⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3049/2528

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3049/2528

ป.พ.พ. ม.453, 797, 845

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่คู่สัญญาตกลงให้ฝ่ายหนึ่งมีส่วนกำหนดตัวผู้ซื้อต่อจากตน หรือมีส่วนในการกำหนดราคาขายต่อ และอีกฝ่ายหนึ่งส่งมอบสินค้าตรงไปยังลูกค้าของตน หาใช่สาระสำคัญที่ทำให้ความสัมพันธ์จากการซื้อขายสิ้นสุดลงและกลายเป็นการเป็นนายหน้าหรือตัวแทนไม่

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ซื้อกระจกจากบริษัท ก. แล้วขายต่อไปให้บริษัท ม. อีกต่อหนึ่ง ไม่ปรากฏว่าโจทก์เป็นผู้ทำการชี้ช่องหรือจัดการให้บริษัท ก.ได้เข้าทำสัญญากับผู้ใด หรือโจทก์ได้ขายกระจกแทนบริษัท ก.และหนังสือสัญญาระหว่างโจทก์ กับบริษัท ก. ก็ระบุไว้ด้วยว่า ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองฝ่ายไม่ใช่เป็นความสัมพันธ์ในทางตัวการตัวแทนแต่เป็นความสัมพันธ์ระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขาย โจทก์จึงมิได้เป็นนายหน้าหรือตัวแทนของบริษัท ก. การที่โจทก์ตกลงให้บริษัท ก. มีส่วนกำหนดตัวผู้ซื้อกระจกต่อจากโจทก์กับมีส่วนในการกำหนดราคาที่โจทก์จะขายต่อไปและโจทก์จะสั่งซื้อกระจกต่อเมื่อมีผู้สั่งกระจกจากโจทก์ตลอดจนบริษัท ก. ส่งกระจกที่โจทก์สั่งซื้อตรงไปยังลูกค้าของโจทก์ หาเป็นสาระสำคัญทำให้โจทก์สิ้นสภาพจากการเป็นผู้ซื้อหรือผู้ขาย กลายเป็นนายหน้าหรือ ตัวแทนไปแต่อย่างใดไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.453 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.797 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.845

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.453 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.797 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.845 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ทำสัญญาซื้อกระจกแผ่นจากบริษัทกระจกไทยอาซาฮี จำกัด โดยตกลงกันว่าจะต้องขายให้แก่โจทก์แต่ผู้เดียว และร่วมกันเป็นผู้กำหนดราคาที่จะจำหน่ายให้แก่ผู้จำหน่ายช่วง บริษัทกระจกไทยอาซาฮี จำกัด ตกลงจะขายกระจกแผ่นให้โจทก์ในราคาที่ต่ำกว่าราคาขายแก่ผู้จำหน่ายช่วง ๓ เปอร์เซ็นต์จำเลยได้ประเมินให้โจทก์เสียภาษีการค้าโดยถือว่าโจทก์ประกอบการค้าประเภทนายหน้าตัวแทน โจทก์เห็นว่าโจทก์ประกอบการค้าประเภทการขายของ ไม่ได้เป็นนายหน้าหรือตัวแทน จึงอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์แต่คณะกรรมการมีคำสั่งยกอุทธรณ์โจทก์ ขอให้เพิกถอนการประเมินภาษีอากรและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ดังกล่าวของจำเลย จำเลยให้การว่า โจทก์ประกอบการค้าในลักษณะนายหน้าและตัวแทนการประเมินภาษีการค้าและคำวินิจฉัยอุธรณ์ของจำเลยชอบแล้ว ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้เพิกถอนการประเมินภาษีและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยตามคำฟ้อง จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาว่าโจทก์ประกอบการค้าโดยเป็นนายหน้าหรือตัวแทนของบริษัทกระจกไทยอาซาฮี จำกัด หรือไม่ เห็นว่า ประมวลรัษฎากรมิได้มีบทบัญญัติให้ความหมายของการค้าประเภทนายหน้าและตัวแทนไว้ความสัมพันธ์ระหว่างโจทก์กับบริษัทกระจกไทยอาซาฮี จำกัด จะเป็นนายหน้าหรือตัวแทนหรือไม่จึงต้องพิจารณาตามบทบัญญัติของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ซึ่งในเรื่องนายหน้านั้นจะต้องเป็นกรณีที่บุคคลผู้หนึ่งตกลงจะให้บำเหน็จแก่นายหน้า เพื่อการที่นายหน้าได้ชี้ช่องให้ได้เข้าทำสัญญาหรือจัดการให้ได้ทำสัญญา ส่วนตัวแทนเป็นเรื่องที่บุคคลผู้หนึ่งตกลงทำการแทนตามที่บุคคลอีกผู้หนึ่งซึ่งเรียกว่าตัวการมอบหมายให้ ตามข้อเท็จจริงที่รับกันและตามทางนำสืบของทั้งสองฝ่าย ไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้ทำการชี้ช่องหรือจัดการให้บริษัทกระจกไทยอาซาฮี จำกัด ได้เข้าทำสัญญากับผู้ใด อันจะทำให้โจทก์เป็นนายหน้าของบริษัทกระจกไทยอาซาฮี จำกัด แต่อย่างใดไม่ในส่วนที่ว่าโจทก์เป็นตัวแทนของบริษัทกระจกไทยอาซาฮี จำกัด หรือไม่นั้นข้อเท็จจริงก็ไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้ขายกระจกหรือกระทำการแทนบริษัทกระจกไทยอาซาฮี จำกัด แต่อย่างใดหากแต่เป็นเรื่องที่โจทก์ซื้อกระจกจากบริษัทกระจกไทยอาซาฮี จำกัด แล้วขายต่อไปให้บริษัทมิตซูบิซิ (ประเทศไทย) จำกัด อีกต่อหนึ่ง หนังสือสัญญาระหว่างโจทก์กับบริษัทกระจกไทยอาซาฮี จำกัด เอกสารหมาย จ.๔ ระบุไว้ในข้อ ๓ ด้วยว่าความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองฝ่ายไม่ใช่เป็นความสัมพันธ์ในทางตัวการตัวแทนแต่เป็นความสัมพันธ์ในระหว่างผู้ขายกับผู้ซื้อ หากไม่ได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรโจทก์จะทำการใด ๆ แทนบริษัทกระจกไทยอาซาฮี จำกัด ไม่ได้โจทก์จึงมิได้เป็นนายหน้าหรือตัวแทนของบริษัทกระจกไทยอาซาฮี จำกัด แต่อย่างใดนอกจากนั้นศาลฎีกายังเห็นต่อไปอีกว่า โจทก์ย่อมมีเสรีภาพในการที่จะทำสัญญาซื้อกระจกกับบริษัทกระจกไทยอาซาฮี จำกัด ในรูปแบบ เงื่อนไข และมีข้อตกลงในรายละเอียดต่าง ๆ อย่างไรก็ได้ ตราบเท่าที่สัญญานั้นไม่ต้องห้ามโดยกฎหมายและไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน ซึ่งโจทก์และบริษัทกระจกไทยอาซาฮี จำกัด ย่อมทำสัญญากันมีข้อตกลงในลักษณะที่จะก่อให้เกิดความสะดวกในทางการค้าและได้รับผลประโยชน์มากที่สุดทั้งในรูปของผลกำไรและภาษี การที่โจทก์ตกลงให้บริษัทกระจกไทยอาซาฮี จำกัด มีส่วนในการกำหนดตัวผู้ซื้อกระจกต่อจากโจทก์ตลอดจนให้บริษัทกระจกไทยอาซาฮี จำกัด มีส่วนในการกำหนดราคาที่โจทก์จะขายต่อไปนั้น หาทำให้โจทก์ไม่เป็นผู้ซื้อไปแต่อย่างใดไม่ และการที่โจทก์จะสั่งซื้อกระจกจากบริษัทกระจกไทยอาซาฮี จำกัด ต่อเมื่อมีผู้สั่งซื้อกระจกจากโจทก์ก็ดี การที่บริษัทกระจกไทยอาซาฮี จำกัด ส่งกระจกที่โจทก์สั่งซื้อตรงไปยังลูกค้าของโจทก์ ตลอดจนการที่บริษัทกระจกไทยอาซาฮี จำกัดให้สินเชื่อแก่โจทก์ก็ดีหาเป็นสาระสำคัญที่จะทำให้โจทก์สิ้นสภาพจากการเป็นผู้ซื้อหรือผู้ขาย กลายเป็นนายหน้าหรือตัวแทนไปแต่อย่างใดไม่ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3049/2528 บริษัทกระจกไทย จำกัด โจทก์ กรมสรรพากร จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทกระจกไทย จำกัด · จำเลย - กรมสรรพากร
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)โสภณ รัตนากร · วิฑูรย์ ตั้งตรงจิตต์ · วุฒิ ยุววิทยาพาณิชย์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายสัมฤทธิ์ ไชยศิริ · ศาลอุทธรณ์ - นายเคลื่อน วัฒนเมธียานนท์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 681/2506ฎีกา 824/2545ฎีกา 114/2536ฎีกา 7122/2545ฎีกา 1972/2500ฎีกา 1451/2512ฎีกา 6/2475ฎีกา 597/2534ฎีกา 2763/2536ฎีกา 912/2490ฎีกา 6911/2544ฎีกา 56/2520ฎีกา 7550/2550ฎีกา 5351/2538ฎีกา 2606-2616/2529ฎีกา 158/2509ฎีกา 2489/2528ฎีกา 85/2540ฎีกา 8543/2544ฎีกา 2957/2523ฎีกา 3160/2545ฎีกา 4176/2530ฎีกา 2801/2527ฎีกา 2610/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา