คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 558/2528
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การขอให้ศาลมีคำสั่งห้ามชั่วคราวก่อนมีคำพิพากษาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 254 (2) สามารถทำได้หากคำฟ้องมีเหตุสมควรและเพียงพอ และหากข้อเท็จจริงครบถ้วนตามมาตรา 255 (1) (2) ศาลฎีกาสามารถสั่งห้ามชั่วคราวได้โดยไม่ต้องย้อนสำนวนให้ศาลแรงงานกลางทำการไต่สวนพยานหลักฐานต่อไป
ย่อคำพิพากษา
การที่โจทก์ยื่นคำร้องขอให้ห้ามจำเลยหักเงินเดือนของโจทก์ไว้ก่อนมีคำพิพากษา เป็นการขอให้ศาลมีคำสั่งห้ามชั่วคราวมิให้จำเลยกระทำต่อไปซึ่งการกระทำที่ถูกฟ้องร้อง อันโจทก์อาจยื่นคำร้องขอได้ตามกฎหมาย เมื่อคำฟ้องของโจทก์มีเหตุสมควรและเพียงพอที่จะนำวิธีคุ้มครองชั่วคราวก่อนมีคำพิพากษาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 254 (2) มาใช้ได้ และตามคำฟ้อง คำให้การ คำร้องและคำคัดค้านของโจทก์จำเลยรับกัน ข้อเท็จจริงได้ความครบถ้วนตามมาตรา 255 (1) (2) แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งแล้ว ศาลฎีกาสั่งห้ามจำเลยหักเงินเดือนโจทก์เพื่อชดใช้ค่าเสียหายเป็นการชั่วคราวก่อนมีคำพิพากษาได้ โดยไม่จำต้องย้อนสำนวนให้ศาลแรงงานกลางทำการไต่สวนพยานหลักฐานของคู่ความต่อไป
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีสืบเนื่องจากโจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาเพิกถอนมติของคณะทำงานวินิจฉัยปัญหาของจำเลย ให้ยุติการหักเงินเดือนของโจทก์ ให้จำเลยคืนเงินเดือนของโจทก์ที่จำเลยหักไว้โดยไม่ชอบ และให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนในการที่จำเลยหักเงินเดือนโจทก์ไม่ชอบพร้อมทั้งดอกเบี้ยนับแต่วันฟ้องจนกว่าชำระเสร็จ ในวันนัดพิจารณา โจทก์ยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งห้ามจำเลยหักเงินเดือนโจทก์เป็นการชั่วคราวจนกว่าจะมีคำพิพากษาของศาล
จำเลยยื่นคำคัดค้าน ขอให้ยกคำร้อง
ศาลแรงงานกลางเห็นว่า คำฟ้องของโจทก์ขอบังคับจำเลยให้คืนเงินที่หักเท่านั้น คำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวจึงไม่มีเหตุสมควรแต่ประการใด มีคำสั่งให้ยกคำร้อง
โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา
ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยยุติการหักเงินของโจทก์ด้วย หาใช่เพียงแต่ขอบังคับจำเลยให้คืนเงินที่หักเท่านั้น การที่โจทก์ยื่นคำร้องขอให้ห้ามจำเลยหักเงินเดือนของโจทก์ไว้ก่อนมีคำพิพากษา เป็นการขอให้ศาลมีคำสั่งห้ามชั่วคราวมิให้จำเลยกระทำต่อไปซึ่งการกระทำที่ถูกฟ้องร้อง อันโจทก์อาจยื่นคำร้องขอได้ตามกฎหมายโจทก์อ้างอยู่ว่ามิได้ขับรถโดยประมาท สิทธิเรียกร้องที่จำเลยอ้างมาหักกลบลบหนี้กับเงินเดือนที่จำเลยต้องจ่ายแก่โจทก์อาจยังมีข้อต่อสู้ ซึ่งอาจหักกลบลบหนี้มิได้ก็ได้ นอกจากนั้นพฤติการณ์ที่โจทก์ได้รับเงินเดือนหกพันบาทเศษ ถูกจำเลยหักใช้หนี้เสียห้าพันบาทเศษ เหลือเงินหนึ่งพันบาทเศษต่อเดือน เป็นจำนวนเงินน้อยจนเห็นได้ว่าโจทก์และครอบครัวจะได้รับความเดือดร้อนทางการเงินจริง คำฟ้องของโจทก์จึงมีเหตุสมควรและเพียงพอที่จะนำวิธีคุ้มครองชั่วคราวก่อนมีคำพิพากษาตามที่โจทก์ขอมาใช้ได้ ทั้งนี้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๕๔ (๒) ประกอบด้วยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.๒๕๒๒ มาตรา ๕๘ และเมื่อคำฟ้อง คำให้การคำร้องและคำคัดค้านของโจทก์จำเลยรับกัน ข้อเท็จจริงได้ความครบถ้วนตามมาตรา ๒๕๕ (๑) (๒) แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งแล้วก็ไม่จำต้องย้อนสำนวนให้ศาลแรงงานกลางทำการไต่สวนพยานหลักฐานของคู่ความต่อไป
พิพากษากลับ ห้ามจำเลยหักเงินเดือนของโจทก์เพื่อชดใช้ค่าเสียหายในมูลที่โจทก์ฟ้องต่อไปเป็นการชั่วคราวก่อนมีคำพิพากษา
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 558/2528
นายเล็ก จันทร์กระจ่าง โจทก์
องค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายเล็ก จันทร์กระจ่าง · จำเลย - องค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สมบูรณ์ บุญภินนท์ · จุนท์ จันทรวงศ์ · สุพจน์ นาถะพินธุ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแรงงานกลาง - (อ่านไม่ออก) · ศาลอุทธรณ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา