⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 744/2528

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 744/2528

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สำนวนการสอบสวนกรณีลูกจ้างถึงแก่ความตายที่ส่งต่อศาลแรงงานกลาง ถือเป็นพยานหลักฐานของศาลแล้ว และแรงงานจังหวัดที่ศาลแรงงานสอบถาม ถือเป็นพยานของศาลแรงงาน

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าทดแทนตามคำสั่งพนักงานเงินทดแทนในวันพิจารณา แรงงานจังหวัดมาศาล และได้ส่งสำนวนการสอบสวนกรณีลูกจ้างถึงแก่ความตายต่อศาลแรงงานกลางตามคำสั่งศาล ดังนี้ ถือได้ว่าสำนวนการสอบสวนดังกล่าวเป็นพยานศาลแล้ว (อ้างคำพิพากษาฎีกาที่ 502/2518) กรณีข้างต้น เมื่อศาลแรงงานสอบถามแรงงานจังหวัดย่อมถือได้ว่าแรงงานจังหวัดเป็นพยานของศาลแรงงาน ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน ฯ มาตรา 45

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.86 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม.45

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นทายาทของนายเชย ลูกจ้างของจำเลย นายเชยประสบอันตรายเนื่องจากทำงานให้จำเลยถึงแก่ความตาย พนักงานเงินทดแทนมีคำสั่งให้จำเลยจ่ายค่ารักษาพยาบาล ค่าทำศพ ค่าทดแทน แก่โจทก์ จำเลยมิได้จ่ายจึงขอให้จำเลยจ่ายค่าทำศพและค่าทดแทนแก่โจทก์ จำเลยให้การว่า ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม โจทก์ไม่ใช่ผู้เสียหาย ก่อนฟ้องยังมิได้ปฏิบัติตามขั้นตอนของกฎหมายแรงงาน จึงไม่มีอำนาจฟ้อง ความตายของนายเชยเป็นผลมาจากเสพเครื่องดองของเมาจนไม่สามารถครองสติได้ และจงใจประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงเพื่อให้ตนประสบอันตราย จำเลยไม่เคยได้รับคำสั่งพนักงานเงินทดแทนตามที่โจทก์ฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง วันนัดพิจารณา โจทก์แถลงไม่ติดใจเรียกร้องค่ารักษาพยาบาลและค่าทำศพ คงติดใจเรียกร้องเฉพาะค่าทดแทนเท่านั้น นายวีระ ผู้ช่วยแรงงานจังหวัดรักษาราชการแทนแรงงานจังหวัดนราธิวาส ได้ส่งสำนวนการสอบสวนกรณีนายเชยถึงแก่ความตายต่อศาลแรงงานกลางตามคำสั่งศาลแรงงานกลาง ทนายจำเลยแถลงว่าจำเลยยังไม่ได้รับคำสั่งของพนักงานเงินทดแทน และจำเลยมิได้อุทธรณ์คำสั่งของพนักงานเงินทดแทนและไม่ได้นำคดีไปสู่ศาล นายวีระแถลงว่า พนักงานเงินทดแทนเคยเรียกจำเลยไปสอบสวนและรอจำเลยอยู่เกือบหนึ่งปี จำเลยไม่ไป พนักงานเงินทดแทนจึงดำเนินการไปตามกฎหมายแล้วแจ้งคำสั่งให้จำเลยทราบทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับมีผู้รับถูกต้องแล้ว ศาลแรงงานกลางตรวจสำนวนการสอบสวนแล้วพบใบตอบรับลงชื่อผู้รับคำสั่งของพนักงานเงินทดแทนว่า "จารุณีย์ สิทธิลาย" โดยแจ้งว่าเป็นเสมียนของจำเลย ศาลแรงงานกลางเห็นว่าคดีวินิจฉัยได้แล้ว จึงมีคำสั่งงดสืบพยานคู่ความทั้งสองฝ่าย ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์ได้ยื่นคำเรียกร้องเงินทดแทนจากจำเลยต่อพนักงานเงินทดแทนแล้ว พนักงานเงินทดแทนได้แจ้งคำสั่งเงินทดแทนให้จำเลยทราบโดยมีผู้รับโดยชอบแล้ว และฟังว่าจำเลยมิได้อุทธรณ์คำสั่งพนักงานเงินทดแทนต่ออธิบดีกรมแรงงาน และมิได้นำคดีไปสู่ศาล คำสั่งเงินทดแทนเป็นที่สุดแล้ว จำเลยไม่อาจอ้างเหตุใด ๆ ขึ้นต่อสู้ได้ ต้องปฏิบัติตามคำสั่งพนักงานเงินทดแทนเท่าที่โจทก์ติดใจเรียกร้อง พิพากษาให้จำเลยจ่ายเงินทดแทนแก่โจทก์คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า จำเลยอุทธรณ์ว่า จำเลยให้การต่อสู้ไว้หลายประการ ชอบที่ศาลแรงงานจะต้องสืบพยานโจทก์พยานจำเลยให้เป็นที่ยุติก่อนแล้วจึงมีคำพิพากษา มิใช่รับฟังข้อเท็จจริงแต่บางส่วนแล้วเชื่อว่าถูกต้อง ดังนั้น คำสั่งของศาลแรงงานกลางให้งดสืบพยานคู่ความทั้งสองฝ่ายจึงยังไม่ถูกต้องเป็นคำสั่งที่มิชอบด้วยกฎหมาย พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ประเด็นสำคัญแห่งคดีนี้อยู่ที่ว่าจำเลยทราบคำสั่งของพนักงานเงินทดแทนแล้วหรือไม่ เพราะถ้าข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าจำเลยทราบแล้ว จำเลยย่อมไม่มีสิทธิต่อสู้คดีโต้แย้งใด ๆ ในชั้นศาลอีก ตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ ๓๔๐๖ - ๓๔๑๐/๒๕๒๗ นายมงคล อับนาค กับพวก โจทก์บริษัทกรุงเทพเอ็นเตอร์ไพรม์ จำกัด กับพวก จำเลย พฤติการณ์แห่งคดีนี้มีว่าในวันนัดพิจารณา นายวีระ ผู้ช่วยแรงงานจังหวัด รักษาราชการแทนแรงงานจังหวัดนราธิวาสมาศาล และได้ส่งสำนวนการสอบสวนกรณีนายเชยถึงแก่ความตายต่อศาลแรงงานกลางตามคำสั่งศาล ครั้นแล้วศาลแรงงานกลางสอบข้อเท็จจริงจากนายวีระต่อหน้าโจทก์จำเลยกรณีดังกล่าวพึงถือได้ว่าสำนวนการสอบสวนที่นายวีระส่งศาลแรงงานกลางนั้น เป็นพยานศาลแล้ว เทียบเคียงได้ตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ ๕๐๒/๒๕๑๘ นายบุญมา โพธิ์นาม โจทก์ นายนา พิกุลดก จำเลย ซึ่งศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เรื่องราวการออกโฉนดที่ดินที่จำเลยอ้างและเจ้าพนักงานที่ดินส่งมาตามคำสั่งศาล แม้จำเลยไม่ประสงค์อ้างต่อไป ศาลย่อมรับไว้เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมถือเป็นพยานของศาลได้ ส่วนการที่ศาลแรงงานกลางสอบถามนายวีระนั้น ศาลฎีกาเห็นว่านอกจากศาลแรงงานกลางมีอำนาจกระทำได้ตามอำนาจทั่วไปของศาลแล้ว พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน ฯ มาตรา ๔๕ ยังให้อำนาจไว้เป็นเฉพาะอีกสถานหนึ่งด้วย ดังบทบัญญัติในวรรคแรกที่ว่า "เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม ในอันที่จะให้ได้ความแจ้งชัดในข้อเท็จจริงแห่งคดี ให้ศาลแรงงานมีอำนาจเรียกพยานหลักฐานมาสืบได้เองตามที่เห็นสมควร" อีกประการหนึ่ง การชักถามพยานในคดีแรงงานก็แตกต่างกว่าคดีแพ่งทั่วไป ดังจะเห็นได้จากมาตรา ๔๕ วรรคสองที่ว่า "ในการสืบพยานไมว่าจะเป็นพยานที่คู่ความฝ่ายใดอ้างหรือที่ศาลแรงงานเรียกมาเองให้ศาลแรงงานเป็นผู้ซักถามพยานตัวความหรือทนายความจะซักพยานได้ต่อเมื่อได้รับอนุญาตจากศาลแรงงาน" ด้วยอำนาจแห่งมาตรา ๔๕ ตามที่กล่าว ย่อมถือได้ว่านายวีระ เป็นพยานของศาล เมื่อศาลแรงงานกลางมีทั้งพยานเอกสารและพยานบุคคลอยู่แล้วเช่นนี้และเห็นว่าตามพยานหลักฐานดังกล่าวได้ข้อเท็จจริงครบถ้วนแจ้งชัดเพียงพอ ศาลแรงงานกลางจึงมีอำนาจสั่งงดสืบพยานคู่ความเสียได้ทั้งสองฝ่ายเพื่อให้คดีดำเนินไปโดยรวดเร็วและยุติธรรม หาใช่เป็นการสั่งที่ไม่ถูกต้องและเป็นคำสั่งที่มิชอบด้วยกฎหมายตามที่จำเลยอุทธรณ์ไม่ พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 744/2528 นางเสริมศรี หนูแป้น กับพวก โจทก์ ห้างหุ้นส่วนจำกัด แสงจันทร์เจริญคอนสตรัครชั่น ฯ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางเสริมศรี หนูแป้น กับพวก · จำเลย - ห้างหุ้นส่วนจำกัด แสงจันทร์เจริญคอนสตรัครชั่น ฯ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จุนท์ จันทรวงศ์ · สมบูรณ์ บุญภินนท์ · เสนอ ศรนิยม
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแรงงานกลาง - นายปรีชา บุญญานันต์ · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4964/2539ฎีกา 4359/2540ฎีกา 3007/2525ฎีกา 1195/2535ฎีกา 108/2538ฎีกา 1267/2500ฎีกา 1384/2518ฎีกา 536/2536ฎีกา 2572/2541ฎีกา 7198/2544ฎีกา 196/2523ฎีกา 1603/2551ฎีกา 5712/2541ฎีกา 4036-4037/2530ฎีกา 1500/2542ฎีกา 1162/2515ฎีกา 1350/2495ฎีกา 7828/2547ฎีกา 1885-1890/2545ฎีกา 2647/2535ฎีกา 3005/2541ฎีกา 5027/2548ฎีกา 3763/2532ฎีกา 3790-3792/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา