⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2581/2529

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2581/2529

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่ใช้กลอุบายหลอกลวงเพื่อให้ได้ทรัพย์สินไปโดยไม่ชำระราคา เป็นความผิดฐานฉ้อโกง

ย่อคำพิพากษา

จำเลยทั้งสองขี่รถจักรยานยนต์ซ้อนกันเข้าไปเติมน้ำมันเบนซินที่บ้านผู้เสียหายจำนวน 5 ลิตร เมื่อเติมน้ำมันเสร็จภริยาผู้เสียหายทวงเงินค่าน้ำมัน จำเลยที่ 2 ถือลูกกลม ๆ อยู่ในมือซึ่งฟังไม่ได้ว่าเป็นลูกระเบิดพูดว่า ไม่มีเงิน มีไอ้นี่เอาไหม ภริยาผู้เสียหายเข้าใจว่าเป็นลูกระเบิด จำเลยทั้งสองขี่รถจักรยานยนต์ออกไป การกระทำของจำเลยทั้งสองมีเจตนาหลอกลวงผู้เสียหายเพียงเพื่อจะเติมน้ำมันรถจักรยานยนต์โดยไม่ชำระราคาเท่านั้น การที่จำเลยที่ 2 ถือลูกกลม ๆ อยู่ในมือและพูดเช่นนั้น เป็นวิธีการที่จะใช้แสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายเท่านั้น จึงเป็นความผิดฐานฉ้อโกงหาใช่เป็นความผิดฐานลักทรัพย์หรือปล้นทรัพย์ไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 ประมวลกฎหมายอาญา ม.335 ประมวลกฎหมายอาญา ม.340 ประมวลกฎหมายอาญา ม.341

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองกับพวกอีก ๑ คน กระทำการปล้นทรัพย์เอาน้ำมันเบนซิน ๕ ลิตร ของนายจัง แซ่ตัน ผู้เสียหายไปโดยทุจริตโดยจำเลยที่ ๒ มีและใช้ลูกระเบิดขู่เข็ญว่าในทันใดนั้นจะขว้างทำให้เกิดระเบิดเป็นอันตรายแก่ชีวิตและร่างกายของผู้เสียหาย เพื่อความสะดวกในการปล้นทรัพย์ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๔, ๓๓๕, ๓๓๙, ๓๔๐, ๓๔๐ ตรี ริบรถจักรยานยนต์ของกลาง และให้จำเลยร่วมกันคืนหรือใช้ราคาน้ำมันแก่ผู้เสียหาย จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๕, ๓๓๖ ทวิ จำคุกคนละ ๙ เดือน ลดโทษ ๑ ใน ๓ ตามมาตรา ๗๘ คงจำคุกคนละ ๖ เดือน คืนรถจักรยานยนต์ของกลางแก่เจ้าของ ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืนหรือใช้ราคาน้ำมันแก่ผู้เสียหาย โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงจึงฟังได้ตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ว่า ตามวันเวลาเกิดเหตุที่โจทก์ฟ้อง จำเลยทั้งสองขี่รถจักรยานยนต์ซ้อนกันเข้าไปเติมน้ำมันที่บ้านผู้เสียหายจำนวน ๕ ลิตรคิดเป็นเงิน ๕๗ บาท ๕๐ สตางค์ เมื่อเติมน้ำมันเสร็จแล้ว ภริยาผู้เสียหายขอเงินค่าน้ำมันจำเลยที่ ๒ กลับตอบว่า'ไม่มีเงิน มีแต่ไอ้นี้เอาไหม' ขณะพูดจำเลยที่ ๒ ถือลูกกลม ๆ อยู่ในมือ จากนั้นจำเลยทั้งสองก็ขี่รถจักรยานยนต์ออกไป ปัญหาวินิจฉัยมีว่าการกระทำของจำเลยทั้งสองจะเป็นความผิดฐานใด จากข้อเท็จจริงดังกล่าวข้างต้นเห็นได้ชัดว่าจำเลยทั้งสองมีเจตนาทุจริตหลอกลวงผู้เสียหายเพียงเพื่อจะเติมน้ำมันรถจักรยานยนต์โดยไม่ชำระราคาเท่านั้น การที่จำเลยที่ ๒ ถือลูกกลม ๆ ซึ่งฟังไม่ได้ว่าเป็นลูกระเบิดหรือไม่ และจำเลยที่ ๒ บอกกับภริยาผู้เสียหายเมื่อถูกทวงให้ชำระราคาน้ำมันว่า'เงินไม่มี มีแต่ไอ้นี่เอาไหม' ก็เป็นวิธีการที่จะใช้แสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายเท่านั้นศาลฎีกาเห็นว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานฉ้อโกง(ตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ ๑๕๕๔/๒๕๑๑) หาใช้เป็นความผิดฐานลักทรัพย์หรือปล้นทรัพย์ไม่ เมื่อวินิจฉัยดังนี้แล้วข้อที่โจทก์ฎีกาว่ายังมีพวกรออยู่ที่ถนนอีกคนหนึ่งและรถจักรยานยนต์ของกลางจะเป็นรถคันที่จำเลยนำมาเติมน้ำมันหรือไม่จึงไม่ต้องวินิจฉัย สำหรับโทษนั้นศาลอุทธรณ์พิพากษามาเหมาะสมแก่รูปคดีแล้ว พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๑ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2581/2529 พนักงานอัยการจังหวัดสุพรรณบุรี โจทก์ นายพนม สุขสุคนธ์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดสุพรรณบุรี · จำเลย - นายพนม สุขสุคนธ์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชูเชิด รักตะบุตร์ · ธิรพันธุ์ รัศมิทัต · เฉลิม การปลื้มจิตต์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสุพรรณบุรี - นายสกนธ์ กฤติยาวงศ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายสัมฤทธิ์ ไชยศิริ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7083/2538ฎีกา 9114/2552ฎีกา 2530/2527ฎีกา 681/2491ฎีกา 892/2497ฎีกา 712/2559ฎีกา 2303/2518ฎีกา 599/2532ฎีกา 6293/2541ฎีกา 6196/2534ฎีกา 1992/2530ฎีกา 20/2491ฎีกา 1795/2493ฎีกา 1411/2499ฎีกา 4225/2559ฎีกา 620/2490ฎีกา 119/2517ฎีกา 1368/2509ฎีกา 3814/2549ฎีกา 901/2480ฎีกา 18654/2555ฎีกา 4519/2544ฎีกา 2766/2546ฎีกา 2292/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา