⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1885-1890/2545

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1885-1890/2545

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การพิจารณาคดีของศาลแรงงานต้องมีองค์คณะครบถ้วนและนั่งพิจารณาติดต่อกันไป หากโจทก์เห็นว่าการพิจารณาผิดระเบียบ ต้องยื่นคำคัดค้านก่อนมีคำพิพากษาและต้องไม่ช้ากว่า 8 วันนับแต่วันที่ทราบการผิดระเบียบนั้น เมื่อโจทก์มิได้คัดค้านจนมีคำพิพากษาแล้ว จะอุทธรณ์ในภายหลังไม่ได้

ย่อคำพิพากษา

การนั่งพิจารณาคดีของศาลแรงงานต้องมีผู้พิพากษา ผู้พิพากษาสมทบฝ่ายนายจ้างและฝ่ายลูกจ้างฝ่ายละเท่า ๆ กัน เป็นองค์คณะพิจารณา และต้องนั่งพิจารณาติดต่อกันไปโดยไม่ต้องเลื่อน เว้นแต่มีเหตุจำเป็นที่สำคัญและจะเลื่อนครั้งหนึ่งได้ไม่เกิน7 วันตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานฯ มาตรา 17และมาตรา 45 วรรคสาม หากโจทก์เห็นว่าศาลแรงงานกลาง มิได้ปฏิบัติให้ถูกต้องในการพิจารณาอันเป็นการผิดระเบียบ โจทก์ต้องยื่นคำคัดค้านก่อนมีคำพิพากษาแต่ต้องไม่ช้ากว่า 8 วัน นับแต่วันที่ทราบการพิจารณาที่ผิดระเบียบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27 วรรคสอง ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานฯ มาตรา 31 เมื่อโจทก์มิได้คัดค้านจนกระทั่งศาลแรงงานกลางมีคำพิพากษาแล้วโจทก์จะมาอุทธรณ์ในภายหลังหาชอบไม่ ต้องถือว่าการพิจารณาคดีของศาลแรงงานกลางชอบแล้ว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.27 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม.17 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม.31 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม.45

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีทั้งหกสำนวนศาลแรงงานกลางมีคำสั่งให้รวมพิจารณาพิพากษาเข้าด้วยกันโดยเรียกโจทก์ตามลำดับสำนวนว่าโจทก์ที่ 1 ถึงโจทก์ที่ 6 โจทก์ทั้งหกสำนวนฟ้องว่า โจทก์ทั้งหกเป็นลูกจ้างจำเลย ทำงานในตำแหน่งพนักงานขับรถส่งนักข่าว โจทก์ทั้งหกต้องขับรถในเวลาปกติระหว่างเวลา 7-15 นาฬิกาทุกวันยกเว้นวันอาทิตย์ ซึ่งเป็นวันหยุดประจำสัปดาห์ หากจำเลยสั่งให้โจทก์ทั้งหกทำงานหลัง 15 นาฬิกาจนถึงเวลา 7 นาฬิกาของวันรุ่งขึ้นก็ให้ถือว่าในวันรุ่งขึ้นระหว่างเวลา7-15 นาฬิกา เป็นวันหยุดของโจทก์ทั้งหก ในระหว่างที่ทำงานจำเลยได้สั่งให้โจทก์ทั้งหกทำงานล่วงเวลาคิดเป็นเงินค่าล่วงเวลาที่จำเลยต้องชำระแก่โจทก์ทั้งหกไม่น้อยกว่า1 เท่าครึ่งของอัตราค่าจ้างปกติ ขอให้บังคับจำเลยชำระค่าจ้างเงินสะสมและเงินโบนัสแก่โจทก์ที่ 1 จำนวน 86,500 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันฟ้องแก่โจทก์ที่ 1 และชำระค่าล่วงเวลากับค่าล่วงเวลาในวันหยุดแก่โจทก์ทั้งหกจำนวน 365,400 บาท 291,336.35 บาท 333,836.80 บาท 436,800 บาท345,252.16 บาท และ 368,940 บาท ตามลำดับ พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ทั้งหก จำเลยทั้งหกสำนวนให้การว่า โจทก์ทั้งหกเป็นลูกจ้างจำเลย ทำงานในตำแหน่งพนักงานขับรถซึ่งเป็นงานขนส่งคิดค่าล่วงเวลาไม่ได้ จำเลยไม่เคยสั่งให้โจทก์ทั้งหกทำงานล่วงเวลาตามฟ้อง โจทก์ทั้งหกไม่ต้องปฏิบัติหน้าที่ในวันหยุด การทำงานของโจทก์ทั้งหกไม่เป็นการทำงานนอกเวลาปกติ โจทก์ทั้งหกจึงไม่มีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยชำระค่าล่วงเวลา สิทธิเรียกร้องให้ชำระค่าล่วงเวลาขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้อง โจทก์ทั้งหกอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า "ที่โจทก์ทั้งหกอุทธรณ์ในข้อ 2 ก. และ ข.ความว่า ศาลแรงงานกลางดำเนินกระบวนพิจารณาไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากบางครั้งไม่มีผู้พิพากษาสมทบฝ่ายลูกจ้างร่วมนั่งเป็นองค์คณะในการพิจารณาคดีและศาลแรงงานกลางสั่งให้เลื่อนการพิจารณาคดีแต่ละคราวเกิน 7 วันนั้น พิเคราะห์แล้วเห็นว่า การนั่งพิจารณาคดีแรงงานนั้นศาลแรงงานต้องมีผู้พิพากษา ผู้พิพากษาสมทบฝ่ายนายจ้างและผู้พิพากษาสมทบฝ่ายลูกจ้างฝ่ายละเท่า ๆ กันเป็นองค์คณะพิจารณาและศาลแรงงานต้องนั่งพิจารณาคดีติดต่อกันไปโดยไม่ต้องเลื่อนเว้นแต่มีเหตุจำเป็นที่สำคัญและศาลแรงงานจะเลื่อนคดีครั้งหนึ่งได้ไม่เกิน 7 วันตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 17 และมาตรา 45วรรคสาม ดังนั้น ถ้าโจทก์ทั้งหกเห็นว่าศาลแรงงานกลางมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้องในการพิจารณาคดีดังที่ได้อุทธรณ์อันเป็นการพิจารณาที่ผิดระเบียบ โจทก์ทั้งหกซึ่งเป็นคู่ความฝ่ายที่เสียหายจะต้องยื่นคำคัดค้านก่อนมีคำพิพากษาแต่ต้องไม่ช้ากว่า 8 วันนับแต่วันที่โจทก์ทั้งหกได้ทราบการพิจารณาที่ผิดระเบียบนั้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27 วรรคสอง ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 31 หากข้อเท็จจริงปรากฏตามอุทธรณ์ของโจทก์ทั้งหก โจทก์ทั้งหกในฐานะคู่ความย่อมได้ทราบเรื่องการพิจารณาที่ผิดระเบียบของศาลแรงงานกลางตลอดมา ซึ่งโจทก์ทั้งหกควรจะคัดค้านเสียภายใน 8 วัน ตามบทกฎหมายดังกล่าว เมื่อโจทก์ทั้งหกมิได้คัดค้านจนกระทั่งศาลแรงงานกลางมีคำพิพากษาแล้วโจทก์ทั้งหกจะมาอุทธรณ์โต้แย้งในภายหลังหาชอบไม่ต้องถือว่าการพิจารณาคดีของศาลแรงงานกลางชอบแล้ว อุทธรณ์ของโจทก์ทั้งหกฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1885 - 1890/2545 นาย ศักดา สีลาจันทร์ กับพวก โจทก์ บริษัท วัชรพล จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย ศักดา สีลาจันทร์ กับพวก · จำเลย - บริษัท วัชรพล จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ปัญญา สุทธิบดี · กมล เพียรพิทักษ์ · พูนศักดิ์ จงกลนี
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2909/2524ฎีกา 2893/2540ฎีกา 3116/2529ฎีกา 7980/2551ฎีกา 3813/2535ฎีกา 345/2520ฎีกา 280/2530ฎีกา 4715/2542ฎีกา 4359/2540ฎีกา 4838/2548ฎีกา 685/2550ฎีกา 4637/2567ฎีกา 1968/2533ฎีกา 2328/2533ฎีกา 8875/2542ฎีกา 5086/2537ฎีกา 1572/2511ฎีกา 2572/2541ฎีกา 3589/2525ฎีกา 7198/2544ฎีกา 8108/2542ฎีกา 2093/2532ฎีกา 5712/2541ฎีกา 2356/2534
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ