⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1009/2529

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1009/2529

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่เจ้าของที่ดินยินยอมให้บุคคลอื่นนำที่ดินไปออกเอกสารสิทธิและขายฝาก และต่อมาได้ทำสัญญาเช่าที่ดินดังกล่าว ถือว่าเป็นการสละการครอบครองที่ดินเดิม และเป็นการครอบครองแทนผู้รับซื้อฝาก

ย่อคำพิพากษา

น.บุตรสาวของโจทก์เอาที่ดินพิพาทมายื่นเรื่องราวขอออก ส.ค.1และ น.ส.3 โดยอ้างว่าได้รับมรดก ต่อมา น. ก็นำที่ดินพิพาทมาจดทะเบียนขายฝากไว้กับ ส. แล้ว น. ได้ไถ่คืนและทำสัญญาจดทะเบียนขายฝากไว้กับจำเลยมีกำหนด 1 ปีซึ่งครบกำหนดแล้วโดย น. ไม่ได้ไถ่เอาที่ดินพิพาทคืน โจทก์รู้เห็นยินยอมให้ น. นำที่ดินพิพาทไปออก น.ส.3 และขายฝากที่ดินดังกล่าวไว้กับจำเลยด้วย เมื่อที่ดินนั้นหลุดเป็นสิทธิของจำเลยแล้ว โจทก์ยังเข้าไปเกี่ยวข้องให้ ห.บุตรสาวอีกคนหนึ่งทำสัญญาเช่าที่ดินพิพาทอีก ซึ่งพฤติการณ์ดังกล่าวพอถือได้แล้วว่า โจทก์ได้สละการครอบครองที่ดินพิพาทไปแล้วเพียงยึดถือครอบครองตามสิทธิในสัญญาเช่า ซึ่งเป็นการครอบครองแทนจำเลยเท่านั้น

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.537 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1377 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1378

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์กับสามีเป็นเจ้าของครอบครองที่ดินมือเปล่า๑ แปลงเป็นที่นา หลังจากสามีโจทก์ตายแล้วโจทก์ก็ครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินเพื่อตนเองโดยสงบและเปิดเผยติดต่อกันมาเป็นเวลาเกินกว่า ๑๐ ปี โจทก์จึงเป็นเจ้าของมีกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมายในที่ดินนั้น จำเลยให้เจ้าหน้าที่ที่ดินมาทำการรังวัดที่ดินพิพาท โดยอ้างว่าเป็นที่ดินจำเลย โจทก์ไปคัดค้านไว้ขอให้ศาลพิพากษาแสดงว่าที่ดินนาตามแผนที่ท้ายฟ้องเป็นของโจทก์และห้ามจำเลยกับบริวารเข้าเกี่ยวข้อง จำเลยให้การว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง โจทก์ไม่เคยครอบครองที่ดินพิพาทในฐานะเจ้าของเพราะได้สละสิทธิให้นางสาวนิตยาบุตรสาวของโจทก์ และนางสาวนิตยานำไปขายฝากแก่บุคคลอื่นแล้ว ต่อมานางสาวนิตยาได้ไถ่คืนและขายฝากที่ดินนั้นไว้กับจำเลยแล้วไม่ไถ่คืน ที่ดินพิพาทจึงตกเป็นสิทธิของจำเลย ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า นางสาวนิตยาเป็นบุตรสาวของโจทก์กับนายขมิ้นซึ่งถึงแก่ความตายไปแล้ว นางสาวนิตยาก็เอาที่ดินพิพาทมายื่นเรื่องราวขอออก ส.ค.๑ และ น.ส.๓ โดยอ้างว่าได้รับมรดก ต่อมานางสาวนิตยาก็นำที่ดินพิพาทมาจดทะเบียนขายฝากไว้กับนางโสภา แล้วนางสาวนิตยาได้ไถ่คืนและทำสัญญาจดทะเบียนขายฝากไว้กับจำเลยมีกำหนด ๑ ปี ซึ่งครบกำหนดแล้ว โดยนางสาวนิตยาไม่ได้ไถ่เอาที่ดินพิพาทคืน โจทก์รู้เห็นยินยอมให้นางสาวนิตยานำที่ดินพิพาทไปออก น.ส.๓ และทราบเรื่องที่นางสาวนิตยาขายฝากที่ดินดังกล่าวไว้กับจำเลยด้วย เมื่อที่ดินนั้นหลุดเป็นสิทธิของจำเลยแล้ว โจทก์ยังเข้าไปเกี่ยวข้องให้นางหิงบุตรสาวทำสัญญาเช่าที่ดินพิพาทอีก ซึ่งพฤติการณ์ดังกล่าวพอถือได้แล้วว่า โจทก์ได้สละการครอบครองที่ดินพิพาทไปแล้วเพียงยึดถือครอบครองตามสิทธิในสัญญาเช่า ซึ่งเป็นการครอบครองแทนจำเลยเท่านั้น พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1009/2529 นางหวล ภูแก้ว โจทก์ นายอานันท์ เตียวเจริญโสภา จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางหวล ภูแก้ว · จำเลย - นายอานันท์ เตียวเจริญโสภา
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ดำรง สายเชื้อ · อาจ ปัญญาดิลก · ไพจิตร วิเศษโกสิน
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสุรินทร์ - นางสาวอัปษร สาธิตคณิตกุล · ศาลอุทธรณ์ - นายส่งศักดิ์ เปรมวุติ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1798/2506ฎีกา 942-943/2515ฎีกา 759/2494ฎีกา 2757/2538ฎีกา 1280/2492ฎีกา 107/2493ฎีกา 6239/2551ฎีกา 1627/2505ฎีกา 1036/2506ฎีกา 506/2493ฎีกา 888/2511ฎีกา 9188/2538ฎีกา 1593/2524ฎีกา 1922/2522ฎีกา 2224/2528ฎีกา 6163/2537ฎีกา 1061/2511ฎีกา 2160/2518ฎีกา 805/2506ฎีกา 663/2488ฎีกา 3297/2534ฎีกา 426/2501ฎีกา 9326-9327/2544ฎีกา 374/2510
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา