⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2054/2529

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2054/2529

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การโอนทรัพย์สินหลายครั้ง แม้มีเจตนาเดียวในการโกงเจ้าหนี้ ถือเป็นการกระทำผิดสำเร็จทุกครั้ง และเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน

ย่อคำพิพากษา

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดสามกระทง จำคุกกระทงละ 1 ปี รวมจำคุกคนละ 3 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดกระทงเดียว จำคุกคนละ 1 ปี เป็นการแก้ไขเล็กน้อย ต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 จำเลยโอนที่ดินทั้ง 3 แปลงตามฟ้องรวม 3 ครั้งด้วยกัน แม้ว่าจำเลยจะมีเจตนาเพียงประการเดียวที่จะไม่ให้โจทก์บังคับคดีเอาแก่ทรัพย์สินของจำเลยที่ 1 ก็ตามแต่การโอนที่ดินไปแต่ละครั้งนั้น ก็เป็นความผิดฐานโกงเจ้าหนี้สำเร็จแล้วทุกครั้ง การกระทำของจำเลยจึงเป็นการกระทำหลายกรรมต่างกัน มิใช่กรรมเดียว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.218 ประมวลกฎหมายอาญา ม.83 ประมวลกฎหมายอาญา ม.90 ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 ประมวลกฎหมายอาญา ม.187 ประมวลกฎหมายอาญา ม.350

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและขอแก้ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองเป็นสามีภรรยากัน โจทก์เคยฟ้องจำเลยที่ ๑ กับบุคคลอื่นที่มิได้ฟ้องในคดีนี้ ศาลพิพากษาถึงที่สุดให้โอนที่ดินพร้อมตึกแถวแก่โจทก์ จำเลยที่ ๑ ไม่สามารถโอนได้เพราะได้โอนให้บุคคลอื่นไปก่อนแล้ว จำเลยทั้งสองทราบถึงการใช้สิทธิทางศาลของโจทก์ ยังโอนทรัพย์สินให้แก่ผู้อื่นโดยรู้ว่าทรัพย์สินเหล่านั้นจะต้องถูกยึดเพื่อบังคับคดี การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นการกระทำเพื่อมิให้โจทก์ได้รับชำระหนี้ทั้งหมดหรือบางส่วน ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓, ๑๘๗, ๓๕๐ ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วให้ประทับฟ้องไว้พิจารณา จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๘๗, ๓๕๐, ๘๓ ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา๑๘๗ ซึ่งเป็นบทหนัก เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ จำคุกกระทงละ ๑ ปี จำเลยทั้งสองกระทำความผิด ๓ กระทงคงจำคุกจำเลยทั้งสองคนละ ๓ ปี จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดเพียงคนละหนึ่งกระทง คงลงโทษจำคุกคนละ ๑ ปี นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์และจำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าคดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดสามกระทง จำคุกกระทงละ ๑ ปี รวมจำคุกจำเลยทั้งสองคนละ ๓ ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดกระทงเดียว จำคุกคนละ ๑ ปี เป็นการแก้ไขเล็กน้อย ต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา๒๑๘ จำเลยทั้งสองฎีกาว่า จำเลยทั้งสองกระทำไปโดยไม่มีเจตนาที่จะมิให้โจทก์ได้รับชำระหนี้หรือเจตนาที่จะหลบหลีกมิให้ทรัพย์ที่โอนไปถูกยึดทรัพย์เพื่อชำระหนี้ ฎีกาของจำเลยทั้งสองจึงเป็นฎีกาโต้เถียงในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามบทกฎหมายดังกล่าว ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย จำเลยได้โอนที่ดินทั้ง ๓ แปลงตามฟ้องรวม ๓ ครั้งด้วยกันแม้ว่าจำเลยจะมีเจตนาเพียงประการเดียวที่จะไม่ให้โจทก์บังคับคดีเอาแก่ทรัพย์สินของจำเลยที่ ๑ ก็ตาม แต่การโอนที่ดินไปแต่ละครั้งนั้นก็เป็นความผิดฐานโกงเจ้าหนี้สำเร็จแล้วทุกครั้ง การกระทำของจำเลยจึงเป็นการกระทำหลายกรรมต่างกันมิใช่กรรมเดียว คำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกาฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น พิพากษาแก้เป็นว่า ให้บังคับคดีลงโทษจำเลยทั้งสองตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น และให้ยกฎีกาของจำเลยทั้งสอง. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2054/2529 นางสมเพลิน เกษมรัตนสันติ โจทก์ นางกระจ่างจิตต์ อัจฉริยกุล กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสมเพลิน เกษมรัตนสันติ · จำเลย - นางกระจ่างจิตต์ อัจฉริยกุล กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อำนวย อินทุภูติ · ดำริ ศุภพิโรจน์ · สมศักดิ์ เกิดลาภผล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนนทบุรี - นาย+ · ศาลอุทธรณ์ - นายประวิทย์ ขัมภรัตน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 99/2541ฎีกา 3345/2535ฎีกา 1588/2479ฎีกา 4180/2548ฎีกา 712/2559ฎีกา 861/2521ฎีกา 5305/2539ฎีกา 4276/2534ฎีกา 1715/2545ฎีกา 1638/2492ฎีกา 6355/2544ฎีกา 4225/2559ฎีกา 1666/2521ฎีกา 8297/2540ฎีกา 2766/2546ฎีกา 8833/2554ฎีกา 2936/2543ฎีกา 5957/2530ฎีกา 3310/2541ฎีกา 34/2521ฎีกา 1386/2521ฎีกา 203/2511ฎีกา 9368/2552ฎีกา 786/2519
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา