คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1180/2529
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่แสดงถึงความสำนึกผิดและลุแก่โทษต่อเจ้าพนักงาน โดยไม่ได้คิดต่อสู้คดี เป็นเหตุบรรเทาโทษตามกฎหมายได้.
ย่อคำพิพากษา
จำเลยสำนึกผิดในการกระทำของตนต่อผู้ตายซึ่งจำเลยหลงรักถือเป็นสามีเมื่อแทงและฟันผู้ตายจนล้มลงแล้วจำเลยมีโอกาสหลบหนีไปได้แต่ไม่หลบหนีกลับเข้าประคองกอดผู้ตายไว้จนสิ้นใจตายรอให้เจ้าพนักงานมาจับตัวไปดำเนินคดีและให้การรับสารภาพเป็นการลุแก่โทษต่อเจ้าพนักงานด้วยความสำนึกผิดไม่ได้คิดที่จะต่อสู้คดีมาตั้งแต่ต้น การรับสารภาพของจำเลยจึงไม่ใช่รับเพราะจำนนต่อพยานหลักฐานและเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษศาลลดโทษให้จำเลยได้.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยใช้มีดดาบแทง และมีดอีโต้ฟันผู้ตายจนถึงแก่ความตายโดยเจตนาฆ่า ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 และริบของกลาง
จำเลยให้การรับสารภาพ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดฐานฆ่าผู้อื่นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ลงโทษจำคุกตลอดชีวิต คำให้การรับสารภาพของจำเลยไม่เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา จำเลยให้การรับสารภาพเพราะจำนนต่อหลักฐานจึงไม่ลดโทษให้ริบของกลาง
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า การรับสารภาพของจำเลยเป็นการลุแก่โทษให้ความรู้แก่ศาลเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาพิพากษาแก้เป็นว่า ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 จำคุก 33 ปี 4 เดือนนอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "จำเลยมีความวิปริตทางเทศ รู้สึกว่าตนเป็นหญิง ได้รักใคร่และกินอยู่หลับนอนฉันภรรยาสามีกับผู้ตาย หึงหวงผู้ตายไม่ให้ไปติดพันหญิงอื่น เมื่อมารดาผู้ตายห้ามไม่ให้ผู้ตายคบหาจำเลยในทำนองนั้น จำเลยคิดว่ามารดาผู้ตายกีดกัน ได้มีปากเสียงกันจนต้องไปเจรจาตกลงกันที่สถานีตำรวจ ก่อนเกิดเหตุ 2 วัน จำเลยมาหาผู้ตายที่บ้านเพื่อชวนไปอยู่กินด้วยกันที่อื่น แต่ผู้ตายไม่ยอมไปด้วย วันเกิดเหตุจำเลยมาหาผู้ตายที่บ้านอีก แต่ผู้ตายไม่ยอมให้พบและจะไปรดน้ำมนต์ที่วัด ขณะจูงรถจักรยานยนต์ออกจากบ้าน จำเลยได้ใช้มีดดาบแทงผู้ตาย เมื่อผู้ตายวิ่งหนีเข้าไปในร้านตัดเสื้อผ้าได้ไล่ตามเข้าไปใช้มีดดาบแทงและมีดอีโต้ฟัน จนผู้ตายล้มลง จำเลยสำนึกได้เข้าประคองกอดผู้ตายจนผู้ตายสิ้นใจตาย เมื่อเจ้าพนักงานตำรวจไปจับกุม จำเลยยังกอดศพผู้ตายอยู่ ตามข้อเท็จจริงดังกล่าวเห็นว่าจำเลยสำนึกผิดในการกระทำของตนต่อผู้ตาย ซึ่งจำเลยหลงรักถือเป็นสามีเมื่อแทงและฟันผู้ตายจนล้มลงแล้ว จำเลยมีโอกาสหลบหนีไปได้ แต่ไม่หลบหนี กลับเข้าประคองกอดผู้ตายไว้จนสิ้นใจตาย รอให้เจ้าพนักงานมาจับตัวไปดำเนินคดีและให้การรับสารภาพ เป็นการลุแก่โทษต่อเจ้าพนักงานด้วยความสำนึกผิดไม่ได้คิดที่จะต่อสู้คดีมาตั้งแต่ต้นการรับสารภาพของจำเลยจึงไม่ใช่รับเพราะจำนนต่อพยานหลักฐาน และเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษที่ศาลอุทธรณ์ลดโทษให้หนึ่งในสามชอบแล้ว
ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น
พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1180/2529
พนักงานอัยการ จังหวัด เชียงราย โจทก์
นาย เฉลิม สุภากาศ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด เชียงราย · จำเลย - นาย เฉลิม สุภากาศ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ปลื้ม โชติษฐยางกูร · มาโนช เพียรสนอง · อัมพร ณ ตะกั่วทุ่ง |
| แหล่งที่มา | สำนักงาน ส่งเสริมงานตุลาการ |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงาน ส่งเสริมงานตุลาการ