⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2275/2529

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2275/2529

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่กรรมการบริษัทโอนทรัพย์สินของบริษัทให้แก่บุคคลอื่น โดยรู้ว่าบริษัทเป็นหนี้และจะทำให้เจ้าหนี้ไม่ได้รับชำระหนี้ ถือว่าเป็นการกระทำผิดฐานโกงเจ้าหนี้ แม้จะกระทำไปตามมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

จำเลยเป็นกรรมการผู้จัดการบริษัท ส. จำเลยรู้อยู่แล้วว่าบริษัท ส.เป็นลูกหนี้โจทก์และยังไม่ได้รับชำระหนี้ จำเลยได้โอนทรัพย์สินของบริษัท ส. ให้บริษัท อ. ซึ่งเป็นการทำให้โจทก์เสียหายไม่ได้รับชำระหนี้ทั้งหมดหรือบางส่วน แม้การโอนทรัพย์สินรายนี้จำเลยกระทำไปตามมติของที่ประชุมผู้ถือหุ้นในฐานะที่จำเลยเป็นกรรมการผู้จัดการ ก็ถือได้ว่าจำเลยร่วมรู้เห็นเป็นใจในการกระทำผิด จำเลยจึงต้องร่วมรับผิดฐานเป็นตัวการในความผิดฐานโกงเจ้าหนี้ด้วย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.83 ประมวลกฎหมายอาญา ม.350

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๐ ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วสั่งประทับฟ้อง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา๓๕๐ ลงโทษจำคุก ๑ ปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งลงชื่อในคำพิพากษาศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ฎีกา ในปัญหาซึ่งจำเลยฎีกาว่า การโอนทรัพย์สินตามฟ้อง จำเลยกระทำในฐานะกรรมการผู้จัดการบริษัทแสตนดาร์ดออยล์ประเทศไทย จำกัด ตามมติของที่ประชุมผู้ถือหุ้นจำเลยไม่มีเจตนาทุจริต จึงไม่ต้องรับผิดทางอาญาเป็นส่วนตัว ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าแม้การโอนทรัพย์สินรายนี้จำเลยจะกระทำไปตามมติของที่ประชุมผู้ถือหุ้นในฐานะที่จำเลยเป็นกรรมการผู้จัดการบริษัทแสตนดาร์ดออยล์ประเทศไทย จำกัด อันถือได้ว่าเป็นการกระทำแทนบริษัทซึ่งเป็นนิติบุคคลและบริษัทนิติบุคคลนั้นควรจะต้องมีความผิดก็ตาม แต่ข้อเท็จจริงปรากฏว่า จำเลยรู้อยู่แล้วว่าบริษัทแสตนดาร์ดออยล์ประเทศไทย จำกัด เป็นลูกหนี้โจทก์และยังไม่ได้ชำระหนี้แก่โจทก์ ดังจะเห็นได้จากสัญญาประนีประนอมยอมความเอกสารหมาย จ.๓ ที่บริษัทแสตนดาร์ดออยล์ประเทศไทย จำกัด ทำไว้กับโจทก์โดยยอมชำระหนี้ให้แก่โจทก์นั้น จำเลยเป็นผู้ลงชื่อในสัญญาดังกล่าวด้วย การโอนทรัพย์สินตามฟ้องให้แก่บริษัทเอเชี่ยนลูบริเคท จำกัดซึ่งแม้บริษัทนี้จะเป็นเจ้าหนี้บริษัทแสตนดาร์ดออยล์ประเทศไทย จำกัดก็ตามก็ย่อมทำให้โจทก์เสียหาย เพราะอาจไม่ได้รับชำระหนี้ทั้งหมดหรือแต่บางส่วนถือได้ว่าเป็นความผิดฐานโกงเจ้าหนี้ เมื่อจำเลยรู้อยู่แล้วว่าบริษัทแสตนดาร์ดออยล์ประเทศไทย จำกัด เป็นลูกหนี้โจทก์ จำเลยยังโอนทรัพย์สินของบริษัทดังกล่าวให้แก่บริษัทเอเชี่ยนลูบริเคท จำกัด ย่อมถือได้ว่า จำเลยรู้เห็นเป็นใจในการกระทำความผิดรายนี้ จำเลยจึงต้องร่วมรับผิดฐานเป็นตัวการด้วย ข้ออ้างของจำเลยที่ว่าไม่มีเจตนาทุจริตรับฟังไม่ได้ แต่ศาลฎีกาเห็นว่าจำเลยไม่เคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน การโอนทรัพย์สินตามฟ้องจำเลยกระทำไปตามมติของที่ประชุมผู้ถือหุ้นในฐานะเป็นกรรมการผู้จัดการบริษัท และผู้รับโอนก็เป็นเจ้าหนี้อยู่ด้วยมีเหตุอันควรปรานี สมควรรอการลงโทษเพื่อให้โอกาสจำเลยได้ประพฤติตัวเป็นพลเมืองดีต่อไป พิพากษาแก้เฉพาะโทษให้ลงโทษจำคุกจำเลยมีกำหนด ๑ ปี และปรับ ๓,๐๐๐ บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด ๒ ปี หากไม่ชำระค่าปรับให้บังคับตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙, ๓๐ นอกจากที่แก้ให้เป็นตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2275/2529 นางแถว จุลสังข์ โจทก์ นายวรวิทย์ โชติกโสภณ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางแถว จุลสังข์ · จำเลย - นายวรวิทย์ โชติกโสภณ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อุทิศ บุญชู · จุนท์ จันทรวงศ์ · ปชา วรธรรมพินิจ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแขวงธนบุรี - นายอุดมศักดิ์ อภิวัฒน์อุดมคุณ · ศาลอุทธรณ์ - นายเลียบ ภิญญะวรรณ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1597/2532ฎีกา 3345/2535ฎีกา 180/2554ฎีกา 2014-2015/2539ฎีกา 593/2510ฎีกา 712/2559ฎีกา 861/2521ฎีกา 619/2513ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1270/2506ฎีกา 6355/2544ฎีกา 4225/2559ฎีกา 3578/2531ฎีกา 1893/2538ฎีกา 5487/2548ฎีกา 3595/2532ฎีกา 2936/2543ฎีกา 1315/2513ฎีกา 3380/2531ฎีกา 1/2567ฎีกา 5957/2530ฎีกา 643/2531ฎีกา 215/2556ฎีกา 4547/2530
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา