คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1040/2529
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อศาลมีคำสั่งให้โจทก์วางเงินค่าประมูลทำนาแล้ว โจทก์มีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามคำสั่งนั้น หากโจทก์ไม่ปฏิบัติตาม ศาลย่อมมีอำนาจออกหมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์ของโจทก์มาชำระหนี้ตามคำสั่งศาลได้
ย่อคำพิพากษา
โจทก์จำเลยพิพาทโต้เถียงกรรมสิทธิ์ที่นา ในระหว่างคดีโจทก์ประมูลการทำนาพิพาทได้ โดยจะวางเงินจำนวนหนึ่งต่อศาลเป็นรายปีโจทก์วางเงินสำหรับการทำนาปี 2524 แล้ว ต่อมาปี 2525 โจทก์ยื่นคำแถลงขอยกเลิกการประมูล จำเลยแถลงคัดค้าน ศาลชั้นต้นสั่งว่าฝ่ายจำเลยไม่ยินยอมจะกระทำไม่ได้ ให้โจทก์นำเงินมาวางศาลภายในกำหนด โจทก์ไม่ได้อุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นจึงถึงที่สุด โจทก์ต้องปฏิบัติตาม เมื่อโจทก์ไม่นำเงินมาวางศาลภายในกำหนด จำเลยชอบที่จะขอให้บังคับตามคำสั่งนั้นได้ ประกอบกับคดีได้ความว่าโจทก์ได้เข้าไถคราดทำนาหว่านข้าวในที่พิพาทแล้วด้วยโดยมิได้วางเงินค่าประมูลทำนา ศาลชั้นต้นจึงมีอำนาจออกหมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์ของโจทก์มาขายทอดตลาดเพื่อนำเงินตามจำนวนที่ตกลงประมูลกันมาวางศาลได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีนี้สืบเนื่องมาจากโจทก์ทั้งสองฟ้องขอให้ศาลพิพากษาว่าโจทก์ทั้งสองมีสิทธิครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมายในที่พิพาทตามส่วนของโจทก์ทั้งสอง ให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกจากที่ส่วนแบ่งของโจทก์ทั้งสอง ห้ามเกี่ยวข้องต่อไป ให้จำเลยไปทำนิติกรรมแบ่งแยกที่พิพาทให้แก่โจทก์ทั้งสองตามส่วน หากไม่ไปขอถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย จำเลยให้การว่ามารดาของโจทก์จำเลยได้ยกที่นาแปลงพิพาทให้จำเลย จำเลยได้ขอออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์และทำกินตลอดมา จำเลยไม่เคยตกลงแบ่งแยกที่นาให้โจทก์ทั้งสอง ขอให้พิพากยกฟ้อง
ระหว่างการพิจารณาคดีของศาลชั้นต้น โจทก์ประมูลเป็นผู้ทำนาในที่พิพาทได้โดยวางเงินไว้ต่อศาลฎีกาปีละ ๑๐,๐๐๐ บาท และโจทก์ได้วางเงินสำหรับการทำนาในปี พ.ศ. ๒๕๒๔ ต่อศาลแล้วต่อมาในปี พ.ศ. ๒๕๒๕ โจทก์ยื่นคำแถลงว่า ทำนาไม่ได้ผลคุ้มค่าประมูล ขอยกเลิกการประมูลจำเลยแถลงคัดค้านว่า เมื่อโจทก์จำเลยตกลงกันแล้ว ก็ต้องผูกพันตามข้อตกลงนั้น จะขอยกเลิกไม่ได้ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฝ่ายจำเลยไม่ยินยอมจะกระทำไม่ได้ ให้โจทก์นำเงินมาวางศาลภายในกำหนดเวลาที่กำหนดไว้หากโจทก์ไม่นำเงินมาวางศาลภายในกำหนด จำเลยชอบที่จะให้ศาลบังคับต่อไปถึงกำหนดโจทก์ไม่นำเงินมาวางศาล จำเลยขอให้บังคับคดียึดทรัพย์ของโจทก์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งออกหมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์โจทก์
โจทก์ทั้งสองอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ทั้งสองฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามที่ศาลชั้นต้นสั่งให้โจทก์นำเงินการประมูลทำนามาวางศาลภายในกำหนด หากโจทก์ไม่นำเงินมาวางศาลภายในกำหนด จำเลยชอบที่จะขอให้ศาลดำเนินการบังคับต่อไปนั้นโจทก์ไม่ได้อุทธรณ์ คำสั่งดังกล่าวจึงถึงที่สุด โจทก์ต้องปฏิบัติ เมื่อโจทก์ไม่นำเงินมาวางศาลภายในกำหนด จำเลยชอบที่จะขอให้บังคับตามคำสั่งนั้นได้ เมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่า โจทก์ได้เข้าไถคราดทำนาในที่พิพาทแล้วด้วย โจทก์จึงต้องวางเงินค่าประมูลทำนาต่อศาล ที่โจทก์ฎีกาว่าศาลจะสั่งยึดทรัพย์ของโจทก์ได้ ต้องเป็นการยึดมาเพื่อขายทอดตลาดเอาเงินชำระหนี้ตามคำพิพากษาเท่านั้น เป็นคนละเรื่องกัน ศาลชั้นต้นให้ออกหมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์ของโจทก์มาขายทอดตลาดเอาเงินมาวางศาลจำนวน ๑๐,๐๐๐ บาท เป็นการถูกต้องแล้วพิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1040/2529
นายทองคำ ลีนามหวด กับพวก โจทก์
นางบุญสี สีนามหวด โดยนางคำดี ดรคอนขวา ผู้เข้าเป็นคู่ความแทน จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายทองคำ ลีนามหวด กับพวก · จำเลย - นางบุญสี สีนามหวด โดยนางคำดี ดรคอนขวา ผู้เข้าเป็นคู่ความแทน |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ประพันธ์ ผลฉาย · ประการ กาญจนศูนย์ · พลจิตต์ ดียืน |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดมหาสารคาม - นายสมชาย สินเกษม · ศาลอุทธรณ์ - นายประเทือง วรรณพงษ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา