⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3678/2528

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3678/2528

พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า ม.18, 27, 29 ฯลฯ

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การถอนฟ้องคดีก่อนจำเลยยื่นคำให้การ ศาลอนุญาตให้ถอนได้โดยมิต้องสอบถามคู่ความฝ่ายอื่น และการถอนฟ้องดังกล่าวไม่เป็นการระงับสิทธิในการฟ้องคดีใหม่ตามกฎหมาย โจทก์มีสิทธิฟ้องคดีเพื่อเพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของจำเลย โดยอ้างสิทธิในการใช้เครื่องหมายการค้ามาก่อน แม้โจทก์จะยังไม่ได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้านั้นในประเทศไทยก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

ในคดีก่อนนั้นโจทก์ขอถอนฟ้องก่อนจำเลยยื่นคำให้การ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 175 วรรคแรก โจทก์เพียงแต่ยื่นคำบอกกล่าวขอถอนคำฟ้องต่อศาล และศาลอนุญาตให้ถอนฟ้องได้โดยมิต้องสอบถามคู่ความฝ่ายอื่นว่าจะยินยอมหรือไม่อย่างใด การที่โจทก์ยื่นคำบอกกล่าวว่าโจทก์ไม่ประสงค์จะดำเนินคดีกับจำเลยต่อไปนั้น ก็มีความหมายแต่เพียงว่าไม่ประสงค์จะดำเนินคดีกับจำเลยสำหรับคดีนั้นเท่านั้น หาอาจแปลไปว่าโจทก์จะไม่ฟ้องคดีใหม่กับจำเลยอีกตามสิทธิของโจทก์ซึ่งตามมาตรา 176 บัญญัติรับรองไว้แต่อย่างใดไม่ ทั้งมิใช่กรณีที่มีการถอนฟ้องตามสัญญาประนีประนอมยอมความกันหรือเทียบได้กับกรณีประนีประนอมยอมความกัน ฟ้องของโจทก์ จึงไม่เป็นฟ้องซ้ำ โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของจำเลยโดยอ้างว่า โจทก์มีสิทธิดีกว่าจำเลย เพราะได้ใช้มาก่อนตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2474 มาตรา 41(1) โจทก์หาได้ฟ้องจำเลยในฐานะที่โจทก์ได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้านั้นใน ประเทศไทยแล้ว และขอให้ศาลห้ามมิให้จำเลยใช้เครื่องหมายการค้าดังกล่าวตามมาตรา 27 หรือฟ้องคดีเพื่อป้องกันหรือเรียกค่าเสียหายในการล่วงสิทธิเครื่องหมายการค้าของโจทก์ตามมาตรา 29 ไม่ โจทก์จึงมีสิทธิฟ้องคดีได้ แม้จะยังไม่ได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของตนในประเทศไทย จำเลยฎีกาโดยถือตามอุทธรณ์ของจำเลย เป็นฎีกาที่ไม่ชอบด้วย ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 249 ศาลฎีการับวินิจฉัยให้ไม่ได้ จำเลยจะฎีกาโต้แย้งในประเด็นว่าฟ้องโจทก์ขาดอายุความซึ่งเป็นข้อที่ศาลฎีกาวินิจฉัยไว้ในคำพิพากษาครั้งก่อนแล้วอีกหาได้ไม่ ฎีกาของจำเลยซึ่งมิได้ยกขึ้นว่ากันมาก่อน และไม่เป็นปัญหาเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249ศาลฎีการับวินิจฉัยให้ไม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.144 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.175 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.176 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249 พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2474 ม.18 พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2474 ม.27 พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2474 ม.29 พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2474 ม.41

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.144 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.175 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.176 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ได้ใช้เครื่องหมายการค้า "KING CUP" ประกอบด้วยรูปมงกุฏกับถ้วยรางวัลอยู่ในวงกลม และได้จดทะเบียนในประเทศญี่ปุ่น จำเลยได้ยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้ารูปมงกุฏกับถ้วยรางวัลในวงกลมประกอบด้วยตัวอักษรโรมันว่า "KING CUP" สำหรับสินค้าประเภท ๔๒ ตามคำขอจดทะเบียนที่ ๘๖๙๕๘ และได้รับจดทะเบียนที่ ๖๖๖๙๖ โดยไม่สุจริต ขอให้เพิกถอนเครื่องหมายการค้าตามคำขอจดทะเบียนดังกล่าว จำเลยให้การว่า ได้ใช้เครื่องหมายการค้า KING CUP ดังกล่าวมาตั้งแต่ปี ๒๕๐๑ โจทก์คัดค้านการยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าดังกล่าว แต่นายทะเบียนให้ยกคำคัดค้านและจดทะเบียนให้จำเลย โจทก์ไม่ฟ้องคดีภายใน ๙๐ วัน คดีโจทก์ขาดอายุความ เครื่องหมายการค้าของโจทก์จำเลยไม่เหมือนกัน ไม่ทำให้ประชาชนผู้ซื้อหลงผิด ฟ้องโจทก์เป็นฟ้องซ้ำ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้เพิกถอนเครื่องหมายการค้าของจำเลยตามคำขอจดทะเบียนที่ ๘๖๙๕๘ ทะเบียนที่ ๖๖๖๙๖ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาพิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ศาลอุทธรณ์พิจารณาคดีใหม่แล้ววินิจฉัยว่า ฟ้องโจทก์ไม่เป็นฟ้องซ้ำ และโจทก์มีสิทธิในเครื่องหมายการค้าดีกว่าจำเลย พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีประเด็นที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า ฟ้องโจทก์เป็นฟ้องซ้ำหรือไม่ ปรากฏว่าโจทก์เคยฟ้องจำเลยเกี่ยวกับเครื่องหมายการค้านี้มาก่อนแล้วตามคดีของศาลแพ่งหมายเลขดำที่ ๙๒๖๓/๒๕๒๒ คดีหมายเลขแดงที่ ๑๐๗๙๕/๒๕๒๒ ขณะที่คดีอยู่ในระหว่างส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้จำเลยโจทก์บอกกล่าวขอถอนฟ้อง โดยกล่าวว่าไม่ประสงค์จะดำเนินคดีกับจำเลย ศาลแพ่งอนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องได้ จำเลยฎีกาในประเด็นข้อนี้ว่า โจทก์แถลงเหตุผลในการขอถอนฟ้องว่า โจทก์ไม่ประสงค์จะดำเนินคดีกับจำเลยอีกต่อไป เป็นการสละสิทธิตามมาตรา ๑๗๖ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง จึงไม่มีสิทธินำคดีมาฟ้องใหม่อีก ทั้งนี้ตามคำพิพากษาฎีกาที่ ๒๐๐๒/๒๕๑๑ วัดวังตะกู โจทก์ นายสมาน บุญสนอง กับพวก จำเลย หรือมิฉะนั้นก็ปรับเท่ากับสัญญาประนีประนอมยอมความได้นั้น เห็นว่าในคดีก่อนโจทก์ขอถอนฟ้องก่อนจำเลยยื่นคำให้การ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๗๕ วรรคแรกโจทก์เพียงแต่ยื่นคำบอกกล่าวขอถอนฟ้องต่อศาล และศาลอุทธรณ์ให้ถอนฟ้องได้โดยมิต้องสอบถามคู่ความฝ่ายอื่นว่าจะยินยอมหรือไม่อย่างใด การที่โจทก์ยื่นคำบอกกล่าวว่าโจทก์ไม่ประสงค์จะดำเนินคดีกับจำเลยต่อไปนั้น ก็มีความหมายเพียงว่าไม่ประสงค์จะดำเนินคดีกับจำเลยสำหรับคดีนั้นเท่านั้น หาอาจแปลได้ว่าโจทก์จะไม่ฟ้องคดีใหม่กับจำเลยอีกตามสิทธิของโจทก์ซึ่งมาตรา ๑๗๖ บัญญัติรับรองไว้แต่อย่างใดไม่ ทั้งมิใช่เป็นกรณีที่มีการถอนฟ้องตามสัญญาประนีประนอมยอมความกันหรือเทียบได้กับกรณีประนีประนอมยอมความกันดังที่จำเลยฎีกา คำพิพากษาฎีกาที่จำเลยยกขึ้นอ้างนั้นก็เป็นกรณีที่จำเลยยื่นคำให้การเข้ามาในคดีแล้วโจทก์จึงขอถอนฟ้อง และโจทก์ได้แถลงต่อศาลตามรายงานกระบวนพิจารณาของศาลว่า โจทก์จะไม่ฟ้องจำเลยเกี่ยวกับที่พิพาทอีก ซึ่งคำแถลงดังกล่าวถือได้ว่าโจทก์ยอมสละสิทธิของตนที่มีอยู่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๑๗๖ คำพิพากษาฎีกาดังกล่าวจึงหาตรงกับข้อเท็จจริงในคดีนี้ไม่ ฟ้องโจทก์จึงไม่เป็นฟ้องซ้ำ ที่จำเลยฎีกาว่า โจทก์ยังไม่ได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า มาตรา ๒๙ จึงไม่มีสิทธินำคดีมาสู่ศาลเพื่อป้องกันการล่วงสิทธิ แม้ขอให้เพิกถอนเครื่องหมายการค้าตามมาตรา ๔๑ ก็ไม่ได้และที่จำเลยฎีกาว่าศาลไม่รับรู้และให้ความคุ้มครองกับสินค้าและเครื่องหมายการค้าของโจทก์ซึ่งอยู่นอกประเทศไทย โดยที่ยังไม่ได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในประเทศไทย ไม่ชอบด้วยกฎหมายเครื่องหมายการค้าของประเทศไทยตามคำพิพากษาฎีกาที่ ๑๗๗๑/๒๔๙๙ ระหว่างนายเหลียง ชัค ชี หุ้นส่วนผู้จัดการห้างเหลียงวิงชิง โจทก์ นายกิม แซ่ลี้ เจ้าของยี่ห้องเหลื่องเหว่งเส็ง จำเลย ทั้งโจทก์ก็ไม่ได้บรรยายฟ้อง และนำสืบให้เห็นว่า รัฐบาลของประเทศญี่ปุ่นได้ตกลงกับรัฐบาลไทยในเรื่องคุ้มครองสิทธิในอุตสาหสมบัติไว้แล้ว ชอบที่ศาลจะต้องยกฟ้องโจทก์เสียนั้นเห็นว่า ข้อที่จำเลยฎีกาขึ้นมานี้เป็นปัญหาว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ ซึ่งเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน จำเลยจึงฎีกาได้ แม้จะไม่ได้ว่ากล่าวกันมาก่อนในศาลล่าง แต่อย่างไรก็ดีศาลฎีกาเห็นว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของจำเลยโดยอ้างว่า โจทก์มีสิทธิดีกว่าจำเลย เพราะได้ใช้มาก่อนตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. ๒๔๗๔ มาตรา ๔๑(๑) โจทก์หาได้ฟ้องจำเลยในฐานะที่โจทก์ได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้านั้นในประเทศไทยแล้ว และขอให้ศาลห้ามมิให้จำเลยใช้เครื่องหมายการค้าดังกล่าวตามมาตรา ๒๗ หรือฟ้องคดีเพื่อป้องกันหรือเรียกค่าเสียหายในการล่วงสิทธิเครื่องหมายการค้าของโจทก์ตามมาตรา ๒๙ ไม่ โจทก์จึงมีสิทธิฟ้องคดีได้ แม้จะยังไม่ได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของตนในประเทศไทยซึ่งศาลฎีกาได้วินิจฉัยไว้เป็นบรรทัดฐานหลายคดีแล้ว แม้แต่คำพิพากษาฎีกาที่ ๑๗๗๑/๒๔๙๙ ที่จำเลยอ้างมาสนับสนุนข้ออ้างของจำเลยนั้นเอง ศาลฎีกาก็วินิจฉัยว่า เครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนไว้ในประเทศจีนไม่มีผลใช้บังคับในประเทศไทย แต่คดีนี้มีประเด็นว่า โจทก์เป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้าดีกว่าจำเลยหรือไม่ การกล่าวอ้างของโจทก์ในการกระทำต่าง ๆ แห่งการใช้และการแสดงความเป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้านั้นเป็นลำดับมาตามระยะเวลาอันยาวนาน ย่อมเป็นข้อเท็จจริงที่จะฟังถึงสิทธิแห่งการเป็นเจ้าของและการใช้เครื่องหมายการค้าประกอบข้ออ้างของโจทก์ เพื่อเพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของจำเลยได้ ฎีกาของจำเลยในข้อนี้จึงฟังไม่ขึ้น ที่จำเลยฎีกาโดยถือตามอุทธรณ์ของจำเลย ลงวันที่ ๑๐ กันยายน ๒๕๒๓ นั้นเห็นว่าเป็นฎีกาที่ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๔๙ ศาลฎีการับวินิจฉัยให้ไม่ได้ ที่จำเลยฎีกาว่า ฟ้องโจทก์ขาดอายุความ ก็เป็นข้อที่ศาลฎีกาเคยวินิจฉัยไว้ในคำพิพากษาครั้งก่อนแล้ว จำเลยจะฎีกาโต้แย้งในประเด็นข้อนี้อีกหาได้ไม่ ส่วนที่จำเลยฎีกาว่า โจทก์น่าจะฟ้องนายทะเบียนหรือกรมทะเบียนการค้ามิใช่ฟ้องจำเลย และควรต้องฟังว่าจำเลยเป็นผู้สุจริต ไม่ควรเพิกถอนเครื่องหมายการค้าของจำเลย แต่ควรให้จดทะเบียน ร่วมกันตามมาตรา ๑๘ แห่งพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า นั้น ศาลฎีกาเห็นว่าฎีกาของจำเลยดังกล่าว จำเลยมิได้ยกขึ้นว่ากันมาก่อน และไม่เป็นปัญหาเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๔๙ ศาลฎีการับวินิจฉัยให้ไม่ได้เช่นกัน พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3678/2528 บริษัทเมอิโตกุ บุสซาน ไกชา แอลทีดี ฯ โจทก์ บริษัทสันติภาพ (ฮั่วเพ้ง 1958) จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทเมอิโตกุ บุสซาน ไกชา แอลทีดี ฯ · จำเลย - บริษัทสันติภาพ (ฮั่วเพ้ง 1958) จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)โสภณ รัตนากร · วิฑูรย์ ตั้งตรงจิตต์ · วุฒิ ยุววิทยาพาณิชย์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายคำนึง อุไรรัตน์ · ศาลอุทธรณ์ - นายพลจิตต์ ดียืน
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 356/2530ฎีกา 163/2491ฎีกา 4884/2543ฎีกา 770/2535ฎีกา 6025/2538ฎีกา 1452/2511ฎีกา 3206/2537ฎีกา 99/2541ฎีกา 3345/2535ฎีกา 2409/2551ฎีกา 3616/2558ฎีกา 3231/2557ฎีกา 3542/2545ฎีกา 8203/2538ฎีกา 1030/2509ฎีกา 5989/2537ฎีกา 710/2542ฎีกา 8884/2543ฎีกา 194/2543ฎีกา 5332/2553ฎีกา 4549/2540ฎีกา 605/2511ฎีกา 14887/2551ฎีกา 4041/2542
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา