คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3249/2528
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่เจ้าของสถานที่ยอมให้ผู้อื่นใช้สถานที่และเครื่องมือของตนในการกระทำความผิด ย่อมถือว่าเจ้าของสถานที่นั้นเป็นตัวการร่วมกระทำความผิดด้วย
ย่อคำพิพากษา
การที่จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นเจ้าของบ้านสถานที่จำหน่าย น้ำมันเชื้อเพลิงยอมให้รถยนต์บรรทุกขนส่งน้ำมัน เข้าไปสูบถ่ายปลอมปนน้ำมันโดยใช้สถานที่และเครื่องมือเครื่องใช้ของตน พฤติการณ์ย่อมแสดงว่าจำเลยที่ 2 ร่วมเป็นตัวการลักน้ำมัน และปลอมปนน้ำมันด้วย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า นายคอยหรือมงคล เครือแก้ว คนขับรถยนต์บรรทุกขนส่งน้ำมันของบริษัทสหพันธ์ปิโตรเลียม จำกัด ผู้เสียหาย ได้ลักสูบถ่ายน้ำมันเบนซินจำนวน ๓๐ ลิตร ของผู้เสียหาย แล้วจำเลยทั้งสองได้ร่วมกันรับเอาทรัพย์ดังกล่าวไว้โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นทรัพย์ที่ได้มาโดยการกระทำความผิดเข้าลักษณะลักทรัพย์และจำเลยทั้งสองได้ร่วมกันปลอมปนน้ำมันเบนซินซึ่งมีคุณภาพตามกฎหมายให้ลดคุณภาพ หรือมีคุณภาพต่ำลงเกินกว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์กำหนดไว้ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๗, ๘๓ และพระราชบัญญัติน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. ๒๕๒๑ มาตรา ๒๕ ตรี
จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า จำเลยที่ ๒ เป็นตัวการร่วมกระทำผิด แม้ข้อเท็จจริงที่กล่าวในฟ้องเป็นความผิดฐานรับของโจร ทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยกระทำความผิดฐานลักทรัพย์แตกต่างกัน แต่ตามกฎหมายมิให้ถือว่าต่างกันในสาระสำคัญและจำเลยมิได้หลงต่อสู้ ศาลมีอำนาจลงโทษจำเลยตามฐานความผิดที่ถูกต้องได้ จำเลยที่ ๑ มิได้อยู่ในที่เกิดเหตุ ไม่อาจลงโทษได้ พิพากษาลงโทษจำเลยที่ ๒ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๕ วรรคสอง, ๘๓ และตามพระราชบัญญัติน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. ๒๕๒๑ มาตรา ๒๕ ตรี กระทงละ ๒ ปี รวมเป็น ๔ ปี และให้ยกฟ้องจำเลยที่ ๑
จำเลยที่ ๒ อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า จำเลยที่ ๒ ไม่ได้กระทำความผิดตามฟ้องพิพากษาแก้ให้ยกฟ้องจำเลยที่ ๒ ด้วย
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า ตามวันเวลาเกิดเหตุที่โจทก์ฟ้อง มีรถยนต์บรรทุกขนส่งน้ำมันของผู้เสียหายจากกรุงเทพมหานครแล่นเข้ามาในบ้านของจำเลยที่ ๒ และมีการสูบถ่ายน้ำมันออกจากถังบนรถ มีชาย ๔ คน อยู่ที่รถบรรทุกขนส่งน้ำมันอยู่บนถังซึ่งบรรจุน้ำมัน ๒ คน ยืนอยู่ที่ท้ารถ ๒ คน คนหนึ่งคือจำเลยที่ ๒ ทำการสูบถ่ายน้ำมัน แล้วรถยนต์บรรทุกขนส่งน้ำมันก็แล่นออกจากบ้านจำเลยที่ ๒ ไปผลการตรวจพิสูจน์น้ำมันที่ยึดมาจากรถยนต์บรรทุกน้ำมันที่จับไปภายหลังปรากฏว่าน้ำมันเบนซินถูกปลอมจนมีคุณภาพต่ำลงใช้จำหน่ายไม่ได้ แล้ววินิจฉัยข้อกฎหมายว่า การที่จำเลยที่ ๒ ซึ่งเป็นเจ้าของบ้านสถานที่จำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงยอมให้รถยนต์บรรทุกขนส่งน้ำมันเข้าไปสูบถ่ายปลอมปนน้ำมัน โดยใช้สถานที่และเครื่องมือเครื่องใช้ของตน พฤติการณ์ย่อมแสดงว่าจำเลยที่ ๒ ร่วมเป็นตัวการลักน้ำมันและปลอมปนน้ำมันด้วยพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นทุกประการ
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3249/2528
พนักงานอัยการจังหวัดสิงห์บุรี โจทก์
นางบำรุง เทียนชอ กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดสิงห์บุรี · จำเลย - นางบำรุง เทียนชอ กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ศักดิ์ สนองชาติ · อุทิศ บุญชู · ยรรยง อิทธิพงษ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดสิงห์บุรี - นายทวี เพ็ชรทองช่วย · ศาลอุทธรณ์ - นายสมชัย ศิริบุตร |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา