห็นว่า ตามมาตรา ๖๘ แห่งพระราชบัญญัติฝิ่น พ.ศ. ๒๔๗๒ บัญญัติว่า "ผู้ใดกระทำผิดต้องระวางโทษตามพระราชบัญญัตินี้ เมื่อพ้นโทษแล้ว ยังไม่ครบสามปี กระทำผิดต่อพระราชบัญญัตินี้อีก (๑) ถ้าโทษซึ่งกำหนดไว้สำหรับความผิดที่กระทำครั้งหลังเป็นโทษปรับหรือจำคุก ก็ให้วางโทษทั้งปรับทั้งจำ (๒) ถ้าโทษที่กำหนดไว้สำหรับความผิดที่กระทำครั้งหลังเป็นแต่เพียงโทษปรับก็ให้ปรับทวีคูณ" คำว่าพ้นโทษตามมาตรา ๖๘ แห่งพระราชบัญญัติฝิ่น พ.ศ. ๒๔๗๒ ดังกล่าวข้างต้น ก็คือพ้นโทษที่ได้รับจริง ๆ ในคดีที่ก่อนนั่นเอง เมื่อในคดีก่อนจำเลย ไม่ได้รับโทษจำคุก จึงไม่มีวันพ้นโทษจำคุกที่จะถือเอาเป็นเกณฑ์ในการเพิ่มโทษจำเลยได้และการที่ศาลรอการลงโทษจำคุกไว้ก็ไม่ใช่เพียงซึ่งเมื่อครบ ๑ ปี ตามที่รอไว้แล้วจะได้เป็นการพ้นโทษไปได้ในตัว ทั้งตามมาตรา ๕๘ วรรคสองแห่งประมวลกฎหมายอาญาก็บัญญัติไว้ด้วยว่า ถ้าภายในเวลาที่ศาลได้กำหนดตามมาตรา ๕๖ ผู้นั้นมิได้กระทำความผิดดังกล่าวในวรรคแรกของมาตรา ๕๘ นั้น ก็ให้ผู้นั้นพ้นจากการที่จะถูกลงโทษในคดีนั้นซึ่งก็แสดงอยู่ชัดแจ้งว่าผู้นั้นหรือจำเลบยไม่เคยถูกลงโทษมาก่อนนั้นเอง กรณีจึงถือไม่ได้ว่า จำเลยพ้นโทษแล้วยังไม่ครบ ๓ ปี มากระทำความผิดต่อพระราชบัญญัติฝิ่นนี้อีกจึงเพิ่มโทษจำเลยตาม มาตรา ๖๘ แห่งพระราชบัญญัติฝิ่น พ.ศ. ๒๔๗๒ ไม่ได้ ที่ศาลล่างทั้งสองปรับบทเพิ่มโทษจำเลยมานั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาจำเลยฟังขึ้นกรณีความผิดตามพระราชบัญญัติฝิ่น พ.ศ. ๒๔๗๒ มาตรา ๕๓ นี้ บัญญัติให้ลงโทษจำคุกและปรับ ศาลฎีกาเห็นสมควรลงโทษจำคุกจำเลยผู้กระทำผิดแต่เพียงสถานเดียวโดยไม่ลงโทษปรับ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๐ พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติฝิ่น พ.ศ. ๒๔๗๒ มาตรา ๕๓แก้ไขโดยพระราชบัญญัติฝิ่น (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๐๒ มาตรา ๕ ให้จำคุก ๔ ปี จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอันเป็นเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจำคุก ๒ ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1742/2528 พนักงานอัยการจังหวัดเลย โจทก์ นางน้อย ดวงแสงจันทร์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดเลย · จำเลย - นางน้อย ดวงแสงจันทร์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สำเนียง ด้วงมหาสอน · พิชัย วุฒิจำนงค์ · อภินย์ ปุษปาคม
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดเลย - นายจารุ ชาลีวรรณ · ศาลอุทธรณ์ - นายชวลิต นราลัย
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 17225/2557ฎีกา 4436/2549ฎีกา 1891/2500ฎีกา 528/2470ฎีกา 7074/2541ฎีกา 5598/2540ฎีกา 293/2507ฎีกา 633/2540ฎีกา 2724/2550ฎีกา 664/2520ฎีกา 3911/2568ฎีกา 1576/2479ฎีกา 1142/2565ฎีกา 412/2540ฎีกา 370/2542ฎีกา 124/2547ฎีกา 7878/2538ฎีกา 1974/2494ฎีกา 187/2530ฎีกา 1049/2539ฎีกา 52/2471ฎีกา 5054/2549ฎีกา 170/2539ฎีกา 6810/2539
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา