⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1886/2528

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1886/2528

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยนำทรัพย์ที่ถูกปล้นไปแล้วกลับไปซุกซ่อนไว้ มิใช่การแย่งการครอบครองทรัพย์จากผู้เสียหาย จึงไม่เป็นความผิดฐานลักทรัพย์ของผู้เสียหาย

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานร่วมกับพวกปล้นทรัพย์หรือรับของโจร ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ทั้งสองข้อหานี้ แต่ลงโทษจำเลย ฐานลักทรัพย์ โจทก์มิได้อุทธรณ์ความผิดในข้อหาปล้นทรัพย์และรับของโจร จึงถึงที่สุดแล้วตามคำพิพากษาของ ศาลชั้นต้น จำเลยไปพบทรัพย์ของผู้เสียหายที่ถูกคนร้ายปล้นเอาไปทิ้งไว้ริมทางรถไฟ จำเลยนำไปซุกซ่อนไว้ในป่าละเมาะ เมื่อผู้เสียหายมิได้ติดตามเอาทรัพย์ ที่ถูกคนร้ายปล้นเอาไปคืนจากคนร้าย ถือได้ว่าการครอบครองทรัพย์ ของผู้เสียหายได้ สิ้นสุดลงตั้งแต่คนร้ายได้แย่งการครอบครองไป การครอบครอง ทรัพย์จึงเป็นของคนร้ายจำเลยเอาทรัพย์ดังกล่าว ไป จึง มิใช่เป็นการแย่งการครอบครองไปจากผู้เสียหาย จำเลย ไม่มีความผิดฐานลักทรัพย์ของผู้เสียหาย ส่วนจำเลยจะมี ความผิด ฐานลักทรัพย์ของคนร้ายที่ปล้นเอาไปจากผู้เสียหายตาม ข้อเท็จจริง ที่ปรากฏในทางพิจารณาหรือไม่นั้น ไม่ใช่เป็น เรื่องที่โจทก์ประสงค์ให้ลงโทษ ศาลจึงลงโทษจำเลยไม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 ประมวลกฎหมายอาญา ม.334 ประมวลกฎหมายอาญา ม.340 ประมวลกฎหมายอาญา ม.357

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า มีคนร้าย ๖ คนปล้นเอาทรัพย์สินหลายอย่างรวมทั้งโทรทัศน์ ๑ เครื่องของผู้เสียหายไป ทั้งนี้โดยจำเลยกับพวกเป็นคนร้ายปล้นทรัยพ์ของผู้เสียหายหรือมิฉะนั้นจำเลยได้รับโทรทัศน์ดังกล่าวไว้จากคนร้าย โดยรู้ว่าเป็นทรัพย์ที่ได้มาจากการกระทำความผิดฐานปล้นทรัพย์ ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๐, ๓๕๗ และให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่ยังไม่ได้คืนแก่เจ้าทรัพย์ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๔จำคุก ๑ ปี คำขออื่นให้ยก จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ พิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์ข้อหาลักทรัพย์อีกด้วย โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานร่วมกับพวกปล้นทรัพย์ของผู้เสียหายหรือมิฉะนั้นก็รับของโจร โทรทัศน์ของกลางของผู้เสียหายซึ่งถูกคนร้ายปล้นเอาไปไว้จากคนร้าย ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องทั้งสองข้อหานี้ แต่ลงโทษจำเลยฐานลักทรัพย์โทรทัศน์ของกลางของผู้เสียหาย โจทก์มิได้อุทธรณ์ คำพิพากษาของศาลชั้นต้น ความผิดในข้อหาปล้นทรัพย์และรับของโจรจึงถึงที่สุดไปแล้ว คงมีปัญหาว่าจำเลยมีความผิดฐานลักทรัพย์ของผู้เสียหายตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นหรือไม่ ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า คืนเกิดเหตุ เวลาประมาณ ๑ นาฬิกา มีคนร้ายประมาณ ๗ คน เข้าปล้นทรัพย์ผู้เสียหายได้ทรัพย์สินไปหลายอย่างรวมทั้งโทรทัศน์ของกลางด้วย ครั้นรุ่งเช้ามีผู้พบจำเลยเดินแบกโทรทัศน์ของกลางไปซุกซ่อนไว้ในป่าละเมาะ ซึ่งบริเวณที่พบอยู่ห่างจากบ้านผู้เสียหายประมาณ ๗ - ๘ กิโลเมตร ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๔ บัญญัติว่า "ผู้ใดเอาทรัพย์ของผู้อื่นหรือที่ผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วยไปโดยทุริต ผู้นั้นกระทำความผิดฐานลักทรัพย์ ฯลฯ " ศาลฎีกาเห็นว่า ตามบทบัญญัติดังกล่าว ความผิดฐานลักทรัพย์มีองค์ประกอบภายนอกอยู่ ๒ ส่วน คือ ส่วนที่ ๑ เป็นทรัพย์ของผู้อื่นหรือผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วย และส่วนที่ ๒ เป็นการกระทำคือการเอาไปซึ่งมีความหมายว่า พาทรัพย์เคลื่อนที่ไปจากการครอบครองของผู้อื่นด้วยการเข้าถือเอาทรัพย์โดยผู้ครอบครองเดิมไม่อนุญาต จึงเห็นได้ว่าการเอาไปตามมาตรา ๓๓๔ นี้ ประกอบด้วยการกระทำ ๒ ประการคือ แย่งการครอบครองประการหนึ่ง และพาเคลื่อนที่ไปอีกประการหนึ่ง ดังนี้ เมื่อโทรทัศน์ของกลางถูกคนร้ายปล้นเอาไปจากการครอบครองของผู้เสียหายแล้ว ผู้เสียหายมิได้ออกติดตามเอาทรัพย์สินที่ถูกปล้นไปคืนจากคนร้ายแต่อย่างใด จนกระทั่งรุ่งเช้าจึงไปแจ้งความต่อเจ้าพนักงานตำรวจ แสดงว่า การครอบครองโทรทัศน์ของกลางของผู้เสียหายได้สิ้นสุดลงตั้งแต่คนร้ายปล้นทรัพย์ได้แบ่งการครอบครองไป การครอบครองโทรทัศน์ของกลาง จึงเป็นของคนร้าย ฉะนั้นขณะที่จำเลยพบโทรทัศน์ของกลางและเอาไปซุกซ่อนไว้ดังกล่าว จึงมิใช่เป็นการแบ่งการครอบครองไปจากผู้เสียหายจำเลยไม่มีความผิดฐานลักทรัพย์โทรทัศน์ของผู้เสียหายแต่อย่างใด ส่วนจำเลยจะมีความผิดฐานลักทรัพย์ของคนร้ายที่ปล้นเอาไปจากผู้เสียหายตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏในทางพิจารณาหรือไม่นั้น เห็นว่า ข้อเท็จจริงดังกล่าวไม่ใช่เป็นเรื่องที่โจทก์ประสงค์ให้ลงโทษ จึงลงโทษจำเลยไม่ได้ ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๙๒ วรรค ๔ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1886/2528 พนักงานอัยการจังหวัดตรัง โจทก์ นายขจิต หรือเปีย สีสุข จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดตรัง · จำเลย - นายขจิต หรือเปีย สีสุข
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พิชัย วุฒิจำนงค์ · สำเนียง ด้วงมหาสอน · อภินย์ ปุษปาคม
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดตรัง - นายพิศาล อัยยะวรากูล · ศาลอุทธรณ์ - นายชลอ กลับดี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7083/2538ฎีกา 9114/2552ฎีกา 2530/2527ฎีกา 681/2491ฎีกา 824/2535ฎีกา 892/2497ฎีกา 712/2559ฎีกา 599/2532ฎีกา 6293/2541ฎีกา 1992/2530ฎีกา 20/2491ฎีกา 1795/2493ฎีกา 1411/2499ฎีกา 4225/2559ฎีกา 620/2490ฎีกา 119/2517ฎีกา 1368/2509ฎีกา 3814/2549ฎีกา 901/2480ฎีกา 18654/2555ฎีกา 4519/2544ฎีกา 2766/2546ฎีกา 2292/2540ฎีกา 967/2501
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา