⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2544/2529

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2544/2529

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้จัดการธนาคารสาขามีอำนาจฟ้องคดีที่สาขามีส่วนได้เสียหรือเกี่ยวข้องตามหนังสือมอบอำนาจ. การกระทำของจำเลยที่เบียดบังเอาเงินที่ได้รับมอบโดยสำคัญผิดไปเป็นของตนโดยทุจริต เป็นความผิดฐานยักยอก.

ย่อคำพิพากษา

ตามหนังสือมอบอำนาจปรากฏว่า ธนาคารมอบอำนาจให้ผู้จัดการธนาคารสาขามีอำนาจฟ้องและดำเนินคดีที่สาขามีส่วนได้เสียหรือเกี่ยวข้อง ดังนี้ผู้จัดการธนาคารสาขาย่อมมีอำนาจร้องทุกข์กล่าวหาจำเลยว่ายักยอกเงินที่พนักงานของธนาคารสาขาส่งมอบให้จำเลยโดยสำคัญผิด โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยได้ครอบครองเงินจำนวน 90,000 บาท ของธนาคารโจทก์ร่วม ซึ่งอยู่ในความดูแลรักษาของผู้จัดการธนาคารโจทก์ร่วมสาขานครศรีธรรมราช โดยผู้มีชื่อได้ส่งมอบเงินดังกล่าวให้แก่จำเลยโดยสำคัญผิดแล้วจำเลยเบียดบังเงินจำนวนดังกล่าวเป็นของตนโดยทุจริต เป็นการกล่าวถึงการกระทำที่อ้างว่าจำเลยได้กระทำผิดตลอดจนข้อเท็จจริงและรายละเอียดที่เกี่ยวข้องด้วยพอสมควรเท่าที่จะทำให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดี ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158 (5) แล้ว ฟ้องโจทก์เป็นฟ้องที่สมบูรณ์หาเคลือบคลุมไม่ จำเลยเขียนเช็คสั่งจ่ายเงิน 10,000 บาท โดยเขียนจำนวนเงินด้วยอักษรว่า 'หนึ่งหมื่นบาท' แต่จำนวนเงินที่เขียนด้วยตัวเลข ได้ใส่เครื่องหมายจุลภาคผิดตำแหน่ง โดยใส่ไว้หลังเลขศูนย์ตัวที่สองนับจากเลข 1 แล้วนำมาขอเบิกเงินจากธนาคารพนักงานธนาคารสำคัญผิดว่าจำเลยขอเบิกเงิน 100,000 บาท จึงจ่ายเงินให้จำเลย 100,000 บาท ถือได้ว่าเงินจำนวน 90,000 บาท เป็นเงินที่ส่งมอบให้อยู่ในความครอบครองของจำเลยโดยสำคัญผิดไป แม้จะด้วยการใดก็ตาม เมื่อจำเลยเบียดบังเอาเป็นของตน การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 วรรคสอง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.3 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.5 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.60 ประมวลกฎหมายอาญา ม.352

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยครอบครองเงินจำนวน ๙๐,๐๐๐ บาท ของธนาคารกสิกรไทย จำกัด ซึ่งอยู่ในความดูแลรักษาของนายสุวรรณภูมิ ผู้จัดการธนาคารกสิกรไทย จำกัด สาขานครศรีธรรมราช ผู้เสียหาย โดยผู้มีชื่อได้ส่งมอบเงินดังกล่าวให้แก่จำเลยโดยสำคัญผิด จำเลยได้บังอาจเบียดบังเงินจำนวนดังกล่าวไว้เป็นกรรมสิทธิ์ของตนโดยทุจริต ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๒ วรรคสอง จำเลยให้การปฏิเสธ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด ผู้เสียหายเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามฟ้อง ให้จำคุก ๖ เดือนและให้จำเลยใช้เงิน ๙๐,๐๐๐ บาท แก่โจทก์ร่วม จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาในศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า ในวันเกิดเหตุจำเลยได้เขียนเช็คสั่งจ่ายเงิน ๑๐,๐๐๐ บาท โดยเขียนจำนวนเงินด้วยตัวอักษรว่า 'หนึ่งหมื่นบาท' แต่จำนวนเงินที่เขียนด้วยตัวเลข ได้ใส่เครื่องหมายจุลภาคผิดตำแหน่ง โดยใส่ไว้หลังเลขศูนย์ตัวที่สองนับจากเลข ๑ แล้วนำมาขอเบิกเงินจากธนาคารโจทก์ร่วมสาขานครศรีธรรมราช พนักงานของโจทก์ร่วมสำคัญผิดว่าจำเลยขอเบิกเงิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท จึงจ่ายเงินให้จำเลยจำนวน ๑๐๐,๐๐๐ บาท เกินจำนวนที่สั่งจ่ายตามเช็คไปเป็นเงิน ๙๐,๐๐๐ บาท พนักงานของโจทก์ร่วมไปขอเงินส่วนที่จ่ายเกินไปนั้นคืนจากจำเลย จำเลยไม่ยอมคืนให้ วินิจฉัยข้อกฎหมายว่า ธนาคารโจทก์ร่วมเป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย และได้มอบอำนาจให้นายสุวรรณภูมิ ผู้จัดการธนาคารโจทก์ร่วม สาขานครศรีธรรมราช มีอำนาจฟ้องและดำเนินคดีที่สาขามีส่วนได้เสียหรือเกี่ยวข้องปรากฏตามหนังสือมอบอำนาจเอกสารหมาย จ.๑ ดังนั้นนายสุวรรณภูมิ จึงมีอำนาจร้องทุกข์ และได้มีการสอบสวนในความผิดนี้โดยชอบแล้ว โจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยได้ครอบครองเงินจำนวน ๙๐,๐๐๐ บาท ของธนาคารโจทก์ร่วม ซึ่งอยู่ในความดูแลรักษาของนายสุวรรณภูมิผู้จัดการธนาคารโจทก์ร่วม สาขานครศรีธรรมราช โดยผู้มีชื่อได้ส่งมอบเงินดังกล่าวให้แก่จำเลยโดยสำคัญผิด แล้วจำเลยเบียดบังเงินจำนวนดังกล่าวเป็นของตนโดยสุจริตเป็นการกล่าวถึงการกระทำที่อ้างว่าจำเลยได้กระทำผิดตลอดจนข้อเท็จจริงและรายละเอียดที่เกี่ยวข้องด้วยพอสมควรเท่าที่จะให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดี ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๕๘ (๕) แล้วฟ้องโจทก์เป็นฟ้องที่สมบูรณ์ตามกฎหมายหาเป็นฟ้องเคลือบคลุมไม่ ตามพฤติการณ์ที่พนักงานธนาคารโจทก์ร่วมส่งมอบเงิน ๙๐,๐๐๐ บาท ให้แก่จำเลยไป ก็โดยสำคัญผิดว่าจำเลยสั่งจ่ายเงินตามเช็คเป็นเงิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท ซึ่งความจริงจำเลยสั่งจ่ายเช็คเป็นเงินเพียง ๑๐,๐๐๐ บาท ถือได้ว่าเป็นการส่งมอบให้โดยสำคัญผิดไปแม้จะด้วยประการใดก็ตาม เมื่อเงินจำนวนดังกล่าวตกมาอยู่ในความครอบครองของจำเลย แล้วจำเลยเบียดบังเอาเป็นของตน การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดตามฟ้อง พิพากษาแก้เป็นว่า ให้รอการลงโทษจำคุกจำเลยไว้ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2544/2529 พนักงานอัยการประจำศาลแขวงนครศรีธรรมราช โจทก์ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด โจทก์ร่วม นายสนั่น สวัสดีนฤมล จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการประจำศาลแขวงนครศรีธรรมราช · โจทก์ร่วม - ธนาคารกสิกรไทย จำกัด · จำเลย - นายสนั่น สวัสดีนฤมล
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ไพจิตร วิเศษโกสิน · อาจ ปัญญาดิลก · ดำรง สายเชื้อ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแขวงนครศรีธรรมราช - นายสมสันต์ ศุภศาสตรสิน · ศาลอุทธรณ์ - นายเสงี่ยม สันติวงศ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1597/2522ฎีกา 9114/2552ฎีกา 1146/2526ฎีกา 130/2528ฎีกา 2197/2547ฎีกา 1572/2511ฎีกา 1992/2530ฎีกา 937/2549ฎีกา 20/2491ฎีกา 18211/2555ฎีกา 618/2568ฎีกา 1411/2499ฎีกา 1220/2510ฎีกา 6911/2544ฎีกา 3593/2529ฎีกา 901/2480ฎีกา 1294/2509ฎีกา 848/2545ฎีกา 884/2484ฎีกา 1170/2505ฎีกา 2292/2540ฎีกา 967/2501ฎีกา 3864/2546ฎีกา 514/2486
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา