คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1862/2528
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ลูกจ้างได้รับมอบเงินสดจากนายจ้างเพื่อนำไปฝากธนาคาร ถือเป็นการครอบครองทรัพย์โดยชอบด้วยกฎหมาย การที่ลูกจ้างเอาทรัพย์นั้นไปโดยทุจริต เป็นความผิดฐานยักยอก ไม่ใช่ลักทรัพย์
ย่อคำพิพากษา
การที่ผู้เสียหายเอาเงินสดให้จำเลยซึ่งเป็นลูกจ้างนำไปฝากเข้าบัญชีของผู้เสียหายในธนาคารนั้น ถือว่าผู้เสียหายได้มอบเงินสด จำนวนนั้นให้อยู่ในความครอบครองของจำเลย เพราะจำเลยจะต้องถือและรักษาเงินสดจำนวนนั้นจนกระทั่งนำไปฝากธนาคารให้เรียบร้อย การที่จำเลยวางแผนให้พวกของจำเลยมาแย่งเอาเงินไป ในระหว่างทางที่ไปธนาคาร การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิด ฐานยักยอกมิใช่ความผิดฐานลักทรัพย์
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยซึ่งเป็นลูกจ้างได้ร่วมกับพวกลักทรัพย์ของนายจ้างไป โดยใช้รถจักรยานยนต์เป็นพาหนะเพื่อสะดวกในการกระทำผิด และเพื่อให้พ้นการจับกุม ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๕, ๓๓๓๖ ทวิ และให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์รวม ๒๖๐,๐๐๐ บาท แก่เจ้าทรัพย์
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๕ และ ๓๓๖ ทวิ ให้จำคุกจำเลย ๕ ปี และให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ ๒๖๐,๐๐๐ บาทแก่ผู้เสียหาย
จำเลยอุทธรณ์ว่า จำเลยไม่ได้กระทำผิด หากจำเลยกระทำผิดก็เป็นความผิดฐานยักยอก ขอให้ยกฟ้องหรือลดโทษจำเลยความผิดฐานยักยอก
ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า การที่ผู้เสียหายทั้งสองได้เอาเงินจำนวน ๒๖๐,๐๐๐ บาท ให้จำเลยนำไปเข้าบัญชีของผู้เสียหายทั้งสองในธนาคาร เป็นการที่ผู้เสียหายทั้งสองมอบเงินดังกล่าวอยู่ในความครอบครองของจำเลยแล้ว เมื่อจำเลยเบียดบังเอาเงินจำนวนดังกล่าวเป็นของตน จึงเป็นความผิดฐานยักยอกทรัพย์พิพากษาแก้เป็นว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๒ ให้จำคุก ๒ ปี ลงโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจำคุก ๑ ปี ๔ เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
โจทก์ฎีกา ขอให้ลงโทษจำเลยตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า กรณีที่ผู้เสียหายทั้งสองเอาเงินสดรวม ๒๖๐,๐๐๐ บาท ให้จำเลย ซึ่งเป็นลูกจ้างขี่รถจักรยานยนต์นำไปฝากเข้าบัญชีของผู้เสียหายทั้งสองในธนาคารนั้น ถือว่าผู้เสียหายทั้งสองได้มอบเงินสดจำนวนนั้นให้อยู่ในความครอบครองของจำเลยเพราะจำเลยจะต้องถือและรักษาเงินสดจำนวนนั้นจนกระทั่งนำไปฝากธนาคารให้เรียบร้อย การที่จำเลยวางแผนให้พวกจำเลยมาแย่งเอาเงินไปในระหว่างทางที่ไปธนาคาร การกระทำผิดของจำเลยจึงเป็นความผิดฐานยักยอกมิใช่ความผิดฐานลักทรัพย์ คำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ชอบแล้ว
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1862/2528
พนักงานอัยการกรมอัยการ โจทก์
นายสุพจน์ อุตธรรมชัย จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการกรมอัยการ · จำเลย - นายสุพจน์ อุตธรรมชัย |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สุชาติ จิวะชาติ · พิศิษฏ์ เทศะบำรุง · วีระ ทรัพยไพศาล |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลอาญา - นายบุญช่วย คงเมือง · ศาลอุทธรณ์ - นายประพันธ์ ผลฉาย |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา