⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3611/2528

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3611/2528

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำเบิกความของผู้ร่วมกระทำผิดที่โจทก์กันไว้เป็นพยาน แม้มีน้ำหนักน้อย ก็รับฟังเป็นพยานหลักฐานได้ หากมีพยานอื่นประกอบ.

ย่อคำพิพากษา

แม้ ส.กับ ป.พยานโจทก์จะมีพฤติการณ์เป็นผู้ร่วมกระทำผิดด้วยกัน กับจำเลย แต่เมื่อโจทก์ได้กัน ส.กับ ป.ไว้เป็นพยาน คำเบิกความของพยานทั้งสองปากดังกล่าวอาจรับฟังเป็นพยานหลักฐานได้ แต่มีน้ำหนักน้อย มิใช่ว่าจะรับฟังไม่ได้เสียเลยทีเดียว ถ้าโจทก์มีพยานอื่นประกอบก็รับฟังลงโทษจำเลยได้ (อ้างคำพิพากษาฎีกาที่ 401/2496, 1769/2509 และ 2001/2514) จำเลยได้ใช้ให้ ส. ฆ่า ว. ผู้ตายโดยไตร่ตรองไว้ก่อน โดยได้มอบอาวุธปืนของกลางให้ ส. นำไปหาโอกาสยิง ว.ผู้ตาย แม้ ส.ยังมิได้กระทำผิดเพราะไม่มีโอกาสฆ่าผู้ตาย การกระทำของจำเลยก็เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289(4) ประกอบกับมาตรา 85 วรรคสอง จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289(4) ประกอบด้วย มาตรา84 วรรคสองซึ่งต้องระวางโทษเพียงหนึ่งในสามของโทษที่กำหนดไว้นั้นให้ลดโทษประหารชีวิตหนึ่งในสามเป็นจำคุกตลอดชีวิตตามมาตรา 52(1) และให้เปลี่ยนโทษจำคุกตลอดชีวิตอันเป็นโทษสองในสามของโทษประหารชีวิตเป็นจำคุก 50 ปีตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 53 ซึ่งต้องลงโทษเพียงหนึ่งในสามของโทษประหารชีวิตคือกึ่งหนึ่งของโทษจำคุก 50 ปี จึงเป็นโทษ จำคุก 25 ปี (โปรดดูคำพิพากษาฎีกาที่ 91/2510 ประชุมใหญ่)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.226 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.227 ประมวลกฎหมายอาญา ม.18 ประมวลกฎหมายอาญา ม.52 ประมวลกฎหมายอาญา ม.53 ประมวลกฎหมายอาญา ม.85 ประมวลกฎหมายอาญา ม.289

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ และจำเลยที่ ๒ มีอาวุธปืนออโตเมติก ขนาด .๔๕ (๑๑ ม.ม.) คนละกระบอกไม่มีเครื่องหมายทะเบียน ใช้ยิงได้ พร้อมกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยมิได้รับอนุญาต และจำเลยที่ ๑ กับจำเลยที่ ๒ ได้พาอาวุธปืนดังกล่าวติดตัวไปในเมือง หมู่บ้านและทางสาธารณะ โดยไม่ได้รับอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว ต่อมาจำเลยที่ ๑ กับพวกได้ร่วมกันก่อให้จ่าสิบตำรวจสมบูรณ์และจำเลยที่ ๒ กระทำผิดกฎหมายด้วยการใช้ จ้าง วาน ให้คนทั้งสองฆ่านายวรวุฒิ แต่จ่าสิบตำรวจสมบูรณ์ยังมิได้ฆ่านายวรวุฒิเนื่องจากโอกาสไม่อำนวย ต่อมาจำเลยที่ ๒ ได้ใช้อาวุธปืนยิงนายวรวุฒิตามที่จำเลยที่ ๑ กับพวกใช้จ้างวานโดยเจตนาฆ่า นายวรวุฒิถึงแก่ความตายสมดังเจตนาของจำเลยทั้งสองกับพวกโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๙, ๓๗๑พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ จำเลยที่ ๑ ให้การปฏิเสธ จำเลยที่ ๒ ให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยที่ ๒ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๘๙(๔) และพระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯ ให้ยกฟ้องสำหรับจำเลยที่ ๑ โจทก์อุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำเลยที่ ๑ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ว่าจำเลยที่ ๑ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๘๙(๔) ประกอบด้วยมาตรา ๘๔ วรรคสองและมาตรา ๕๒ และมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ ๑ ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า แม้จ่าสิบตำรวจสมบูรณ์และพลตำรวจประสิทธิจะมีพฤติการณ์เป็นผู้ร่วมกระทำความผิดด้วยกันกับจำเลยที่ ๑ แต่เมื่อโจทก์ได้กันจ่าสิบตำรวจสมบูรณ์และพลตำรวจประสิทธิไว้เป็นพยาน คำเบิกความของพยานโจทก์ทั้งสองปากดังกล่าวอาจรับฟังเป็นพยานหลักฐานได้ แต่มีน้ำหนักน้อย มิใช่ว่าจะรับฟังไม่ได้เสียเลยทีเดียว และถ้าโจทก์มีพยานอื่นประกอบ ก็รับฟังลงโทษจำเลยได้ ข้อเท็จจริงเป็นอันเชื่อได้ว่า จำเลยที่ ๑ ได้ใช้ให้จ่าสิบตำรวจสมบูรณ์ฆ่านายวรวุฒิผู้ตายโดยไตร่ตรองไว้ก่อน โดยได้มอบอาวุธปืนของกลางให้จ่าสิบตำรวจสมบูรณ์นำไปหาโอกาสยิงผู้ตาย แม้จ่าสิบตำรวจสมบูรณ์ยังมิได้กระทำผิดเพราะไม่มีโอกาสฆ่าผู้ตาย การกระทำของจำเลยที่ ๑ ก็เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๘๙(๔) ประกอบกับ มาตรา ๘๔ วรรคสอง พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ ๑ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๘๙(๔) ประกอบด้วยมาตรา ๘๔ วรรคสองและมาตรา ๕๒(๑) โดยให้ลดโทษประหารชีวิตหนึ่งในสามเป็นจำคุกตลอดชีวิต และให้เปลี่ยนโทษจำคุกตลอดชีวิตอันเป็นโทษสองในสามของโทษประหารชีวิตเป็นโทษจำคุก ๕๐ ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๓ ซึ่งต้องลงโทษจำเลยที่ ๑ เพียงหนึ่งในสามของโทษประหารชีวิต คือ กึ่งหนึ่งของโทษจำคุก ๕๐ ปี เป็นจำคุกจำเลยที่ ๑ ไว้มีกำหนด ๒๕ ปี และลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯ มาตรา ๗, ๗๒คำสั่งของคณะปฏิวัติการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ ๔๕ ลงวันที่ ๒๑ ตุลาคม ๒๕๑๙ ข้อ ๖ จำคุก ๒ ปี ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ ลงหนึ่งในสาม คงจำคุกกระทงแรก ๑๖ ปี ๘ เดือน และจำคุกกระทงหลัง ๑ ปี ๔ เดือน รวมจำคุก ๑๘ ปี ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3611/2528 พนักงานอัยการกรมอัยการ โจทก์ นายดามพ์หรือเบิ้ม เผด็จดัสกร กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการกรมอัยการ · จำเลย - นายดามพ์หรือเบิ้ม เผด็จดัสกร กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)กิติ บูรพรรณ์ · ประการ กาญจนศูนย์ · ประพันธ์ ผลฉาย
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายอำไพ วิจิตรเวชการ · ศาลอุทธรณ์ - นายอำนวย เปล่งวิทยา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1597/2522ฎีกา 185/2535ฎีกา 2530/2527ฎีกา 824/2535ฎีกา 528/2470ฎีกา 1162/2508ฎีกา 1148/2534ฎีกา 628/2493ฎีกา 2963/2535ฎีกา 831/2541ฎีกา 4519/2544ฎีกา 7601/2540ฎีกา 2936/2543ฎีกา 2234/2535ฎีกา 435/2535ฎีกา 6675/2531ฎีกา 9083/2544ฎีกา 3361/2536ฎีกา 2724/2519ฎีกา 413/2536ฎีกา 637/2481ฎีกา 47/2538ฎีกา 2825/2541ฎีกา 3475/2525
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา