⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3678/2528

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3678/2528

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การถอนฟ้องคดีก่อนจำเลยยื่นคำให้การ ศาลอนุญาตให้ถอนได้โดยมิต้องสอบถามคู่ความฝ่ายอื่น และการถอนฟ้องดังกล่าวไม่เป็นการระงับสิทธิในการฟ้องคดีใหม่ตามกฎหมาย โจทก์มีสิทธิฟ้องคดีเพื่อเพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของจำเลย โดยอ้างสิทธิในการใช้เครื่องหมายการค้ามาก่อน แม้โจทก์จะยังไม่ได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้านั้นในประเทศไทยก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

ในคดีก่อนนั้นโจทก์ขอถอนฟ้องก่อนจำเลยยื่นคำให้การ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 175 วรรคแรก โจทก์เพียงแต่ยื่นคำบอกกล่าวขอถอนคำฟ้องต่อศาล และศาลอนุญาตให้ถอนฟ้องได้โดยมิต้องสอบถามคู่ความฝ่ายอื่นว่าจะยินยอมหรือไม่อย่างใด การที่โจทก์ยื่นคำบอกกล่าวว่าโจทก์ไม่ประสงค์จะดำเนินคดีกับจำเลยต่อไปนั้น ก็มีความหมายแต่เพียงว่าไม่ประสงค์จะดำเนินคดีกับจำเลยสำหรับคดีนั้นเท่านั้น หาอาจแปลไปว่าโจทก์จะไม่ฟ้องคดีใหม่กับจำเลยอีกตามสิทธิของโจทก์ซึ่งตามมาตรา 176 บัญญัติรับรองไว้แต่อย่างใดไม่ ทั้งมิใช่กรณีที่มีการถอนฟ้องตามสัญญาประนีประนอมยอมความกันหรือเทียบได้กับกรณีประนีประนอมยอมความกัน ฟ้องของโจทก์ จึงไม่เป็นฟ้องซ้ำ โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของจำเลยโดยอ้างว่า โจทก์มีสิทธิดีกว่าจำเลย เพราะได้ใช้มาก่อนตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2474 มาตรา 41(1) โจทก์หาได้ฟ้องจำเลยในฐานะที่โจทก์ได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้านั้นใน ประเทศไทยแล้ว และขอให้ศาลห้ามมิให้จำเลยใช้เครื่องหมายการค้าดังกล่าวตามมาตรา 27 หรือฟ้องคดีเพื่อป้องกันหรือเรียกค่าเสียหายในการล่วงสิทธิเครื่องหมายการค้าของโจทก์ตามมาตรา 29 ไม่ โจทก์จึงมีสิทธิฟ้องคดีได้ แม้จะยังไม่ได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของตนในประเทศไทย จำเลยฎีกาโดยถือตามอุทธรณ์ของจำเลย เป็นฎีกาที่ไม่ชอบด้วย ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 249 ศาลฎีการับวินิจฉัยให้ไม่ได้ จำเลยจะฎีกาโต้แย้งในประเด็นว่าฟ้องโจทก์ขาดอายุความซึ่งเป็นข้อที่ศาลฎีกาวินิจฉัยไว้ในคำพิพากษาครั้งก่อนแล้วอีกหาได้ไม่ ฎีกาของจำเลยซึ่งมิได้ยกขึ้นว่ากันมาก่อน และไม่เป็นปัญหาเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249ศาลฎีการับวินิจฉัยให้ไม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.144 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.175 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.176 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249 พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2474 ม.18 พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2474 ม.27 พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2474 ม.29 พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2474 ม.41

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ได้ใช้เครื่องหมายการค้า "KING CUP" ประกอบด้วยรูปมงกุฏกับถ้วยรางวัลอยู่ในวงกลม และได้จดทะเบียนในประเทศญี่ปุ่น จำเลยได้ยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้ารูปมงกุฏกับถ้วยรางวัลในวงกลมประกอบด้วยตัวอักษรโรมันว่า "KING CUP" สำหรับสินค้าประเภท ๔๒ ตามคำขอจดทะเบียนที่ ๘๖๙๕๘ และได้รับจดทะเบียนที่ ๖๖๖๙๖ โดยไม่สุจริต ขอให้เพิกถอนเครื่องหมายการค้าตามคำขอจดทะเบียนดังกล่าว จำเลยให้การว่า ได้ใช้เครื่องหมายการค้า KING CUP ดังกล่าวมาตั้งแต่ปี ๒๕๐๑ โจทก์คัดค้านการยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าดังกล่าว แต่นายทะเบียนให้ยกคำคัดค้านและจดทะเบียนให้จำเลย โจทก์ไม่ฟ้องคดีภายใน ๙๐ วัน คดีโจทก์ขาดอายุความ เครื่องหมายการค้าของโจทก์จำเลยไม่เหมือนกัน ไม่ทำให้ประชาชนผู้ซื้อหลงผิด ฟ้องโจทก์เป็นฟ้องซ้ำ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้เพิกถอนเครื่องหมายการค้าของจำเลยตามคำขอจดทะเบียนที่ ๘๖๙๕๘ ทะเบียนที่ ๖๖๖๙๖ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาพิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ศาลอุทธรณ์พิจารณาคดีใหม่แล้ววินิจฉัยว่า ฟ้องโจทก์ไม่เป็นฟ้องซ้ำ และโจทก์มีสิทธิในเครื่องหมายการค้าดีกว่าจำเลย พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีประเด็นที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า ฟ้องโจทก์เป็นฟ้องซ้ำหรือไม่ ปรากฏว่าโจทก์เคยฟ้องจำเลยเกี่ยวกับเครื่องหมายการค้านี้มาก่อนแล้วตามคดีของศาลแพ่งหมายเลขดำที่ ๙๒๖๓/๒๕๒๒ คดีหมายเลขแดงที่ ๑๐๗๙๕/๒๕๒๒ ขณะที่คดีอยู่ในระหว่างส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้จำเลยโจทก์บอกกล่าวขอถอนฟ้อง โดยกล่าวว่าไม่ประสงค์จะดำเนินคดีกับจำเลย ศาลแพ่งอนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องได้ จำเลยฎีกาในประเด็นข้อนี้ว่า โจทก์แถลงเหตุผลในการขอถอนฟ้องว่า โจทก์ไม่ประสงค์จะดำเนินคดีกับจำเลยอีกต่อไป เป็นการสละสิทธิตามมาตรา ๑๗๖ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง จึงไม่มีสิทธินำคดีมาฟ้องใหม่อีก ทั้งนี้ตามคำพิพากษาฎีกาที่ ๒๐๐๒/๒๕๑๑ วัดวังตะกู โจทก์ นายสมาน บุญสนอง กับพวก จำเลย หรือมิฉะนั้นก็ปรับเท่ากับสัญญาประนีประนอมยอมความได้นั้น เห็นว่าในคดีก่อนโจทก์ขอถอนฟ้องก่อนจำเลยยื่นคำให้การ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๗๕ วรรคแรกโจทก์เพียงแต่ยื่นคำบอกกล่าวขอถอนฟ้องต่อศาล และศาลอุทธรณ์ให้ถอนฟ้องได้โดยมิต้องสอบถามคู่ความฝ่ายอื่นว่าจะยินยอมหรือไม่อย่างใด การที่โจทก์ยื่นคำบอกกล่าวว่าโจทก์ไม่ประสงค์จะดำเนินคดีกับจำเลยต่อไปนั้น ก็มีความหมายเพียงว่าไม่ประสงค์จะดำเนินคดีกับจำเลยสำหรับคดีนั้นเท่านั้น หาอาจแปลได้ว่าโจทก์จะไม่ฟ้องคดีใหม่กับจำเลยอีกตามสิทธิของโจทก์ซึ่งมาตรา ๑๗๖ บัญญัติรับรองไว้แต่อย่างใดไม่ ทั้งมิใช่เป็นกรณีที่มีการถอนฟ้องตามสัญญาประนีประนอมยอมความกันหรือเทียบได้กับกรณีประนีประนอมยอมความกันดังที่จำเลยฎีกา คำพิพากษาฎีกาที่จำเลยยกขึ้นอ้างนั้นก็เป็นกรณีที่จำเลยยื่นคำให้การเข้ามาในคดีแล้วโจทก์จึงขอถอนฟ้อง และโจทก์ได้แถลงต่อศาลตามรายงานกระบวนพิจารณาของศาลว่า โจทก์จะไม่ฟ้องจำเลยเกี่ยวกับที่พิพาทอีก ซึ่งคำแถลงดังกล่าวถือได้ว่าโจทก์ยอมสละสิทธิของตนที่มีอยู่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๑๗๖ คำพิพากษาฎีกาดังกล่าวจึงหาตรงกับข้อเท็จจริงในคดีนี้ไม่ ฟ้องโจทก์จึงไม่เป็นฟ้องซ้ำ ที่จำเลยฎีกาว่า โจทก์ยังไม่ได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า มาตรา ๒๙ จึงไม่มีสิทธินำคดีมาสู่ศาลเพื่อป้องกันการล่วงสิทธิ แม้ขอให้เพิกถอนเครื่องหมายการค้าตามมาตรา ๔๑ ก็ไม่ได้และที่จำเลยฎีกาว่าศาลไม่รับรู้และให้ความคุ้มครองกับสินค้าและเครื่องหมายการค้าของโจทก์ซึ่งอยู่นอกประเทศไทย โดยที่ยังไม่ได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในประเทศไทย ไม่ชอบด้วยกฎหมายเครื่องหมายการค้าของประเทศไทยตามคำพิพากษาฎีกาที่ ๑๗๗๑/๒๔๙๙ ระหว่างนายเหลียง ชัค ชี หุ้นส่วนผู้จัดการห้างเหลียงวิงชิง โจทก์ นายกิม แซ่ลี้ เจ้าของยี่ห้องเหลื่องเหว่งเส็ง จำเลย ทั้งโจทก์ก็ไม่ได้บรรยายฟ้อง และนำสืบให้เห็นว่า รัฐบาลของประเทศญี่ปุ่นได้ตกลงกับรัฐบาลไทยในเรื่องคุ้มครองสิทธิในอุตสาหสมบัติไว้แล้ว ชอบที่ศาลจะต้องยกฟ้องโจทก์เสียนั้นเห็นว่า ข้อที่จำเลยฎีกาขึ้นมานี้เป็นปัญหาว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ ซึ่งเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน จำเลยจึงฎีกาได้ แม้จะไม่ได้ว่ากล่าวกันมาก่อนในศาลล่าง แต่อย่างไรก็ดีศาลฎีกาเห็นว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของจำเลยโดยอ้างว่า โจทก์มีสิทธิดีกว่าจำเลย เพราะได้ใช้มาก่อนตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. ๒๔๗๔ มาตรา ๔๑(๑) โจทก์หาได้ฟ้องจำเลยในฐานะที่โจทก์ได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้านั้นในประเทศไทยแล้ว และขอให้ศาลห้ามมิให้จำเลยใช้เครื่องหมายการค้าดังกล่าวตามมาตรา ๒๗ หรือฟ้องคดีเพื่อป้องกันหรือเรียกค่าเสียหายในการล่วงสิทธิเครื่องหมายการค้าของโจทก์ตามมาตรา ๒๙ ไม่ โจทก์จึงมีสิทธิฟ้องคดีได้ แม้จะยังไม่ได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของตนในประเทศไทยซึ่งศาลฎีกาได้วินิจฉัยไว้เป็นบรรทัดฐานหลายคดีแล้ว แม้แต่คำพิพากษาฎีกาที่ ๑๗๗๑/๒๔๙๙ ที่จำเลยอ้างมาสนับสนุนข้ออ้างของจำเลยนั้นเอง ศาลฎีกาก็วินิจฉัยว่า เครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนไว้ในประเทศจีนไม่มีผลใช้บังคับในประเทศไทย แต่คดีนี้มีประเด็นว่า โจทก์เป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้าดีกว่าจำเลยหรือไม่ การกล่าวอ้างของโจทก์ในการกระทำต่าง ๆ แห่งการใช้และการแสดงความเป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้านั้นเป็นลำดับมาตามระยะเวลาอันยาวนาน ย่อมเป็นข้อเท็จจริงที่จะฟังถึงสิทธิแห่งการเป็นเจ้าของและการใช้เครื่องหมายการค้าประกอบข้ออ้างของโจทก์ เพื่อเพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของจำเลยได้ ฎีกาของจำเลยในข้อนี้จึงฟังไม่ขึ้น ที่จำเลยฎีกาโดยถือตามอุทธรณ์ของจำเลย ลงวันที่ ๑๐ กันยายน ๒๕๒๓ นั้นเห็นว่าเป็นฎีกาที่ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๔๙ ศาลฎีการับวินิจฉัยให้ไม่ได้ ที่จำเลยฎีกาว่า ฟ้องโจทก์ขาดอายุความ ก็เป็นข้อที่ศาลฎีกาเคยวินิจฉัยไว้ในคำพิพากษาครั้งก่อนแล้ว จำเลยจะฎีกาโต้แย้งในประเด็นข้อนี้อีกหาได้ไม่ ส่วนที่จำเลยฎีกาว่า โจทก์น่าจะฟ้องนายทะเบียนหรือกรมทะเบียนการค้ามิใช่ฟ้องจำเลย และควรต้องฟังว่าจำเลยเป็นผู้สุจริต ไม่ควรเพิกถอนเครื่องหมายการค้าของจำเลย แต่ควรให้จดทะเบียน ร่วมกันตามมาตรา ๑๘ แห่งพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า นั้น ศาลฎีกาเห็นว่าฎีกาของจำเลยดังกล่าว จำเลยมิได้ยกขึ้นว่ากันมาก่อน และไม่เป็นปัญหาเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๔๙ ศาลฎีการับวินิจฉัยให้ไม่ได้เช่นกัน พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3678/2528 บริษัทเมอิโตกุ บุสซาน ไกชา แอลทีดี ฯ โจทก์ บริษัทสันติภาพ (ฮั่วเพ้ง 1958) จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทเมอิโตกุ บุสซาน ไกชา แอลทีดี ฯ · จำเลย - บริษัทสันติภาพ (ฮั่วเพ้ง 1958) จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)โสภณ รัตนากร · วิฑูรย์ ตั้งตรงจิตต์ · วุฒิ ยุววิทยาพาณิชย์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายคำนึง อุไรรัตน์ · ศาลอุทธรณ์ - นายพลจิตต์ ดียืน
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 770/2535ฎีกา 6025/2538ฎีกา 3206/2537ฎีกา 99/2541ฎีกา 3345/2535ฎีกา 2409/2551ฎีกา 3616/2558ฎีกา 3542/2545ฎีกา 8203/2538ฎีกา 1030/2509ฎีกา 710/2542ฎีกา 8884/2543ฎีกา 194/2543ฎีกา 5332/2553ฎีกา 4549/2540ฎีกา 4041/2542ฎีกา 1360/2544ฎีกา 6321/2544ฎีกา 4432/2534ฎีกา 3190/2530ฎีกา 218/2481ฎีกา 8444/2538ฎีกา 581/2502ฎีกา 6058/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา